วันอังคารที่ 26 มกราคม 2564
หมอธีระ ย้ำ ล็อคดาวน์ เอาตัวเองให้รอด อย่าให้ติดเชื้อ
SHARE

หมอธีระ ย้ำ ล็อคดาวน์ เอาตัวเองให้รอด อย่าให้ติดเชื้อ

โพสต์โดย Fairy Cat เมื่อ 11 มกราคม 2564 - 11:27

เช้านี้ 11 ม.ค. 64 รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ถึงสถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลก ผ่านเฟซบุู๊กส่วนตัว Thira Woratanarat ว่า "เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 595,809 คน รวมแล้วตอนนี้ 90,586,814 คน ตายเพิ่มอีก 8,610 คน ยอดตายรวม 1,941,269 คน

หมอธีระ ย้ำ ล็อคดาวน์ เอาตัวเองให้รอด อย่าให้ติดเชื้อ

อเมริกา เมื่อวานติดเชื้อเพิ่ม 210,450 คน รวม 22,865,349 คน ตายเพิ่มอีก 1,832 คน ยอดตายรวม 382,727 คน , อินเดีย ติดเพิ่ม 16,092 คน รวม 10,467,431 คน , บราซิล สถานการณ์ระบาดรุนแรงขึ้นมาก ติดเพิ่มถึง 29,792 คน รวม 8,105,790 คน , รัสเซีย ติดเพิ่ม 22,851 คน รวม 3,401,954 คน , สหราชอาณาจักร ติดเพิ่มอีกถึง 54,940 คน รวม 3,072,349 คน ติดเชื้อต่อวันเกินห้าหมื่นมาอย่างต่อเนื่องถึง 13 วันแล้ว อันดับ 6-10 เป็น ฝรั่งเศส ตุรกี อิตาลี สเปน และเยอรมัน ส่วนใหญ่ติดกันหลักหมื่นต่อวัน

หมอธีระ ย้ำ ล็อคดาวน์ เอาตัวเองให้รอด อย่าให้ติดเชื้อ

ฝั่งอเมริกาใต้ ยุโรป เอเชีย อย่างโคลอมเบีย เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ ยูเครน แคนาดา รวมถึงอิหร่าน บังคลาเทศ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ยังติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลายหมื่น แถบสแกนดิเนเวีย รอบทะเลบอลติก และแถบยูเรเชีย ก็ยังมีติดเชื้อเพิ่มอย่างต่อเนื่อง

หมอธีระ ย้ำ ล็อคดาวน์ เอาตัวเองให้รอด อย่าให้ติดเชื้อ

เมียนมา เกาหลีใต้ และไทย ติดเชื้อเพิ่มหลายร้อย ส่วนจีน ฮ่องกง นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ และออสเตรเลีย ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่เวียดนาม และกัมพูชามีติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ สถานการณ์ในเมียนมาเมื่อวานติดเพิ่มขึ้นอีก 555 คน ตายเพิ่มอีก 20 คน ตอนนี้ยอดรวม 130,604 คน ตายไป 2,846 คน อัตราตายตอนนี้ 2.2%

มองดูสถานการณ์ของไทยเรา

หากมองเป็นกองทัพ ประเทศไทยเรามี 76 จังหวัด บวกกรุงเทพมหานคร ก็เป็น 77 กองทัพ ศึกแรกเรารวมเป็นหนึ่งเดียวแล้วสู้จนชนะ บางคนใช้วาทกรรมหรูๆว่า เราชนะศึกแต่ไม่ชนะสงคราม เพราะเจอปัญหาเศรษฐกิจรุนแรงตามมา คนอ่านคนฟังก็อาจคล้อยตามโดยหารู้ไม่ว่าเศรษฐกิจมันดิ่งเหวกันทั้งโลก เพราะทุกประเทศล้วนสะบักสะบอมจากโรคระบาดที่มีทางเลือกในการรักษาจำกัด และตอนนั้นก็ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน ระบบเศรษฐกิจโลกที่หมุนไปได้ด้วยการไปมาหาสู่กันตลอดเวลานั้นจึงพังพาบ เพราะไวรัสมันโจมตีจุดอ่อนนี้ของมนุษย์

หมอธีระ ย้ำ ล็อคดาวน์ เอาตัวเองให้รอด อย่าให้ติดเชื้อ

ตราบใดที่ระบบเศรษฐกิจ การทำมาหากิน ไม่ว่าจะเป็นค้าขายสินค้า บริการ ท่องเที่ยว หรืออื่นๆ ยังต้องมาเจอกันต่อหน้า ใกล้ชิด ติดต่อกัน ประชุมหารือ หรือทำกันอย่างเบียดเสียดแออัดยัดเยียด ก็ย่อมทำให้เกิดการแพร่ระบาดมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เจ็บป่วย และตายกันเป็นใบไม้ร่วง

สัจธรรม คือ ถ้ายังไม่มียารักษาที่ดีและมีใช้อย่างเพียงพอทั่วถึง รวมถึงยังไม่มีวัคซีนป้องกันที่ดีและมีใช้กันอย่างครอบคลุมในวงกว้างมากพอ ศึกสงครามนี้ไม่มีทางสิ้นสุด

วาทกรรมข้างต้นเรื่องชนะศึกแต่พ่ายสงครามนั้นจึงเป็นวาทกรรมลวงโลก ที่ไม่ยืนบนพื้นฐานของความจริง สักแต่จะทำให้เกิดความเข้าใจผิด และเลือกเดินไปในทางที่ผิด

หมอธีระ ย้ำ ล็อคดาวน์ เอาตัวเองให้รอด อย่าให้ติดเชื้อ

หากดูการระบาดของทั่วโลก เราจะเห็นประเทศต่างๆ หลายประเทศพยายามเช่นกันที่จะให้ทำมาหากินกันเสรีหรือใกล้เคียงเสรี หวังว่าประชาชนของตนจะมีสติและปฏิบัติตัวป้องกันการติดเชื้อได้โดยดำเนินชีวิตไปแบบอดีต ทั้งๆ ที่โรคระบาดกำลังแพร่อยู่ในประเทศ ปลอบประโลมว่าเราจะคุมโรคได้โดยไม่หยุดเศรษฐกิจ รวมทั้งยังคิดว่า ปล่อยให้ติดเชื้อกันไปเยอะๆ ก็ดี จะได้มีภูมิคุ้มกันหมู่ หรือ herd immunity พอเยอะมากพอ โรคก็จะหยุดระบาดเอง

หมอธีระ ย้ำ ล็อคดาวน์ เอาตัวเองให้รอด อย่าให้ติดเชื้อ

ประเทศต่างๆ ข้างต้นไม่มีที่ใดเลยที่จะรอด จากการระบาดรุนแรง รุนแรงจนกระทั่งระบบสุขภาพรับไม่ไหว หรือคนติดเชื้อเจ็บป่วยจำนวนมาก ตายกันเป็นใบไม้ร่วงกราว และสุดท้ายต้องตัดสินใจปิดบ้านปิดเมืองยาวนานกว่าที่คาดคิด หนักกว่าประเทศที่ดำเนินมาตรการเคร่งครัดอย่างทันทีทันเวลา

ไทยเรา...โดนตะล่อมให้รู้สึกหวาดกลัวกับคำว่า "ล็อคดาวน์"

ไทยเรา...โดนกล่อมให้เห็นภาพล็อคดาวน์เหมือนกับกำลังจะนำเอาคอไปจับพาดกับกิโยตินเพื่อลงโทษประหารชีวิต

หมอธีระ ย้ำ ล็อคดาวน์ เอาตัวเองให้รอด อย่าให้ติดเชื้อ

ไทยเรา...จึงกำลังเลือกเดินไปในทางที่ประเทศอื่นเคยย่างไปสู่หุบเหวมาก่อน แยกทัพแตกขบวนกันไปสู้กันเอา และเสี่ยงต่อการเผชิญการระบาดรุนแรงหากคุมไม่อยู่ และจะทำให้เกิดการระบาดประจำถิ่นอันยาวนานไปเรื่อยๆ แบบประเทศต่างๆเหล่านั้น สมกับคำปรารภที่มีการเคยกล่าวมาเมื่อหลายเดือนก่อนคือ

โควิดเป็นโรคประจำถิ่น...

การติดเชื้อเป็นเรื่องปกติ...

ยึดติดศูนย์ไม่ได้...

คำปรารภนั้นกำลังจะกลายเป็นจริง หากเราไม่ร่วมแรงร่วมใจสู้อย่างเต็มที่ และหากสุดท้ายกลายเป็นดังที่กลุ่มคนเหล่านั้นหวังไว้ ผลกระทบต่อทั้งการดำรงชีวิตของประชาชนและเศรษฐกิจจะมากเกินกว่าที่คิด ยากที่จะเยียวยา

ทั้งนี้หารู้ไม่ว่าล็อคดาวน์นั้นมันไม่มีสาระอะไรนอกไปจาก "การดำเนินการตัดความเสี่ยงของการติดเชื้อและแพร่เชื้อโควิด-19 ในสังคม" เท่านั้น

หมอธีระ ย้ำ ล็อคดาวน์ เอาตัวเองให้รอด อย่าให้ติดเชื้อ

โรคมันเกิดจากการติดต่อกัน พบกัน ดังนั้นหลักการคือ โรคติดต่อแบบนี้จะไม่ติดต่อหากเราไม่ติดต่อกัน ก็แค่นั้น 2-4 สัปดาห์ที่จะหยุดการเดินทางระหว่างกัน และการพบกันเจอกันกับผู้อื่นในสังคมโดยไม่จำเป็น คือช่วงเวลาที่จะทำให้หยุดการแพร่กระจายของโรคได้ โดยทำควบคู่ไปกับการเร่งตรวจหาคนที่ติดเชื้ออยู่จะโดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัว จะมีอาการหรือไม่มีอาการ ทั้งในกลุ่มเสี่ยง กลุ่มคนทั่วไป รวมถึงสถานที่หรือกิจการที่เสี่ยง และพื้นที่ที่เสี่ยงเพราะมีการรายงานพบเคสที่ติดเชื้อ ร่วมกับการรณรงค์ป้องกันตัวเองเต็มที่อย่างการใส่หน้ากาก 100% และทำงานที่บ้าน

หมอธีระ ย้ำ ล็อคดาวน์ เอาตัวเองให้รอด อย่าให้ติดเชื้อ

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่านโยบายจะออกมาในรูปแบบใด จะช้าจะเร็ว จะทันเวลาหรือไม่ ต้องยอมรับว่านี่เป็นโรคระบาดใกล้ตัวทุกคน เกี่ยวข้องกับความเป็นความตายของเรา ของลูกหลาน ของญาติสนิทมิตรสหาย ประชาชนอย่างเราๆจำเป็นต้องตระหนักว่า ในชีวิตจริงเช่นนี้อาจไม่สามารถพึ่งใครได้นอกจากตัวเราเอง ขอให้รักตัวเอง เอาตัวเองให้รอด ป้องกันตัวเองและครอบครัวอย่างเต็มที่ อย่าให้ติดเชื้อ เพราะยิ่งคนติดเชื้อมาก การดูแลจะไม่เพียงพอทั่วถึง โอกาสตายจะมากขึ้นเป็นเงาตามตัว

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก

เฟซบุ๊ก Thira Woratanarat


แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

บริการของเรา

Advertising

พื้นที่โฆษณาประชาสัมพันธ์ สินค้าและบริการ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Web Design

ออกแบบเว็บไซต์ ครบจบในที่เดียว ทั้ง FrontEnd และ BackEnd ด้วยทีมงานมืออาชีพ ประสบการณ์กว่า 15 ปี

Web Application

ไม่ว่าจะธุรกิจใดให้ระบบช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน จากรูปแบบเดิมๆ ให้อยู่ในรูปแบบ Online

VDO Creator

บริการออกแบบ และ จัดทำ Presentation ShowCase Review สินค้า TVC หรือ Viral Clip

ร่วมงานกับเรา | เงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์
ติดต่อลงโฆษณา: 0880-900-800, อีเมล์: ads@jarm.com
แนะนำติชม/ฝากข่าวประชาสัมพันธ์: info@jarm.com