list_alt บทความล่าสุด

สุดยอดนักร้องหญิง อเมริกา โชว์พลังเสียงบนเวที Thailand's Got Talent ทำตะลึงปากค้างกันทั้งสตู!

บอย ปกรณ์ เผยสเปคสาว ที่กดติดตามในไอจี! ขอแค่มีจุดเดียวที่เด่นชัด สาวๆมีความหวังได้เลย!

หนุ่มโชว์ทดสอบเกราะกันกระสุน ปืนพกจ่อยิงเผาขน ลงไปทรุดกับพื้น รอดไม่รอดมาดู!

วิสามัญโหด!! นาทีตำรวจโคโลราโด กระหน่ำยิงคนร้ายวัย 61 ตายคาที่ หลังชักปืนขู่ตำรวจ (คลิป)

แฟนภาคิน โพสต์ตัดพ้อหนัก หลัง ภาคิณ คิดสั้นก่อเหตุผูกคอ! ลั่นความผิดที่เกิดขึ้น เป็นของใครกันแน่!

แพท ณปภา ยอมเผยภาพครอบครัวครั้งแรก! พร้อมแคปชั่นที่อ่านแล้วแฟนคลับเป็นปลื้ม จะลงเอยยังไง!?

เบนซ์ เรซซิ่ง โชว์ข้อเท้า DM ที่ศาลติดไว้! กันหนีออกนอกประเทศ ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่ทุกคนคิด หายห่วง!

ผู้ปกครอง งง! เจอครูตรวจการบ้านให้หลาน ผิดหมดทุกข้อ! ทั้งๆที่เข้าใจว่าตอบถูกแล้ว เถียงกันทั้งโซเชียล

เอ็ม อภินันท์ สุดเซ็ง!! ซื้อบ้านสุดหรู ราคา 30 ล้าน แต่กันฝนไม่ได้ คุยโวบ้านอัจฉริยะ โกหกทั้งเพ!!

น้องเรซซิ่ง โดนเป็นเป้าสายตา! กับปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น หลัง แพท-เบนซ์ เปิดภาพครอบครัว ดูตัวอึดอัดมาก!

star_half บันเทิง Share0Tweet

คุยกับ ริวโตะ คอนโดะ ตากล้องหนัง SHOPLIFTERS เจ้าของรางวัลปาล์มทองคำจากเมืองคานส์!

Clover Jarm
2 กรกฏาคม 2561 - 15:19 (แก้ไข)
คุยกับ ริวโตะ คอนโดะ ตากล้องหนัง SHOPLIFTERS เจ้าของรางวัลปาล์มทองคำจากเมืองคานส์!

          ข่าวภาพยนตร์ คุยกับ “ ริวโตะ คอนโดะ “ ตากล้องหนัง SHOPLIFTERS  เจ้าของรางวัลปาล์มทองคำจากเมืองคานส์

หนังถ่ายทำด้วยฟิล์ม 35 มม. ตลอดทั้งเรื่อง

 

          ริวโตะ คอนโดะ เป็นผู้กำกับภาพชาวญี่ปุ่นอายุ 42 ปี ที่น่าจับตาในวงการ ด้วยอายุที่ยังน้อย แต่ประสบการณ์โชกโชน คอนโดะถ่ายหนังมามากมายหลายแนว อาทิ A Gentle Breeze in the Village (2007), My Back Page (2011), The Kirishima Thing (2012), A Story of Yonosuke (2012), The Light Shines Only There (2014) ปีนี้เขาได้มาเป็นตากล้องให้กับ ฮิโรคาสุ โคเรเอดะ หนึ่งในผู้กำกับที่เขาฝันมานานว่าจะได้ร่วมงานด้วย

 

          นี่เป็นการร่วมงานกับฮิโรคาสุ โคเรเอดะครั้งแรกใช่ไหม

          ใช่ครับ ในที่สุดผมก็ได้ถ่ายหนังให้เขา และผมก็ดีใจมากที่เราทำงานเข้าขากันเป็นอย่างดี หลายปีมานี้ ผมได้รับการติดต่อจากโคเรเอดะให้มาถ่ายงานหลายชิ้นทั้งงานโฆษณาเอย งานวิดีโอเอย แต่โชคไม่ดีที่ตารางงานของเราไม่เคยตรงกันเลย จนกระทั่งมาถึงโอกาสนี้ เราเริ่มต้นถ่ายทำ Shoplifters ด้วยฉากฤดูร้อน และเนื่องจากโคเระเอดะติดต่อผมล่วงหน้านานมาก ผมจึงมีเวลาเคลียร์คิวให้ลงตัวสำหรับการถ่ายหนัง

 

          โคเรเอดะถ่ายหนังหลายเรื่องด้วยฟิล์ม 35 มม. ทำไมคุณถึงเลือกถ่ายด้วยฟิล์มกับหนังเรื่องนี้

          จริงๆ แล้ว โคเรเอดะเป็นคนบอกเองแต่แรกนะครับว่าขอถ่ายหนังเรื่องนี้ด้วยฟิล์ม 35 มม.เท่านั้น ถึงแม้ว่างบหนังจะมีไม่เยอะมาก แต่โคเรเอดะก็ยืนยันว่าจะขอถ่ายด้วยฟิล์ม (การถ่ายด้วยฟิล์มจะสิ้นเปลืองมากกว่าถ่ายด้วยดิจิตัล) ผมว่ากระบวนการถ่ายหนังแบบนี้ แบบที่ต้องรอเปลี่ยนฟิล์มทีละม้วนในการถ่าย มันก็เข้ากับสไตล์การกำกับของโคเรเอดะมากนะครับ และส่วนตัวผมเองก็รู้สึกว่าพื้นผิว (texture) ของภาพนั้นเหมาะกับเรื่องราวในหนังเรื่องนี้อีกด้วย

 

          มีส่วนไหนในการทำงานที่คุณประทับใจเป็นพิเศษไหม

          ผมทึ่งทีมงานทุกคนในกองถ่ายเลย ที่พวกเขาดูจะเข้าใจและเห็นคุณค่าของวิธีการทำงานแบบโคเรเอดะ เช่น ในบทมีอยู่ฉากหนึ่งที่เหตุการณ์เกิดขึ้นตอนฝนตก แต่ว่าพยากรณ์อากาศแจ้งว่าจะเกิดหิมะตกหนักในโตเกียวในวันที่เราจะถ่ายฉากที่ว่านี้ ทีมงานทุกคนไม่มีใครหนักใจกับเรื่องนี้เลย พวกเขาใช้โอกาสนี้เพื่อถ่ายทำฉากหิมะตก ที่กลายเป็นหนึ่งในฉากที่งดงามที่สุดในหนัง ผมคิดว่างานคุณภาพของโคเระเอดะนั้นล้วนมาจากฝีมือจัดการอันเยี่ยมยอดของทีมงานทุกคน

          อีกเรื่องก็คือ ทุกๆ วันของการถ่ายทำ โคเรเอดะจะตัดต่อด้วยการใช้ภาพวิดีโอแอสซิสต์ (ภาพจากกล้องวิดีโอที่บันทึกพร้อมกับกล้องฟิล์ม ซึ่งจะได้ภาพมุมเดียวกับกล้องหลัก มีไว้สำหรับบันทึกภาพให้ผู้กำกับดูหน้ามอนิเตอร์ระหว่างถ่ายทำ) เพื่อจะดูว่าฉากนั้นออกมาเป็นอย่างที่เขาคิดหรือเปล่า ถ้าตัดต่อออกมาแล้ว จะต้องมีการถ่ายเพิ่ม เขาก็จะถ่ายเพิ่ม หรืออาจจะมีการดัดแปลงบางอย่างสำหรับฉากถัดไป โดยไม่จำเป็นต้องยึดตามบทที่เขียนมาทั้งหมด เพราะฉะนั้นทุกๆ วัน คุณจะได้เห็นหนังเรื่องนี้ค่อยๆมีชีวิตขึ้นมาระหว่างถ่ายทำ มันน่าอัศจรรย์สำหรับผมมาก

          และเนื่องจากหนังเรื่องนี้มีตัวละครหลัก 6 ตัวด้วยกัน แถมยังมีตัวละครเด็กอีกด้วย ผมเลยเสนอว่าบางฉากน่าจะลองถ่ายโดยใช้กล้องหลายๆตัวพร้อมกัน ผมเลยถามโคเรเอดะว่า ผมควรใช้กล้องสองตัวไหม แต่เขาบอกผมว่า เขาใช้กล้องตัวเดียวเท่านั้นเวลาถ่ายหนัง เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่ผมทึ่งเขามาก

 

          เมื่อได้ดูหนังจริงๆบนจอใหญ่แล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง

          มันทำให้เราเห็นว่าการถ่ายฟิล์มนั้นมันให้ผลที่น่าพึงพอใจอย่างไร ผมว่าโคเระเอดะเองก็พอใจกับมันมากๆ ผมรู้สึกเหมือนตนเองประสบความสำเร็จนะ เมื่อพิจาณาจากสถานการณ์หลายๆ อย่างระหว่างการทำงาน คือว่า ผมใช้ฟิล์มชนิดเดียวเท่านั้นในการถ่ายหนังเรื่องนี้ คือฟิล์มสี KODAK VISION3 500T 5219 (3-perf) สำหรับหนังญี่ปุ่นแล้ว พวกเรานิยมถ่ายด้วยฟิล์ม 3-perf (หนึ่งเฟรมมี 3 รูหนามเตย) เราไปล้างฟิล์มและแปลงสัญญาณภาพที่บริษัท IMAGICA

          ตอนที่เราเริ่มถ่ายทำฉากฤดูร้อนริมทะเล ตอนนั้นบทยังเขียนไม่เสร็จ และเราก็ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าภาพของหนังจะออกมาโทนไหนดี  หนังเรื่องก่อนๆของโคเรเอดะสีจะออกมาสะอาดสบายตา ผมก็ชั่งใจอยู่นานว่ามันควรจออกมาเป็นแบบนั้นไหม หรือควรจะเพิ่มความจัดของสีมากขึ้นกว่าเดิมไหม เพราะหนังเรื่องนี้มันเกี่ยวกับความยากจน อาชญากรรม ที่ให้ความรู้สึกยุ่งเหยิงเล็กน้อย

          โคเรเอดะบอกผมว่า เขาอยากได้โทนสีฟ้า ผมจึงเลือกโทนของภาพจากสิ่งต่างๆที่โคเระเอดะพบเจอระหว่างเราออกไปดูโลเกชั่นกัน เช่น สีของแผ่นสังกะสีที่ใช้เป็นผนังบ้านที่ครอบครัวนี้อาศัยอยู่

           ฉากที่ตัวละครทั้ง 6 คนนั่งอยู่ตรงนอกชาน และแหงนมองดอกไม้ไฟนั้นเป็นช็อตแรกที่ผมต้องถ่ายทั้ง 6 คนอยู่ด้วยกัน ภาพที่โคเระเอดะคิดในใจคือ อยากให้มีอารมณ์เหมือนฝูงปลาใต้ทะเลที่แหงนขึ้นมองผิวน้ำ และเขาเจาะจงเลยว่า กล้องควรวางจากด้านบน ส่วนสีฟ้า ก็เหมาะกับความรู้สึกที่ว่าอยู่ในก้นมหาสมุทรดี

 

          เล่าขั้นตอนโพสต์โปรดักชั่นให้ฟังหน่อย

          เรานำฟิล์มเนกาทีฟที่ล้างเสร็จแล้วสแกนด้วยเครื่อง Cine Vivo ตอนแรกเราลังเลว่าจะใช้เครื่องสแกนตัวไหนดี แต่ Cine Vivo ให้ภาพที่ละมุนกว่า ซึ่งเหมาะกับหนังมากกว่าเครื่องอื่น แต่พูดก็พูดเถอะ เราอุตส่าห์ถ่ายหนังด้วยฟิล์ม เราก็อยากจะปรินต์หนังออกมาให้เป็นฟิล์มด้วยเหมือนกันนะ แต่ปัจจุบันมันเป็นไปไม่ได้เลย เพราะค่าใช้จ่ายมันสูง

          ครั้งหนึ่ง ตากล้องภาพยนตร์ที่ผมรู้จัก เคยกล่าวไว้ว่า สีที่อยู่บนฟิล์ม คือ "สีของความทรงจำ" เขาตั้งใจจะบอกว่า ฟิล์มนั้นสามารถแสดงสีแทนความทรงจำของเราได้ ผมเห็นด้วยอย่างมาก ผมเชื่อว่ามีสีบางอย่าง และพื้นผิวของภาพบางอย่างที่มีแต่ฟิล์มเท่านั้นที่สามารถทำออกมาได้ และนับเป็นเกียรติในชีวิตเหลือเกินที่ผมได้เป็นส่วนหนึ่งของหนังที่ได้รางวัลปาล์มทองคำจากเมืองคานส์ ผมจะตั้งใจทำงานเพื่อให้สมกับเกียรติยศที่ได้รับ ผมเชื่อว่าคงมีหลายคนมาดูหนังเรื่องนี้เพราะรางวัลจากคานส์ แต่ผมก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า คนดูจะได้รับประสบการณ์อันน่าประทับใจที่เกิดจากภาพที่ถ่ายด้วยฟิล์มไปพร้อมๆกัน

 

          Shoplifters ภาพยนตร์ญี่ปุ่นดราม่าครอบครัว ของผู้กำกับชื่อดัง "ฮิโรคาสุ โคเรเอดะ" เจ้าของรางวัลปาล์มทองคำจากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปีล่าสุด เปิดตัวอันดับ 1 ใน Japan Box Office ประจำสุดสัปดาห์ และเป็นภาพยนตร์ญี่ปุ่นคนแสดงที่ทำรายได้ทะลุหลัก 1000 ล้านเยนเร็วที่สุดอีกด้วย

          โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้รับแรงบันดาลใจส่วนหนึ่งมาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในญี่ปุ่นหนังเล่าเรื่องของโอซามุ (ลิลลี่ แฟรงกี้) นอกจากทำงานเป็นกรรมกร เขายังลักเล็กขโมยน้อยเป็นอาชีพเสริมด้วย โดยมีลูกชาย โชตะ (ไคริ จิโอ) เป็นผู้ช่วย

          วันหนึ่ง ขณะทั้งคู่กลับจากการขโมยของ โอซามุ ได้เจอกับ ยูริ (มิยุ ซาซากิ) เด็กหญิงตัวน้อยอยู่ตัวคนเดียว เขาจึงตัดสินใจพาเธอกลับมาบ้านด้วย แม้ว่า โนบุโยะ (ซากุระ อันโดะ) ภรรยาของเขาจะไม่พอใจที่เขาพาเด็กที่ไหนมารู้มาอยู่อาศัยด้วย ถึงอย่างนั้นตัวเธอและรวมถึงสมาชิกคนอื่นๆ ในครอบครัวอย่าง อากิ (มายุ มัตสึโอกะ) น้องสาวของยูริ และคุณยายฮัตสุเอะ (คิริน กีกิ) ก็ดูแลเด็กหญิงคนนี้เป็นอย่างดี ถึงแม้พวกเขาจะเป็นครอบครัวเล็กๆ แต่พวกเขาก็เป็นครอบครัวที่มีความสุข ทว่าในช่วงเวลาที่ทุกอย่างกำลังไปได้สวย ความลับบางอย่างก็เปิดเผยออกมาทำให้ทั้งครอบครัวต้องสั่นคลอน

"Shoplifters"  2 สิงหาคมนี้ เฉพาะที่ house Rca

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook