ต่างประเทศ Share0 Tweet

ผู้ป่วยเสียชีวิตคาเตียง หลังญาติถอดปลั๊กเครื่องช่วยหายใจ แล้วเสียบปลั๊กแอร์แทน

Shambhala TS
21 มิถุนายน 2563 - 19:40(แก้ไข)
ผู้ป่วยเสียชีวิตคาเตียง หลังญาติถอดปลั๊กเครื่องช่วยหายใจ แล้วเสียบปลั๊กแอร์แทน

เกิดเหตุผู้ป่วยเสียชีวิตคาเตียงในโรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง หลังญาติๆที่มาเยี่ยมไข้เผลอถอดปลั๊กเครื่องช่วยหายใจ แล้วนำไปเสียบปลั๊กเครื่องทำความเย็นแทน สุดท้ายผู้ป่วยขาดอากาศเสียชีวิตเศร้า

ผู้ป่วยเสียชีวิตคาเตียง หลังญาติถอดปลั๊กเครื่องช่วยหายใจ แล้วเสียบปลั๊กแอร์แทน

สื่อต่างประเทศรายงานว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นที่โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งในอินเดียด้วยภาวะทางเดินหายใจผิดปกติตั้งแต่วันที่ 13 มิ.ย. ที่ผ่านมา คาดว่าป่วยจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่อย่างไรก็ตามผลตรวจออกมากลับพบว่ามีผลเป็นลบ แต่จากที่ตรวจพบว่าหนึ่งในผู้ป่วยที่พักอยู่ห้องเดียวกับเขาติดเชื้อ ทีมแพทย์จึงได้ย้ายเขาไปยังห้องแยกโรคอื่น

ผู้ป่วยเสียชีวิตคาเตียง หลังญาติถอดปลั๊กเครื่องช่วยหายใจ แล้วเสียบปลั๊กแอร์แทน

ในวันเกิดเหตุ ทางญาติๆผู้ป่วยก็ได้เข้ามาเยี่ยม และคาดว่าอากาศภายในห้องแยกโรคคงจะร้อนเกิน ทำให้หนึ่งในญาตินำเอาเครื่องปรับอากาศแบบพกพาติดตัวมาด้วย ก่อนตัดสินใจถอดปลั๊กที่เสียบอยู่ในเต้าเสียบ แล้วเอาปลั๊กเครื่องปรับอากาศเสียบไปแทน แต่หารู้ไม่ว่าปลั๊กที่เขาดึงออกมานั้นคือปลั๊กเสียบเครื่องช่วยหายใจของผู้ป่วย ในเมื่อเครื่องดับลงผู้ป่วยดังกล่าวก็เสียชีวิตทันทีในอีก 1 ชั่วโมงต่อมาเพราะแบตเตอรี่ในเครื่องยังทำงานอยู่

ผู้ป่วยเสียชีวิตคาเตียง หลังญาติถอดปลั๊กเครื่องช่วยหายใจ แล้วเสียบปลั๊กแอร์แทน

แพทย์และพยาบาลรีบพุ่งไปปั๊มหัวใจช่วยชีวิตเขากลับคืนมาอย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่สามารถทำให้เขาฟื้นขึ้นมาได้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้สร้างความเสียใจแก่ญาติเป็นอย่างมาก อีกทั้งพวกเขายังโยนความผิดให้กับทีมแพทย์และพยาบาลที่ไม่สามารถช่วยกู้สัญญาณชีพของผู้ป่วยคืนมาได้ แต่กับทางโรงพยาบาลมองว่าเป็นความผิดของญาติ เพราะด้วยความสะเพร่าเองและการดึงปลั๊กออกโดยพลการนั้น ผิดหลักความปลอดภัยของโรงพยาบาลเต็มๆ หลังจากนี้จะมีการสืบสวนเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างจริงจังอีกทีในลำดับต่อไป...

ผู้ป่วยเสียชีวิตคาเตียง หลังญาติถอดปลั๊กเครื่องช่วยหายใจ แล้วเสียบปลั๊กแอร์แทน
ผู้ป่วยเสียชีวิตคาเตียง หลังญาติถอดปลั๊กเครื่องช่วยหายใจ แล้วเสียบปลั๊กแอร์แทน

 

ขอบคุณข้อมูลจาก: hindustantimes


แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook