บทความล่าสุด
สุขภาพShare0Tweet

ริ้วรอยบนใบหน้า แฉ น้ำตาล-ไวน์-ผลิตภัณฑ์จากนม-แป้งจากข้าว ทำร้ายผิวหน้าของคุณมากกว่าที่คิด!!

Aurora Jarm
Aurora Jarm
10 พฤศจิกายน 2558 - 17:37(แก้ไข)
ริ้วรอยบนใบหน้า แฉ น้ำตาล-ไวน์-ผลิตภัณฑ์จากนม-แป้งจากข้าว ทำร้ายผิวหน้าของคุณมากกว่าที่คิด!!

          อาหารทุกชนิดย่อมมีประโยชน์แตกต่างกันไป แต่การบริโภคอย่างเกินความพอดี อาจทำร้ายคุณได้อย่างแสนสาหัส

          ยกตัวอย่างเช่นเรื่องที่เราจะนำมาเสนอวันนี้ ซึ่งมาจากการวิเคราะห์และสังเกตุจาก Nigma Talib ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนัง ที่เคยดูแลดาราดัง ๆ อย่าง Sienna Miller และ Charlotte Tilbury ได้ออกมาเผยความจริงที่อาหาร 4 อย่าง น้ำตาล ไวน์ ผลิตภัณฑ์จากนม และ แป้งจากข้าว หากคุณทานเข้าไปในปริมาณที่มากเกินไป มันจะสะท้อนออกมาได้บนผิวหน้าของคุณเลยดังนี้

1. หน้าของคนที่ดื่มไวน์จัด ๆ

ริ้วรอยบนใบหน้า แฉ น้ำตาล-ไวน์-ผลิตภัณฑ์จากนม-แป้งจากข้าว ทำร้ายผิวหน้าของคุณมากกว่าที่คิด!!

         ใบหน้าของคนที่ดื่มไวน์มากเกินไป มักจะมีริ้วรอยเป็นเส้น ๆ หรือรอยแดง ๆ ตรงบริเวณตรงกลางระหว่างตาทั้ง 2 ข้าง ผิวหน้าจะแห้งขาดความชุ่มชื่นแถมยังมีเส้นจาง ๆ บนโหนกแก้ม บางครั้งพวงแก้มและจมูกมักจะมีสีแดง รูขุมขนเปิดกว้าง และจะมีร่องข้างจมูกและปากที่ลึกและเด่นชัดมาก

2. หน้าของคนที่ทานผลิตภัณฑ์จากนมเป็นจำนวนมาก

ริ้วรอยบนใบหน้า แฉ น้ำตาล-ไวน์-ผลิตภัณฑ์จากนม-แป้งจากข้าว ทำร้ายผิวหน้าของคุณมากกว่าที่คิด!!

           ใบหน้าของคนที่รับประทานอาหารจากผลิตภัณฑ์จากนมมากไป รอบดวงตามักจะบวม ๆ มีถุงใต้ตาและขอบตาดำ มีจุดฝ้าขาวเล็ก ๆ ทั่วใบหน้า และมีรอบขรุขระบริเวณคาง

[[[adsense]]]

3. ใบหน้าของคนที่ได้รับแป้งจากข้าวมากเกินไป

ริ้วรอยบนใบหน้า แฉ น้ำตาล-ไวน์-ผลิตภัณฑ์จากนม-แป้งจากข้าว ทำร้ายผิวหน้าของคุณมากกว่าที่คิด!!

         ใบหน้าของคนที่ได้รับแป้งจากข้าวมากเกินไป แก้มจะมีลักษณะบวมและแดง และมักจะมีรอยด่างดำหรือหลมสิวบริเวณคางเป็นจำนวนมาก

4. หน้าของคนที่ทานน้ำตาลเยอะจนเกินไป

ริ้วรอยบนใบหน้า แฉ น้ำตาล-ไวน์-ผลิตภัณฑ์จากนม-แป้งจากข้าว ทำร้ายผิวหน้าของคุณมากกว่าที่คิด!!

         ใบหน้าของคนที่บริโภคน้ำตาลมากเกินไป จะมีริ้วรอยเหี่ยวย่นบนหน้าผาก รอบดวงตาห่อเหี่ยวไม่สดใส ใบหน้าผอมเกร็ง ร่องรอยสิวสุดสะพรึงบนใบหน้า ปิดท้ายด้วยใบหน้าซีดเซียวไร้สีสัน


แปลและเรียบเรียงโดย Boxza.com

ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก wittyfeed.com

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook