commentขณะนี้ทางทีมงานกำลังอัพเกรดเว็บไซต์ อาจจะส่งผลให้มีหน้าเว็บบางส่วนใช้งานไม่ได้...

local_library เกร็ดความรู้

ยายป้อนกล้วยบดให้ทารกเพึ่งเกิดได้ 10 วัน ก่อนกระอักเลือดออกปาก-จมูก-รูทวาร เสียชีวิต!!

Herr Forscher Jarm
20 มีนาคม 2561 - 13:48 (แก้ไข)
ยายป้อนกล้วยบดให้ทารกเพึ่งเกิดได้ 10 วัน ก่อนกระอักเลือดออกปาก-จมูก-รูทวาร เสียชีวิต!!

โดยปกติแล้วอาหารสำหรับทารกพึ่งเกิดได้ไม่นานจะต้องมีการเลือกทานอย่างเฉพาะเจาะจง  เนื่องจากยังไม่สามารถย่อยอาหารประเภทที่ผู้ใหญ่ทานกันได้ จึงทำให้ต้องระวังเป็นอย่างมาก แต่กลับมีเหตุน่าสลด เมื่อมีทารกต้องเสียชีวิตลง เพราะความไม่ระวังของผู้ใหญ่

Advertisement

The Asian Parent เว็บไซต์ที่ให้คำแนะนำด้านการเลี้ยงลูกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แชร์โพสต์ของผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ Lia Imelda Siregar เผยเรื่องราวการเสียชีวิตของทารกรายหนึ่งในอินโดนีเซียหลังเกิดมาได้เพียง 10 วัน โดยหวังย้ำเตือนให้เป็นอุทาหรณ์ว่าควรจะต้องระมัดระวังการให้อาหารเด็กทารกมากแค่ไหน ผู้ใช้เฟซบุ๊ครายนี่เล่าว่า ยายของเด็กเผลอป้อนกล้วยบดเข้าไป ลืมไปว่าเด็กยังไม่สามารถย่อยได้ ก่อนจะมีอาการเลือดไหลออกจากรูทวารของเด็ก และมีกลิ่นฉุนรุนแรง ตกใจรีบพาตัวไปโรงพยาบาล ถูกส่งเข้าห้องฉุกเฉิน

อาการของทารกน้อยแย่ขึ้น สำลักเลือดออกมาจากปากและจมูก ทรมานอยู่นาน 1 ชั่วโมง ก่อนจะเสียชีวิตลง ผู้เป็นยายต้องสูญเสียหลานชายคนแรกไปเพราะความประมาทของตัวเอง... โลกโซเชียลพากันแชร์โพสต์เรื่องราวอุทาหรณ์ครั้งนี้และแสดงความเสียใจต่อการจากไปของทารกน้อยผู้นี้

ทาง The Asian Parent ได้ให้คำแนะนำว่า มันเป็นเรื่องสำคัญมากที่จะต้องรอให้ลูกน้อยแรกเกิดอายุผ่านไป 6 เดือนก่อนถึงจะสามารถให้อาหารแข็ง (solid food) หรืออาหารเหลวที่ไม่ใช่นม แก่เด็กได้ 

  • อาหารแข็ง (solid food) ยากต่อการกลืนและย่อยได้สำหรับเด็กทารก เนื่องจากระบบย่อยอาหารยังไม่พัฒนาเต็มที่
  • ในช่วงนี้อาหารแข็งยังไม่มีคุณค่าทางโภชนาการเท่ากับน้ำนมจากเต้าของแม่เด็ก เนื่องจากมีสารอาหารในระดับที่ต่ำ
  • การให้เด็กเล็กทานอาหารแข็งเร็วกว่ากำหนด อาจจะทำให้เกิดปัญหาสุขภาพหลายอย่าง เช่นมีอาหารภูมิแพ้ หรือเป็นโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรัง นอกจากนี้นักวิจัยยังพบว่าการให้อาหารแข็งเด็กก่อนวัยอันควร ยังส่งผลให้มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน และโรคแพ้กลูเตน (Coeliac Disease) อีกด้วย 

Advertisement

 

ขอบคุณข้อมูลจาก The Asian Parent

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

mode_edit
แบ่งปันเรื่องราวของคุณ

โพสต์บทความและรูปภาพของคุณเลย.. มีคนรออ่านเพียบ!...
สมัครสมาชิกภายในไม่กี่คลิก...