commentขณะนี้ทางทีมงานกำลังอัพเกรดเว็บไซต์ อาจจะส่งผลให้มีหน้าเว็บบางส่วนใช้งานไม่ได้...

local_library เกร็ดความรู้

เปิดเผยโฉมหน้า เจ้าของเสียง Siri บนไอโฟน! ที่หลายต่างจินตนาการหน้าตาของเธอมานาน (คลิป)

Herr Forscher Jarm
15 มกราคม 2561 - 17:35 (แก้ไข)
เปิดเผยโฉมหน้า เจ้าของเสียง Siri บนไอโฟน! ที่หลายต่างจินตนาการหน้าตาของเธอมานาน (คลิป)

สำหรับผู้ใช้ไอโฟน คงจะคุ้นเคยกับเสียงของซอฟต์แวร์ผู้ช่วยอัจฉริยะนามว่า "Siri" เป็นอย่างดี เชื่อว่าหลายคนคงจินตนาการหน้าตาของเธอในแบบฉบับของตัวเอง หรืออาจสงสัยว่าถ้าหาก "Siri" เป็นคนจะหน้าตาเป็นยังไง แต่รู้ไม่ว่าเสียงผู้หญิงยินมาถูกบันทึกจากเจ้าของเสียงที่มีตัวตนจริงๆ ไม่ใช่เสียงที่ใช้คอมพิวเตอร์สังเคราะห์ออกมาแต่อย่างใด

Advertisement

พบกับเจ้าของเสียง "Siri" นางซูซาน เบนเน็ตท์ ศิลปินนักพากย์เสียงชาวอเมริกันวัย 68 ปี ผู้เป็น Siri ให้กับเหล่าผู้ใช้ไอโฟนมาตั้งแต่ซอฟต์แวร์นี้ถูกเปิดตัวใน iPhone 4S  เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2011 ซึ่งแรกเริ่มเดิมทีนั้นตัวเธอก็เองยังไม่รู้เลยว่าเสียงของเธอนั้นไปอยู่ในไอโฟน เธอจำได้ว่า เธอได้ไปบันทึกเสียงโปรเจคใหม่สำหรับตอบข้อความออกมาเป็นคำพูด ของบริษัทที่ชื่อว่า ScanSoft เมื่อกรกฎาคม 2005 พวกเขาบอกเธอว่าโปรเจคนี้จะนำไปแปลงลงระบบส่งข้อความในโทรศัพท์ แต่แล้วมันกลับกลายเป็นเสียงต้นแบบในซอฟต์แวร์ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ถูกพัฒนากลายเป็น "Siri" ในเวลาต่อมา

สำหรับผู้ที่ตั้งชื่อให้ซอฟต์แวร์ผู้ช่วยอัจฉริยะนี้มีชื่อว่า "Siri" ก็คือ "ดัก คิทเลาส์" (Dag Kittlaus) หนึ่งในผู้ร่วมสร้างซอฟต์แวร์ Siri ผู้ที่ภายหลังลาออกจาก Apple แล้วมาก่อตั้งบริษัทแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์ที่ชื่อว่า "Viv"  ซึ่งแรกเริ่มนั้นเขาตั้งใจจะตั้งชื่อให้กับลูกสาวที่ยังไม่เกิดออกมาว่า "Siri" แต่แล้วภรรยาของเขากลับคลอดลูกชายออกมา เขาจึงนำชื่อนี้มาตั้งให้กับซอฟต์แวร์ผู้ช่วยอัจฉริยะของไอโฟนแทน โดย Siri มีความหมายในภาษานอร์เวย์ว่า "หญิงผู้งดงามที่จะเป็นไกด์นำพาคุณไปสู่ชัยชนะ"

ดัก คิทเลาส์ ผู้ร่วมสร้าง Siri และผู้ก่อตั้ง Viv

ขณะที่ซูซาน เจ้าของเสียง Siri พึ่งรู้ตัวว่าเสียงของตัวเองไปอยู่ในไอโฟนเมื่อเดือนตุลาคม 2011 ตอนแรกที่ได้ยินเสียง ยอมรับว่าน่าขนลุกเล็กน้อย และเก็บตัวเงียบๆไม่เปิดเผยว่าตัวเองเป็นเจ้าของเสียงมานานถึง 2 ปี ก่อนจะเปิดเปิดเผยโฉมตัวเองกับทาง CNN เมื่อปี 2013 และเธอเสียงของ Siri มาจนถึง iOS 11

(Photo credit: durtti)

Advertisement

Advertisement

ชมคลิป

 

ขอบคุณข้อมูลจาก CNN

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

mode_edit
แบ่งปันเรื่องราวของคุณ

โพสต์บทความและรูปภาพของคุณเลย.. มีคนรออ่านเพียบ!...
สมัครสมาชิกภายในไม่กี่คลิก...