commentขณะนี้ทางทีมงานกำลังอัพเกรดเว็บไซต์ อาจจะส่งผลให้มีหน้าเว็บบางส่วนใช้งานไม่ได้...

local_library เกร็ดความรู้

เผยสาเหตุ ที่สมาชิกยากูซ่าต้องตัดนิ้วตัวเอง อีกหนึ่งพิธีกรรม ของเหล่าลูกผู้ชาย ไขกระจ่างแล้ว!

Shambhala จาม
23 มีนาคม 2561 - 13:21 (แก้ไข)
เผยสาเหตุ ที่สมาชิกยากูซ่าต้องตัดนิ้วตัวเอง อีกหนึ่งพิธีกรรม ของเหล่าลูกผู้ชาย ไขกระจ่างแล้ว!

ยากูซ่า หนึ่งในสมาคมมาเฟียที่โด่งดังที่สุดในโลก ด้วยพวกเขาถูกนำเสนอให้เป็นที่รู้แก่สายตาชาวโลกมาหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะสื่อภาพยนตร์ ที่มักจะใช้พวกเขาเป็นวัตถุดิบในการสร้างสรรค์เรื่องราวที่ต้องการสื่อ

Advertisement

แม้จะมีหลากหลายสื่อเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับยากูซ่ามามากมาย แต่ก็มีส่วนน้อยที่จะพูดถึงวัฒนธรรมภายในองค์กรของพวกเขา ด้วยเพราะเหตุผลหลากหลายประการ แต่พิธีกรรมที่ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ชื่นชอบยากูซ่าหรือไม่ก็ตามต้องรู้จัก นั่นก็คือพิธีตัดนิ้วตัวเอง บางคนอาจสงสัยกันว่าตัดไปทำไม ตัดไปเพื่ออะไร? พิธีตัดนิ้ว ตามภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า "ยูบิซึเมะ" แปลตามตัวอักษรได้ว่า "ทำให้นิ้วสั้นลง" เป็นวิธีการแสดงออกถึงความรู้สึกผิดต่อการกระทำของตัวเอง ที่อาจทำผิดต่อหัวหน้าแก๊ง หรือต่อเพื่อนร่วมแก๊งตัวเอง โดยจะใช้มีดชนิดพิเศษที่มีความคมมากกว่าปกติ เฉือนบริเวณปลายนิ้ว ถึงกลางนิ้ว เมื่อเฉือนเสร็จ ผู้เฉือนจะใช้ผ้าเนื้อละเอียด ห่อนิ้วที่ตัด แล้วยื่นให้หัวหน้าแก๊งเป็นการแสดงคำขอโทษอย่างสูง

(Photo credit: Wikimedia Commons)

(Photo credit: Wikimedia Commons)

(Photo credit: The Australian/YouTube)

Advertisement

ต้นกำเนิดของการตัดนิ้วลงโทษนั้น ยังไม่ปรากฏแน่ชัด แต่เชื่อกันว่าน่าจะมีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 ถึงศตวรรษที่ 20 แล้วทำไมต้องเป็นนิ้วก้อยด้วยล่ะ? เพราะว่า นอกจากนิ้วก้อยมันจะเป็นนิ้วแห่งความรัก การให้คำมั่นสัญญา มันยังเป็นนิ้วที่สำคัญมากในวงการกีฬาเคนโด้ โดยเชื่อกันว่านิ้วก้อยเป็นนิ้วที่ช่วยให้จับดาบได้มั่นคงขึ้น นั่นหมายความว่า หากขาดนิ้วก้อยไป นั่นหมายถึงชีวิต เพราะถ้ามองในแง่การสงคราม นักรบคนไหนโดนตัดนิ้วก้อยไป มันจะทำให้เขาตกอยู่ในอันตราย เพราะไม่สามารถจับดาบได้มั่นคง ความเชื่อเช่นนี้ยังคงสืบเนื่องมาถึงแก๊งยากูซ่าปัจจุบัน หากสมาชิกแก๊งคนไหนยังทำผิดอีก แม้จะตัดนิ้วขอขมาไปแล้ว ก็จะเจอโทษสถานหนัก คือถูกไล่ออกจากแก๊งไปเลย

(Photo credit: Aishado/youtube)

(Photo credit: Aishado/youtube)

(Photo credit: Aishado/youtube)

Advertisement

 

ขอบคุณข้อมูลจาก: ladbiblenextshark

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

mode_edit
แบ่งปันเรื่องราวของคุณ

โพสต์บทความและรูปภาพของคุณเลย.. มีคนรออ่านเพียบ!...
สมัครสมาชิกภายในไม่กี่คลิก...