Live Share0 Tweet

คลิปอุทาหรณ์! หนุ่มถูกแหวนกินนิ้วลึกถึงกระดูกนาน 2 เดือน

wipcreamz jarm
29 เมษายน 2562 - 14:28(แก้ไข)
คลิปอุทาหรณ์! หนุ่มถูกแหวนกินนิ้วลึกถึงกระดูกนาน 2 เดือน

ข่าวที่ 1 : เมื่อวันที่ 28 เม.ย.2562 หนุ่มกู้ภัย Persia Jongtawon โพสต์ภาพและคลิปขณะเข้าช่วยเหลือชายคนหนึ่งที่ต้องทนทุกข์ทรมานกับนิ้วที่ถูกแหวนกินมาประมาณ 2 เดือน โดยโรงพยาบาลท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ได้ประสานขอความช่วยเหลือจากทีมมูลนิธิขุนรัตนาวุธให้จัดเตรียมอุปกรณ์เข้าช่วยเหลือ ภาพที่ปรากฎคือ นิ้วมือที่มีอาการบวมแดงและเริ่มเน่าจากแหวนขนาดเล็กที่กินเนื้อเข้าไปถึงกระดูกเจ้าหน้าที่ต้องทำการตัดแหวนออกจากนิ้ว โดยพยาบาลได้ทำการบล็อกยาชาให้และทำการตัดออกแหวน ซึ่งการทำงานเป็นไปอย่างยากลำบากเพราะนิ้วมือบวมมาก เจ้าหน้าที่ใช้ความพยายามเป็นเวลา 20 นาที ก็นำแหวนนออกมาได้เป็นผลสำเร็จ

ข่าวที่ 2 : สังคมออนไลน์ได้แห่แชร์คลิปกลุ่มวัยรุ่นนับสิบคน บุกไปที่หน้าห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลประทาย โดยเหตุการณ์เกิดเมื่อเวลาประมาณ 02.00 น.ที่ผ่านมา (29 เมษายน 2562) หลังจากได้มีการจัดงานคอนเสิร์ตวันไหล อ.ประทาย จ.นครราชสี มาหลังจบคอนเสิร์ตได้มีกลุ่มวัยรุ่นที่อยู่ในอาการมึนเมาจากฤทธิ์สุราได้ก่อเหตุทะเลาะวิวาทจนกระทั่งมีผู้ได้รับบาดเจ็บจนถูกส่งเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลประทาย ซึ่งฝั่งคู่กรณีด้วยอารมณ์ที่ยังคงคั่งค้างจึงได้ยกพวกตามมาหาเรื่องที่หน้าโรงพยาบาลอีกโดยไม่ได้ใส่ใจเลยว่าสถานที่ดังกล่าวเป็นโรงพยาบาลที่กำลังรักษาผู้ป่วยและผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์อยู่ ทำให้แพทย์เวรและเจ้าหน้าที่พยาบาลต่างวิ่งหลบหนี เพราะตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จากนั้นเจ้าหน้าที่ รปภ.ของโรงพยาบาล รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ได้เข้ามาระงับเหตุทางกลุ่มวัยรุ่นจึงแยกย้ายกันออกไป ซึ่งในเบื้องต้นอยู่ในระหว่างการสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้นก่อนกับโรงพยาบาลจะเข้าแจ้งความเพื่อนำกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุมาดำเนินการเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป

คลิปอุทาหรณ์! หนุ่มถูกแหวนกินนิ้วลึกถึงกระดูกนาน 2 เดือน
คลิปอุทาหรณ์! หนุ่มถูกแหวนกินนิ้วลึกถึงกระดูกนาน 2 เดือน
คลิปอุทาหรณ์! หนุ่มถูกแหวนกินนิ้วลึกถึงกระดูกนาน 2 เดือน
คลิปอุทาหรณ์! หนุ่มถูกแหวนกินนิ้วลึกถึงกระดูกนาน 2 เดือน
คลิปอุทาหรณ์! หนุ่มถูกแหวนกินนิ้วลึกถึงกระดูกนาน 2 เดือน

ขอขอบคุณรูปภาพและคลิปจาก Facebook Persia Jongtawon, Bright TV. 

และ Workpoint News

Loading...

ข่าวใกล้เคียง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook