Live Share0 Tweet

ออกหมายจับ “ชัยวัฒน์” พร้อมพวก หลัง DSI พบเอี่ยวคดี “บิลลี่”

wipcreamz jarm
12 พฤศจิกายน 2562 - 13:05(แก้ไข)
ออกหมายจับ “ชัยวัฒน์” พร้อมพวก หลัง DSI พบเอี่ยวคดี “บิลลี่”

ออกหมายจับ “ชัยวัฒน์” พร้อมพวก หลัง DSI พบเอี่ยวคดี “บิลลี่”

นายพอละจี รักจงเจริญ หรือ “บิลลี่” ชาวกะเหรี่ยงที่นำชาวบ้านเรียกร้องสิทธิชุมชน จากกรณีเจ้าหน้าที่ไล่รื้อที่อยู่ของชาวบ้าน ในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ระหว่างปี 2554-2555 หลังจากนั้นเขาหายตัวไปอย่างปริศนากว่า 5 ปี หากย้อนเหตุการณ์ทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นเมื่อ

17 เม.ย. 2557 บิลลี่ ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานควบคุมตัวฐานเก็บของป่าและน้ำผึ้ง จากนั้นไม่มีใครพบเขาอีกเลย หลังเวลาผ่านไป 24 ชั่วโมง นางสาวพิณนภา พฤกษาพรรณ ภรรยาของบิลลี่พร้อมด้วยครอบครัวเข้าแจ้งความคนหายที่สภ.แก่งกระจาน

24 เม.ย. 2557 นางสาวพิณนภา พฤกษาพรรณภรรยา ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดเพชรบุรี เป็นคดีหมายเลขดำที่ พิเศษ 1/2557 เพื่อขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉินและขอให้ปล่อยตัวนายบิลลี่จากการถูกควบคุมตัวโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

17 ก.ค. 2557 ศาลชั้นต้นจังหวัดเพชรบุรี ศาลก็ได้มีคำสั่งไต่สวนฉุกเฉิน โดยมีการสืบพยานรวมทั้งสิ้น 12 คน ต่อมาศาลยกคำร้องของภรรยาบิลลี่ โดยระบุว่าหลักฐานไม่เพียงพอว่ามีการควบคุมตัวบิลลี่โดยมิชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากเจ้าหน้าที่ที่ดำเนินการจับกุมให้การว่าปล่อยตัวบิลลี่ไปแล้วโดยมีพยานคือนักศึกษาฝึกงาน 2 คน

จนภรรยาบิลลี่ได้นำเรื่องขึ้นสู่ศาลอุทธรณ์ต่อ

26 ก.พ. 2558 ศาลอุทธรณ์ ภาค 7 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น เพราะการไต่สวนพยานทั้งปากนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร และเจ้าหน้าที่อุทยาน 4 คน รวมถึงนักศึกษาฝึกงาน 2 คน ให้การสอดคล้องกันว่าปล่อยตัวนายบิลลี่ไปแล้ว ด้านภรรยาไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอในการพิสูจน์ว่าบิลลี่ถูกขังโดนไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงไม่มีมูลอุทธรณ์

หลังจากนั้นภรรยาได้ยื่นฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 นำเรื่องขึ้นสู่ชั้นฎีกา

2 ก.ย. 2558 ศาลฎีกาพิพากษายกคำร้อง โดยชี้ว่าข้อเท็จจริงจึงฟังไม่ได้ว่านายชัยวัฒน์กับพวกควบคุมตัวนายบิลลี่ไว้โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาโดยมิชอบด้วยกฎหมายในการออกหมายเรียกนายชัยวัฒน์และเจ้าหน้าที่มาไต่สวนโดยไม่ตรวจสอบมูลคำร้อง หลังจากนั้นภรรยาบิลลี่จึงยื่นหนังสือขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) รับคดีการหายตัวไปของบิลลี่เป็นคดีพิเศษ และขอให้ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงจากผู้ที่เกี่ยวข้อง

28 มิ.ย. 2561 DSI เผยแพร่คำแถลงว่าคณะอนุกรรมการคดีพิเศษได้รับกรณีหายตัวของ “บิลลี่” เป็นคดีพิเศษต่อคณะกรรมการคดีพิเศษในการประชุมครั้งที่ผ่านมาแล้ว

26 เม.ย. 2562 DSI และผู้เชี่ยวชาญจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และนักประดาน้ำ จากกองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนใช้เครื่องยานยนต์สำรวจใต้น้ำตรวจหาพยานหลักฐานที่พื้นที่ใต้น้ำบริเวณสะพานแขวน เขื่อนแก่งกระจาน พบชิ้นส่วนกระดูก 2 ชิ้น ถังน้ำมันขนาด 200 ลิตร 1 ถัง เหล็กเส้น 2 เส้น ถ่านไม้ 4 ชิ้น และเศษฝาถังน้ำมัน และมีการค้นหาจนพบเศษกระดูกจากบริเวณเดียวกันอีก 20 ชิ้น

3 ก.ย. 2562 DSI แถลงข่าวว่ากระดูกดังกล่าวตรวจพบสารพันธุกรรมตรงกับ โพเราะจี รักจงเจริญ มารดาของบิลลี่ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษพิจารณาประกอบกับสถานที่เกิดเหตุ พยานหลักฐานในสำนวนอื่นประกอบ จึงเชื่อว่า วัตถุดังกล่าวเป็นกระดูกของนายพอละจี รักจงเจริญ ที่เสียชีวิตแล้วโดยไม่ทราบวิธีที่ทำให้ตาย แต่นำมาเผาทำลายเพื่ออำพรางคดี

ล่าสุด ในวันที่ 11 พ.ย. 62 ได้มีการประชุมคณะพนักงานสอบสวน คดีดังกล่าว โดยมี พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณา พยานหลักฐานรวมทั้งผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ที่ประชุมเห็นว่ามีพยานหลักฐานพอขออนุมัติต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติชอบกลาง ออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้อง และมอบหมายให้ พ.ต.ท.เชน กาญจนาปัจจ์ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษดังกล่าว เป็นผู้ยื่นคำร้องและแถลงข้อเท็จจริงต่อศาล

ต่อมาเวลาประมาณ 14.00 น. ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้อนุมัติได้ออกหมายจับ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร กับพวก ประกอบด้วย นายบุญแทน บุษราคำ, นายธนเสฏฐ์ หรือไพฑูรย์ แช่มเทศ และนายกฤษณพงษ์ จิตต์เทศ รวม 4 คน ในความผิดฐาน

1. ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และเพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิด แต่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่น เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตนหรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้

2. ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้นและได้กระทำโดยมีอาวุธ

3. ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกายเป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวถูกกักขังหรือต้องปราศจากเสรีภาพในร่างกายนั้นถึงแก่ความตาย

4. ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมให้หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือโดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญหรือของบุคคลที่สามจนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้นและมีอาวุธติดตัวมาขู่เข็ญ

5. ร่วมกันปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิดหรือโดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป

6. ร่วมกันโดยทุจริตเพื่ออำพรางคดีกระทำการใดๆ แก่ศพหรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น ในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไป

อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา รวมทั้งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 อันเป็นความผิดที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ได้ไต่สวนพบมูลความผิดแล้วด้วย

ออกหมายจับ “ชัยวัฒน์” พร้อมพวก หลัง DSI พบเอี่ยวคดี “บิลลี่”

Loading...
ออกหมายจับ “ชัยวัฒน์” พร้อมพวก หลัง DSI พบเอี่ยวคดี “บิลลี่”
ออกหมายจับ “ชัยวัฒน์” พร้อมพวก หลัง DSI พบเอี่ยวคดี “บิลลี่”
ออกหมายจับ “ชัยวัฒน์” พร้อมพวก หลัง DSI พบเอี่ยวคดี “บิลลี่”
ออกหมายจับ “ชัยวัฒน์” พร้อมพวก หลัง DSI พบเอี่ยวคดี “บิลลี่”
ออกหมายจับ “ชัยวัฒน์” พร้อมพวก หลัง DSI พบเอี่ยวคดี “บิลลี่”
ออกหมายจับ “ชัยวัฒน์” พร้อมพวก หลัง DSI พบเอี่ยวคดี “บิลลี่”
ออกหมายจับ “ชัยวัฒน์” พร้อมพวก หลัง DSI พบเอี่ยวคดี “บิลลี่”
ออกหมายจับ “ชัยวัฒน์” พร้อมพวก หลัง DSI พบเอี่ยวคดี “บิลลี่”
ออกหมายจับ “ชัยวัฒน์” พร้อมพวก หลัง DSI พบเอี่ยวคดี “บิลลี่”

ขอขอบคุณรูปภาพและคลิปจาก WorkpointNews

Loading...

ข่าวใกล้เคียง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook