วันพุธที่ 10 สิงหาคม 2565
เปิ้ล นาคร-เป้ นฤบดี กับแกงครั้งใหญ่ทั้งไอดอลและไอคอนที่ยากและท้าทายที่สุดใน ห้าวเป้งจ๋า อย่าแกงน้อง
SHARE

เปิ้ล นาคร-เป้ นฤบดี กับแกงครั้งใหญ่ทั้งไอดอลและไอคอนที่ยากและท้าทายที่สุดใน ห้าวเป้งจ๋า อย่าแกงน้อง

โพสต์โดย Aurora Jarm เมื่อ 8 มีนาคม 2564 - 12:19

คุยกับ “เปิ้ล นาคร ศิลาชัย และ เป้ นฤบดี เวชกรรม” 2 ผู้สร้างปรากฎการณ์ห้าวเป้งทะลุ100ล้าน กลับมาพร้อมกับ “ห้าวเป้งจ๋าอย่าแกงน้อง” ฉลองเด็กชายห้าวเป้งอายุ12ปี ด้วยการแกงครั้งใหญ่ทั้งไอดอลและไอคอนที่ยากและท้าทายที่สุด

เปิ้ล นาคร-เป้ นฤบดี กับแกงครั้งใหญ่ทั้งไอดอลและไอคอนที่ยากและท้าทายที่สุดใน ห้าวเป้งจ๋า อย่าแกงน้อง

อยากให้เล่าให้ฟังถึงที่มาของการกลับมาผลิตภาพยนตร์ร่วมกันอีกครั้งโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับโปรเจกต์ “ห้าวเป้งจ๋าอย่าแกงน้อง”

พี่เปิ้ล: สวัสดีครับ นาคร ศิลาชัยครับ

พี่เป้: สวัสดีครับ เป้ นฤบดีครับ

พี่เปิ้ล: สำหรับโปรเจกต์นี้เรากลับมาอีกครั้งหนึ่งกับการทำภาพยนตร์เรื่องใหม่ในชื่อว่า “ห้าวเป้งจ๋า อย่าแกงน้อง” เริ่มต้นมาจากคุณเป้ก่อนเลย หลังจากที่เราห่างเหินจากการทำภาพยนตร์ร่วมกันมานานเกือบ10ปีละ แล้วล่าสุดคุณเป้เขาทำภาพยนตร์เรื่อง LOW SEASON เป้เขาก็ชวนเรามาเล่นหนังหน่อย ซึ่งเราก็ไม่ได้เล่นหนังนานแล้ว เพราะว่าไม่มีเวลา เป้เขาก็บอกไม่ว่างไม่เป็นไรมานั่งคุยกัน แล้วไปคุยกันที่ไหนก็ที่เชียงใหม่ เราก็อะเทคิวว่าง ปรากฎว่าไปคุยกันจริงๆ เล่นหนังเป็นเรื่องรองเลย ก็ไปคุย ไปกิน ไปเล่น ไปอยู่ในบรรยากาศหนังที่เคยทำกันมาทั้งกับมาริโอ้ กับเป้เป็นสิบปีที่ไม่ได้เจอแบบนี้ปรากฎว่ามันสนุกดีนะ จบสุดท้ายก็เกิดเป็นหนังที่มีชื่อว่า LOW SEASON ตอนนั้นก็กลับมาคิดถึงหนังละ เออกลับมาทำหนังอีกทีมันก็สนุกดี

มันเหมือนเป็นบรรยากาศในรอบสิบสองปีหลังจากที่ให้กำเนิดห้าวเป้งมา ซึ่งตอนนั้นห้าวเป้งก็คลอดมาครั้งแรกด้วยฝีมือของคุณเป้และพวกเราก็คลอดมาจนถึงวันนี้ครบ12ปีพอดี คือโปรเจกต์นี้มันเริ่มมาจากทางเจ้าของ BNK48 ติดต่อมาหาพี่เปิ้ลชวนพี่เปิ้ลไปเสริมประสบการณ์ให้น้องๆไอดอลรุ่นใหม่ แต่ไม่ใช่กลุ่ม BNK48 นะ เขาบอกตอนนี้มีอีกกลุ่มหนึ่งที่น่าสนใจมากคือน้องสาวของ BNK48 นั่นคือ CGM48 ซึ่งเราเองก็คิดว่ามันถึงเวลาแล้วที่จะทำอะไรสนุกๆกัน เราก็บอกเขาไปเลยว่าถ้าให้เราทำเราขอเทรนน้องๆในสไตล์ของเรานะ ซึ่งเขาก็ไม่ติดอะไร เพียงแต่น้องๆกลุ่มนี้เขาเอาไปซุ่มเงียบอยู่ที่เชียงใหม่นะ เขาต้องการที่จะสร้างให้เป็นบุคลากรที่มีความสำคัญต่อจากวง BNK48 และต่อวงการเพลงไทยในอนาคต เราก็เลยคุยกับเป้เลย มองตากันสองคนแล้วแบบ เฮ้ย!ห้าวเป้งต้องกลับมาแล้วละ นี่คือจุดเริ่มต้นของเด็กชายห้าวเป้งที่ตอนนี้มีอายุ12ขวบพอดีและที่น่าสนใจยิ่งขึ้นคือพอเขามีอายุ12ขวบพอดี ความซนของเขาจะมากตามอายุเขารึเปล่า ต้องติดตาม

ย้อนกลับไปที่ “ห้าวเป้ง” ในอดีตจนมาถึง “ห้าวเป้งจ๋าอย่าแกงน้อง” ในมุมของพี่ๆทั้งสองคนติดใจอะไรกับภาพยนตร์ในแนวแกงกันแกล้งกัน

พี่เปิ้ล: ในเรื่องของภาพยนตร์ประเภทแกงกันนี่นะ ในสมัยห้าวเป้งยังไม่มีคำว่าแกง ใช้คำว่าแกล้งกัน ตอนนั้นเป้กับพี่เปิ้ลเอง2คนก็เป็นคนที่เริ่มต้นเรื่องของห้าวเป้งมาตั้งแต่ต้น

พี่เป้ : มันคือ...เวลาเราเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นปัจจุบันทันด่วน มันรู้สึกตื่นเต้น แล้วมันก็ได้เห็นความจริงของเขา จริงๆมันเป็นงานที่ทำยากนะ แต่มันรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้ทำ คนเบื้องหลังเองก็สนุกในการที่จะไปทำ เพราะว่าอะดรีนาลีนมันจะหลั่งอยู่ตลอดเวลา มันเป็นสไตล์ของเราและเราก็เลยติดใจว่า เฮ้ยถ้าเราทำแบบนี้มันสนุก

พี่เปิ้ล : คือในสมัยเมื่อ10ปีก่อนการแกล้งคนส่วนมาก พอแกล้งไป คนรู้สึก คนดูสนุก คนเล่น คนแกล้งก็สนุก แต่ไอ้คนถูกแกล้งก็อาจไม่รู้สึกสนุกตอนแรก แต่พอเฉลยมาแล้ว เขาจะมีความรู้สึกว่า นี่แหละชีวิตกูต้องมีสีสันแบบนี้ นี่คือที่เกิดขึ้นเมื่อสมัย12ปีก่อน พอมาถึงวันนี้ปุ๊บมันก็เหมือนคนอยากจะดูความสดอยู่นะซึ่งภาพยนตร์แบบนี้ตอนนี้มันแทบจะไม่เหลือแล้ว อาจจะเพราะว่ามันมีประเด็นที่คนอาจจะชอบ หรือไม่ชอบ สมัยก่อนคนไม่ชอบเขาก็อาจไม่ชอบแล้วก็บ่นกับเพื่อนๆ หรือครอบครัวในบ้าน ไม่รู้จะไปบ่นกับใคร แต่สมัยนี้ พอไม่ชอบปุ๊บเขาก็สามารถบ่นออกสื่อของเขาเองได้ ก็เลยเป็นที่มาของคอมเมนท์ต่างๆ ซึ่งมันจะทำให้การแกล้งหรือการแกงกันต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นด้วยสัญชาตญาณของพวกเราที่เราทำเรื่องนี้มาทั้งชีวิต เรามีอะไรบางอย่างที่อยากจะบอกว่าเวลาเราแกล้งใคร ทำไมมันถึงมีผลบวกมากกว่าลบ คือเทคนิคเหล่านี้มันเป็นเทคนิคที่เรียนรู้กันยากอยู่นะว่าแกล้งกันแล้วทำไมพอเฉลยกันแล้วเขากลับดีใจวะ แต่กับบางคนแกล้งเขาไม่ต้องแรงหรอก แกล้งนิดเดียวแต่ทำไมถึงโกรธ โกรธแบบทั้งชาติ ไม่พูดด้วย 2 อย่างนี้มันอยู่บนเส้นขนานกันมาก เพราะฉะนั้นแกล้งยังไงให้เขารัก กับแกล้งยังไงให้เขาเกลียด มันเป็นเรื่องที่เราต้องศึกษา เพราะฉะนั้นเราเมื่อศึกษามาแล้วว่าเฮ้ยแกล้งยังไง พอเฉลยแล้วคนถึงรัก คนดูรู้สึกมีความสุขด้วยนั่นคือวิถีที่เราทำมาจนมาถึงห้าวเป้งจ๋าอย่าแกงน้อง

พี่เป้ : มันมีคำบัญญัติอยู่คำหนึ่ง พี่เปิ้ลบอกกับทีมทุกคนเวลาที่จะไปทำอะไรเขา เราต้องรักเขาก่อน ซึ่งอันนี้มันเป็นจุดตั้งต้นนะ เกิดจากความรู้สึกที่ว่า ถ้าคุณไม่รักเขา คุณทำแบบนี้ คุณรักเขาจริงเปล่า สมมุตถ้าทำแบบนี้เขาจะรู้สึกอย่างไร เพราะฉะนั้นการแกงของเรามาจากความรักที่เรามีให้เขา

พี่เปิ้ล : อันนี้สำคัญมากเลย คือคนเราแกล้งเพราะเกลียด หรือแกล้งเพราะรัก แค่นั้นเอง ผลมันออกมา ต่างกันมหาศาล

เปิ้ล นาคร-เป้ นฤบดี กับแกงครั้งใหญ่ทั้งไอดอลและไอคอนที่ยากและท้าทายที่สุดใน ห้าวเป้งจ๋า อย่าแกงน้อง
เปิ้ล นาคร-เป้ นฤบดี กับแกงครั้งใหญ่ทั้งไอดอลและไอคอนที่ยากและท้าทายที่สุดใน ห้าวเป้งจ๋า อย่าแกงน้อง

ห้าวเป้งกลับมาครั้งนี้มาพร้อมกับโจทย์ที่วางไว้อย่างไรบ้างสำหรับการแกงน้องๆ

พี่เปิ้ล: การกลับมาครั้งนี้มันไม่ได้ง่ายเลย 12 ปีที่เราแกงกันกับเพื่อนๆในวงการบันเทิง เพราะว่าเราค่อนข้างสนิทกับทุกๆคนที่เราจะแกล้งนะ ไม่ว่าจะเป็น มาริโอ้ เมาเร่อ, พี่เบิร์ด ธงไชย, พี่หม่ำ, พี่แอ๊ด คาราบาว พี่ๆทั้งหลายสุดยอดของเมืองไทย มาจนทุกคนในวงการ แต่ก่อนมันง่ายเพราะว่าเราสนิทกับพี่น้องทุกคน แต่มาวันนี้โจทย์ของห้าวเป้งอายุ12ขวบเนี่ยะ มันเป็นการเสริมสร้างปรากฎการณ์ใหม่ให้กับน้องๆในวิถีของห้าวเป้ง

พี่เป้: มันเป็นเทคนิควิธีการเล่าเรื่องในแบบที่เราต้องการเพื่อให้ได้ความเป็นธรรมชาติของเด็กจริงๆ แต่เราใช้ความถนัดที่เราเคยมี

พี่เปิ้ล: มันยากขึ้นกว่าเดิมมากเพราะมันไม่ใช่การแกล้งแบบเห็นชัดเจน มันกลายเป็นว่าเรากำลังมาสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับชีวิตของเด็กๆน้องๆโดยเฉพาะกับกลุ่มที่เขากำลังจะโตขึ้นมาเป็นซูเปอร์สตาร์ในอนาคต มันก็เลยทำให้เราต้องศึกษาพวกเขาเยอะขึ้น ว่าน้องๆ CGM48 เขาธรรมชาติเป็นไง น้องเขาอายุแค่12-15 ปีประมาณนี้ซึ่งอายุก็พอๆกับห้าวเป้งที่มีอายุ 12 เหมือนเพื่อนแกงเพื่อน เพราะฉะนั้นมันก็เลยต้องทำออกมาให้ละมุน ละเอียด น่ารัก เพราะว่ากลุ่มนี้การที่เราจะไปใกล้ชิดเขาได้ค่อนข้างจะยาก เพราะเขาเป็นเด็กผู้หญิงทั้งหมดด้วย ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะฉะนั้นการวางแผนการทำงานตรงนี้ โดยที่เขาไม่รู้ตัวเลย เก็บชีวิตของเขาตั้งแต่วันแรกที่เขาเริ่มต้นที่จะก้าวเข้ามาสู่วงการนี้ เราก็ทำงานกันหนักมาก ทีมเป้เอง ทีมงานเอง จะต้องไปฝังตัวอยู่ที่เชียงใหม่เป็นเวลาหลายเดือน ทำงานกัน 24 ชม.เลย ตื่นเช้ามาก็ต้องไปดูละว่าเขามีใครคัดตัวผ่านบ้าง พอเข้ามาแล้วหน้าตาเป็นไง พ่อแม่เป็นอย่างไร การศึกษาเป็นอย่างไร มีนิสัยเป็นอย่างไร รักอะไรไม่ชอบอะไร พวกนี้มันเป็นเรื่องที่มันไม่ใช่การทำหนังธรรมดานะ

ถ้าการทำหนังธรรมดาคือเขียนบทเสร็จก็คัดช็อตมาแล้วก็เตรียมงานไปแยกถ่าย ทีมงานไปถ่ายตามบทที่เขียนมา แต่อันนี้เป็นหนังที่ไม่มีบท สำหรับการทำหนังปัจจุบัน ตอนนี้ระบบการทำหนังแบบนี้ไม่มีแล้ว ไม่มีใครชำนาญและกล้าเสี่ยงที่จะทำแบบนี้แล้ว นอกจากทีมของคุณเป้เท่านั้น ที่กล้าเสี่ยงและชำนาญที่สุดในประเทศไทย เพราะไม่งั้นคุณจะต้องมาเรียนรู้ใหม่ นี่เราใช้เวลาเป็นสิบปีในการที่จะเรียนรู้เรื่องพวกนี้

พี่เป้: ทีมงานก็เป็นทีมงานใหม่ด้วย ไม่ใช่ทีมงานเดิม ก็คือเรียนรู้ไปด้วยกัน

พี่เปิ้ล: มือไม้สั่นหมด ต้องไปดูกันอย่างซีน แกงน้าเน็กแล้วช้างตกใจกันทั้งโขลง เสียงเหมือนตกอยู่ในจูราสสิคพาร์ค เสียงเหมือนสัตว์ประหลาด แล้วเราก็แบบตายๆๆๆ ถ้าน้าเน็กโดนช้างเหยียบมาตายคาลำธาร ขึ้นมาเนี่ยะมันจบเลย ชีวิต แต่ดี โชคดีที่ทีมเขามีประสบการณ์ เพราะฉะนั้นเขาจะมี SECURITY มีการระวังซ้ายระวังขวาหน้าหลัง ซึ่งตรงนี้ต้องบอกก่อนเลยครับว่า คนที่ไม่ชำนาญห้ามไปทำเป็นเด็ดขาด เพราะว่าเขามองซ้ายมองขวามองหน้ามองหลังมองทะลุหมดละว่า เกิดช้างตื่นมาแบบนี้จะดึงน้าเน็กกลับมาอย่างไร ถ้าช้างเป็นแบบนี้ คือเล่นกับสัตว์เด็กเอฟเฟกต์สลิงต้องใช้มืออาชีพที่มีความชำนาญสูงที่สุดในปะเทศ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เรามีความพร้อมอยู่ เกิดใครดูเรื่องนี้แล้ว โอ้ยพี่เปิ้ลทำได้ เป้ทำได้ เราก็คงทำได้ อันนี้ขอร้องอย่าทำ เพราะต้องเป็นคนที่ชำนาญจริงๆ

อยากให้พี่ทั้งสองคนเล่าให้ฟังถึงบทบาทและหน้าที่ในการทำภาพยนตร์เรื่องนี้ว่าใครดูแลรับผิดชอบในส่วนไหนอย่างไรบ้าง

พี่เปิ้ล: เราแบ่งหน้าที่กันชัดเจน พี่คือร่วมแสดงและเป็นผู้อำนวยการสร้างด้วย มีหน้าที่อำนวยความสะดวก เพราะฉะนั้นเป้อยากได้อะไร บอกมาว่าอยากได้อะไรๆ หน้าที่เราคือ เราจะไม่ทำตัวเป็นฆาตกรความฝัน เพราะฉะนั้นทีมงานจะมีความฝันอยากให้โปรเจกต์นี้มันประสบความสำเร็จอย่างไร หน้าที่ของเราก็คือซัพพอร์ทเขาเพียงอย่างเดียว อยากได้อะไรที่มันเป็นไปไม่ได้ ก็จะต้องทำให้มันเป็นไปได้อย่างเดียวทุกเรื่อง นั่นคือหน้าที่ของเรา ส่วนหน้าที่ของเป้ก็คือเขาวาดมาแล้ว

พี่เป้: หน้าที่ของทีมในส่วนของทีมโปรดักชั่นนะก็คือดูแล ตั้งแต่หาข้อมูลของน้องแล้วก็เริ่มต้นมาปรึกษา ซึ่งแชร์ไอเดียกันกับพี่เปิ้ล แล้วก็ทีมทั้งหมดว่าอะไร เหตุการณ์ไหนที่จะเป็นไปได้แล้วก็ต้องระดม ระดมทุกสิ่งเพื่อให้ได้ภาพน้องมากที่สุด เพราะน้อง 25 คน เราเตรียมทุกอย่างทั้งกล้อง โดรน ต่างๆนานารวมถึงกล้องวงจรปิดทั้งหลาย เซ็ทเต็มที่เพื่อให้ได้ภาพน้องมากที่สุด และเพื่อให้หนังมันออกมาสนุกที่สุด

ว่ากันว่าการทำอะไรกับ CMG48 ก็ไม่ง่ายในการที่จะวางแผนแกงน้องต้องมีขั้นตอนเป็นการวางกระบวนการเป็นแผนๆยังไง

พี่เป้: คือในการถ่ายทำมันก็ต้องเริ่มต้นตั้งแต่มีการตั้งทั้งทีมข้อมูลซึ่งต้องแทรกซึมเข้าไปในแก๊งของน้อง ทีมนี้มีหน้าที่ที่จะต้องเอาข้อมูลมา แล้วก็ทีมสารคดีซึ่งทีมสารคดีเขาจะอยู่ถ่ายน้องตลอด24ชม. แล้วก็ต้องมีทีมอีกทีมหนึ่งที่เป็นคนดึงน้องออกมาเข้าเซ็ทต่างๆตามแผนของเรา

เปิ้ล นาคร-เป้ นฤบดี กับแกงครั้งใหญ่ทั้งไอดอลและไอคอนที่ยากและท้าทายที่สุดใน ห้าวเป้งจ๋า อย่าแกงน้อง
เปิ้ล นาคร-เป้ นฤบดี กับแกงครั้งใหญ่ทั้งไอดอลและไอคอนที่ยากและท้าทายที่สุดใน ห้าวเป้งจ๋า อย่าแกงน้อง

ความตั้งใจแรกของ ห้าวเป้งจ๋า อย่าแกงน้อง หลังจากรับโจทย์มา

พี่เป้: เราตั้งใจจะเล่าความฝันของเด็กกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเราไม่รู้จักเลย โนเนมมาก เราจะรู้จักแต่ BNK48 เราเห็นเขาละว่าเขามีแฟนคลับขนาดไหน มีคนสนใจขนาดไหน แต่เด็กกลุ่มนี้คือวงน้องของ BNK48 เป็นเด็กใสๆๆเลย ออกมาจากอกพ่อแม่ มาอยู่หอร่วมกัน บางคนเพิ่งย้ายโรงเรียน บางคนต้องทิ้งในสิ่งที่ตัวเองเคยชิน เพื่อนต่างๆนานา ต้องทิ้งมาหมดเพื่อให้มาอยู่หอร่วมกัน และใช้เวลาอยู่ร่วมกันหลายปีในการที่จะเป็นไอดอล เราก็แค่เล่าความฝันของเขา ว่าถ้าเขาจะไปถึง ณ จุดตรงนั้น ถ้ามีพี่ๆในวงการตัวเป้งๆเข้าไปทดสอบด้วยแบบฝึกหัดต่างๆ เป็นการเสริมสร้างประสบการณ์อีกรูปแบบให้น้องๆดูซิว่าน้องๆจะสามารถไปต่อกับความฝันของเขาได้มั้ย

คัดเลือกพี่ๆตัวเป้งที่จะมาร่วมเทรนน้องจากอะไร

พี่เปิ้ล: คือประเด็นหลักในการที่เราจะให้บททดสอบประสบการณ์ชีวิตกับน้องๆ ในการที่จะก้าวขึ้นมาเป็นซูเปอร์สตาร์ได้ เราต้องหาคนที่ The Best ดีที่สุดในแต่ละสาขา คนนี้เบอร์ 1 ของนักแสดง คนนี้เบอร์ 1ของนักร้อง เบอร์ 1 ของนักพูด เบอร์ 1 ของพิธีกร เพราะฉะนั้นในโจทย์ต้องหาเบอร์1มาเพื่อสร้างประสบการณ์ให้กับน้องๆเขาได้ กลายเป็นว่าการดีลเรื่องคิวเป็นเรื่องที่ยากมากที่จะได้เอาคิวเขามา โดยเฉพาะมาเล่นหนังสไตล์แบบนี้ด้วย แต่ละคนจะค่อนข้างละเอียดกับการทำงานที่ค่อนข้างเป็นโปรเฟรชชั่นแนล เราก็หาใครดีวะที่พอที่จะเข้าใจในรูปแบบการทำงานของเรา ปรากฎว่ายังมีนะคนที่เข้าใจในวิธีการทำงานของเราอยู่ เราก็เลือกเลย ถ้าเบอร์ 1 ของฮิพฮอพของแรพเปอร์ในเมืองไทยตอนนี้คือ ยังโอม ซึ่งแก๊งเค้าตอนนี้คือ ยังโอม, ฟิกซ์, ยังกู และไดมอนด์ คือกลุ่มนี้เป็นเด็กหัวใหม่ที่ฉลาด ฝีมือดีเขียนเพลงดีแต่งเพลงด้วยตัวเองทั้งหมด มีแพสชั่นทุกอย่าง พร้อมมาก แล้วโชคดีที่เขาเข้าใจในวิถีการทำงานของเรา เรื่องนี้เราก็เลยได้เขา คือเขาตอบรับมาโดยไม่ขัดอะไรเลย ได้ครับพี่เปิ้ล เฮ้ยเป็นอย่างนี้เหรอ เฮ้ยมันส์วะเจ๋งวะ ไม่มีคำถามอะไรอย่างอื่น นอกจากอารมณ์ของความมันส์ แต่ในระหว่างที่ทำงานเขาสงสัยมาตลอดว่า พี่เปิ้ลจะแกล้งพวกเขารึเปล่า คือเขายังโตทันสมัยที่เรายังแกล้งคนเล่นอยู่ ทำงานแกล้งอยู่ เขาก็เลยเข้าใจ ก็เลยได้ตอบรับมาเป็นยังโอม

พี่เป้: ถ้าพูดถึงเรื่องของพิธีกรเบอร์ 1 กันต์ กันตถาวร ไม่มีใครปฏิเสธได้เลยว่าเขาคือเบอร์ 1 เพราะฉะนั้นเนี่ยะในความเป็นเบอร์1ของเขา โคตรเรื่องมาก จู้จี้ จุกจิก แล้วก็เนี้ยบมากในเรื่องของการทำงาน โดยเฉพาะกันต์การที่เขาเป็นเบอร์ 1ได้เพราะว่า การทำงานที่ละเอียดของเขามาก ทุกอย่างต้องมีขั้นมีตอน เขาต้องรู้หมดทุกอย่าง พอต้องรู้หมดทุกอย่างก็ยากละในการทำงานในแบบของเรา ก็คือ เขาไม่รับงาน

พี่เปิ้ล : เราก็เลยเข้าทางแฟนเขาเลยก็คือคุณพลอย เพราะว่าเข้าตรงๆไม่ได้แน่ ผู้ชายคนนี้การทำงานคือเป๊ะมาก รู้จักกัน สนิทกัน เพราะฉะนั้นมีทางเดียวคือเข้าทางพลอย ซึ่งพอเล่าให้พลอยฟังปุ๊บ พลอยบอกเอาๆพี่เอาด้วยสนุก ก็วางแผนกันไป ก็เลยเป็นที่มาที่ได้ตัวกันต์มาเสริมสร้างประสบการณ์ให้กับน้องๆเขา

พี่เป้: ในส่วนของกันต์ เขาเองก็ไม่รู้หรอกว่าจะต้องมาร่วมขบวนการของเรา เขาแค่รู้ว่าเขารับงานมาเป็นแค่พิธีกรในงานอีเวนท์ๆหนึ่ง ร่วมกับเด็กๆทีม CGM48 เขาจะรู้แค่นี้ ซึ่งลองนึกภาพดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นว่าถ้าเขามาแล้วมาเจอทีมงานที่ไม่เป็นเลย ทีมงานที่มีแต่ข้อผิดพลาด มีแต่เรื่องแบบเฮ้ยไม่ใช่ แล้วน้องก็ได้สคริปต์มา ก็อ่านไม่ได้ เพราะฉะนั้นกันต์ที่เป็นแบบพิธีกรรายการสดที่ดีที่สุดในประเทศ และถ้าต้องเจออะไรที่ต้องแก้ปัญหาสดๆๆ กันต์จะทำอย่างไร

พี่เปิ้ล: คือกันต์เขาเป็นคนที่ต้องทำงานเป๊ะๆ แต่เกิดอะไรขึ้นเมื่อเจอทีมงานที่ทำงานแบบห่วยๆๆ ทีนี้มาถึงแจ๊ค แฟนฉัน เป็นน้องที่สนิทมากๆ แกล้งทีไรก็อร่อยทุกครั้ง มาวันหนึ่ง เราต้องหาคนที่ฮอตที่สุด ณ ตอนนั้นก็คือ แน็คชาลี แน็คแฟนฉัน ไม่มีเบอร์ก็เลยโทรหาแจ๊คแฟนฉัน แต่แน็คเขาไม่ว่าง แล้วเป้ก็บอกว่าทำไมเราไม่เอาแจ๊คล่ะในเมื่อน้องพร้อม เราเลยก็ต้องยอมซะหน่อย ก็เลยชวนแจ๊คไปเชียงใหม่กับพี่นะ เราจึงได้แจ๊คมาร่วมขบวนเป็นพี่เป้งไปด้วยกับหนังเรื่องนี้ ซึ่งแจ๊คเป็นน้องที่น่ารักมาก เขากลายเป็นอันดับ 1 ไปแล้ว ถ้าเรามองกลับไปไทม์ไลน์ชีวิตของแจ๊ค เราจะรู้เลยว่าแจ๊คแฟนฉันคืออันดับ 1ของประเทศไทยในเรื่องของการใช้ชีวิตอย่างไรให้อยู่ในสิ่งที่ตัวเองรักไปได้ตลอดชีวิต นี่คือสิ่งที่เป้มอง หลังจากนั้นเราก็มาคิดต่อว่าให้แจ๊คมาสอนเด็ก CGM48 ว่าทำยังไงให้อยู่วงการนี้ได้ เพราะการทำธุรกิจ ทำวง ทำอะไรก็แล้วแต่ ทำให้เจริญ ทำให้ดัง ให้รุ่ง มันไม่ยาก แต่ทำให้มันลอยอยู่บนฟ้าได้นานๆเหมือนพลุทำได้ยังไงมีแจ๊คแฟนฉันนี่แหละที่ทำได้ เพราะฉะนั้นแจ๊คคือเบอร์1ที่เราภูมิใจมาก ว่าเขาจะต้องมีของเอาไปให้กับน้องๆๆได้เรียนรู้ได้ศึกษาแน่นอน

พี่เปิ้ล: คนต่อมาก็คือน้าเน็ก อันนี้ก็เป็นประเด็นที่น่าสนใจนะเพราะน้าเน็กเขาอยู่สื่อของออฟไลน์มาตลอดชีวิต จนกระทั่งมาวันหนึ่ง มันมีการเปลี่ยนแปลงโลกของสื่อ จากออฟไลน์มาเป็นออนไลน์แบบกระทันหัน คนที่ปรับตัวได้เร็วมากๆมันมีไม่กี่คนในวงการ น้าเน็กคือหนึ่งในนั้น ที่สามารถประสบความสำเร็จทั้งในออฟไลน์และออนไลน์แบบที่หาคนเทียบลำบากมาก เขาคือเบอร์ 1 ของเจนของพวกเราคนยุค 80-90 อะไรคือ KEY SUCCESS ของเขา พอเราชวนเขาๆก็พร้อมที่จะร่วมไปกับเรานี่คือความเป็นเพื่อน นี่คือสิ่งที่ทำให้เขาอยู่ในวงการได้ยาว แล้วเขาสามารถDISRUPT ตัวเองได้ในทุกๆที่ ด้วยการให้ของเขา เขาถึงคลอดรายการออกมาที่ชื่อว่า อย่าหาว่าน้าสอน นี่คือการให้สังคมด้วยธรรมชาติที่แท้จริงของเขา นั่นก็ต้องเป็นน้าเน็กแล้วที่จะมอบสิ่งดีๆเหล่านี้ สิ่งที่ดีที่สุดให้กับน้องกลุ่มนี้ กลุ่มCGM48 ของเราในภาพยนตร์เรื่องนี้

แล้วก็ยังมีอีกหลายๆคนที่เรารัก และเป็นพี่น้องกันทันทีที่โทรปุ๊บเขาก็มาปั๊บเลย โดยที่ไม่ต้องลังเล ไม่ต้องมีเหตุผล ไม่ต้องอธิบายอะไรเยอะ แค่เรารู้สึกรักกัน แค่เขาคิดถึงเรา เราคิดถึงเขา สุดท้ายก็ได้มาร่วมงานกันในภาพยนตร์เรื่องนี้ เดี๋ยวต้องเข้าไปดูว่ามีใครบ้าง

อย่างพวกพี่เป้งๆตอนไปทาบทามเขาไม่กลัวหรือไม่เอะใจเหรอว่าจะโดนพี่เป้พี่เปิ้ลเอามาแกงรึเปล่า

พี่เปิ้ล: ส่วนมากทั้งหมดก็ไม่รู้ แต่ทุกคนก็ตะหงิดๆๆกับชีวิตเขาอยู่แล้วละ ทันทีที่เปิ้ลกับเป้โทรไป

พี่เป้: คือระแวงหลังกันอยู่

กลับมาทำอะไรที่ถนัดโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเพื่อนที่รู้ใจในโปรเจกต์สนุกๆห่ามๆแบบนี้พี่ๆแต่ละคนรู้สึกอย่างไรบ้าง

พี่เปิ้ล: เราทำงานร่วมกันกับเป้ก็ 10 กว่าปีละในสายของห้าวเป้ง ในวิถีของการแคนดิด แล้วก็เพิ่งมาแยกกันทำงานก็เกือบ 10 ปีเหมือนกัน แล้วพอกลับมาทำงานร่วมกันอีกครั้ง เหมือนตัวเองกลับไปเป็นวัยรุ่นเหมือนเดิม มันแบบเฮ้ยกูได้กลับมาทำ เหมือนย้อนอดีต ย้อนเวลากลับไปตรงนั้น พอมาถึงตรงนี้ปุ๊บเออมันสนุกดีนะ การทำงานเหมือนเล่นบอล พอมาวันนี้เรารู้แล้วว่าตำแหน่งของเขาคืออะไร เราก็จะไม่วิ่งไปแย่งลูกเขา เขาก็จะไม่วิ่งมาแย่งลูก เรามีหน้าที่คือเตะบอลส่งกันไปส่งกันมา แล้วคอยยิงๆๆๆในตำแหน่งของตัวเอง แค่นั้นเอง ซึ่งกลายเป็นว่า มันสมู้ทมาก แล้วก็สมู้ทมากขึ้นกว่าเดิมด้วย อาจจะเป็นเพราะว่าเราโตขึ้นมั้ง มันกลายเป็นการทำงานที่ไม่เข้าไปเล่นบอลที่มันปนกันไปปนกันมา มันก็เลยเป็นการทำงานที่ค่อนข้างสมู้ท ปัญหาน้อยมากเลยเรื่องนี้

พี่เป้: คือปกติเวลาเราทำงาน เราเหมือนคิดว่ามันเป็นเล่นก่อน คือสนุกกับมันก่อน พอคิดโปรเจคต์เรื่องนี้ขึ้นมาก็เหมือนว่าเปิ้ลวันนี้เราจะไปเตะบอล ไปมั้ย ไม่ได้ไปเตะบอลนานแล้วนะ อารมณ์นั้นแหละ อารมณ์ชวนเพื่อนมาเล่น เพราะถ้าจะทำหนังแบบนี้มันจะต้องเป็นคนที่ต้องเข้าใจกันและเข้าขากัน เหมือนเปิ้ลเวลาคิดอะไร เปิ้ลจะคิดแบบค่อนข้างที่จะเป็นก้อนใหญ่ไว้ก่อน เราก็ต้องลองเดินไปก่อน ว่าไปทางนี้โอเคมั้ย เวลาติดอะไรก็ค่อยมาคุยกัน ถ้าอันนี้ไม่ได้ เปิ้ลก็เติมเข้ามา มันก็แชร์กัน มันก็สนุก มันเหมือนไปสนุกด้วยกันมากกว่า

เปิ้ล นาคร-เป้ นฤบดี กับแกงครั้งใหญ่ทั้งไอดอลและไอคอนที่ยากและท้าทายที่สุดใน ห้าวเป้งจ๋า อย่าแกงน้อง

ครั้งที่แล้วเป็นห้าวเป้งจะเป็นพี่หม่ำ, น้าแอ๊ด คาราบาว, โก๊ะตี๋, BABY VOX ออกแนวแมนๆผู้ชายๆ คราวนี้เป็นการแกงไอดอลเกิร์ลกรุ๊ปอย่าง CGM48 แตกต่างกันอย่างไร

พี่เปิ้ล: คือการกลับมาครั้งนี้ มันก็ไม่ธรรมดาอยู่แล้วละ เรารู้แต่ว่า จากเด็กชายห้าวเป้งเมื่อ 12 ปีที่เกิดมาตอนนี้เขาเป็นเด็กชายซนๆคนหนึ่ง เพราะฉะนั้นวิธีคิด อายุ อารมณ์ ความสามารถในการแกงกันของเขาหรือความสามารถในการที่จะเซอร์ไพรส์คน มันน่าจะโตตามวัย ก็ต้องไปลองดูกันละกัน สำหรับคนที่อยู่ในยุคนั้น เคยดูอยู่แล้ว ก็อย่าเอามาเปรียบเทียบกัน เพราะมันเป็นอารมณ์ของคนยุคนี้กับน้องที่น่ารักของเราที่มีชื่อว่า CGM48 สำหรับน้องสาวที่พี่จะมามอบประสบการณ์ใหม่ในสไตล์ที่พี่ถนัด ก็ถือซะว่า เป็นการสร้างประสบการณ์ในแนวทางของพวกเราละกัน แต่รับรองว่ามันจะเป็นความรู้สึกที่ใหม่แล้วก็น่ารัก แล้วก็สนุก แล้วก็ซน ซนกว่าเดิมแน่ๆ เพราะว่าคนที่มาร่วมกับเรา แต่ละคนเนี่ยะก็สุดของสุดแห่งปีจริงๆ เพราะฉะนั้นทุกคนต้องดูเรื่องนี้นะ ห้าวแป้งจ๋าอย่าแกงน้อง

พี่เป้: ก็ในรอบ 12 ปีจากที่เคยทำหนังเรียลลิตี้ ซึ่งมันก็เป็น12ปีที่ยังยากเหมือนเดิม แล้วก็ยังสนุกกับพี่ๆ ที่เข้ามาร่วมสนุกกับเราเหมือนเดิม ถ้าเราได้ดูก็จะได้เห็นความสนุกของพี่ๆที่สำคัญคือ เราจะได้เห็นธรรมชาติของน้องๆวงCMG48ที่หาซื้อกันไม่ได้ บทก็เขียนกันไม่ได้ นั่นล่ะที่ทุกคนจะได้เห็น

พี่เปิ้ล: หนังที่ไม่มีบทเลย มันยากสำหรับทีมงานนะ แต่มันสนุกมากสำหรับคนดู บอกเลย เพราะว่าทั้งหมดมันคือธรรมชาติ อะไรก็ไม่อร่อยเท่ากับธรรมชาติ มันคือ ออร์แกนิคมูฟวี่

พี่เป้: มันคือธรรมชาติที่ไม่ปรุงแต่ง ไม่มีสารสังเคราะห์ ไม่มีสารเคมี เพราะเวลามีบทมีอะไรทั้งหลายแหล่ มันต้องคิด ต้องมีข้อมูล ต้องเอามาปรุงอะไรต่างๆเหมือนเคมีสูตรผสมผสาน แต่อันนี้ปล่อยให้มันโตแบบธรรมชาติไปเรื่อยๆ วันนี้เด็กมีอารมณ์แบบนี้ เราก็ต้องเปลี่ยนบทใหม่ เด็กมีอารมณ์กำลังกลัวผี กำลังเชื่อไสยศาสตร์ กำลังเชื่อในเรื่องของการต้องซ้อมหนัก กำลังแฮปปี้ กำลังดาวน์ กำลังขึ้น เราต้องเปลี่ยนไปตามธรรมชาติของเขาหมด เราก็ไม่รู้ว่าเขาจะเป็นยังไง เขาก็ไม่รู้ว่าเราจะทำอย่างไร ต่างคนต่างไม่รู้ ไปอยู่ต่อหน้าแอบมองซึ่งกันและกัน แล้วหนังก็ถูกถ่ายไปแบบตามความเป็นจริงนั้นๆ ใช้วิธีการวางแผนเอาอย่างเดียวเลย

สำหรับคนที่เป็นแฟนๆของ CGM48 หรือ เป็นแฟนห้าวเป้ง เราจะได้เห็นอะไรใน ห้าวเป้งจ๋าอย่าแกงน้อง

พี่เปิ้ล: นี่คือเสน่ห์ที่หาซื้อไม่ได้จริงๆนะ เพราะว่าเราได้สัมผัสน้องๆเขาตั้งแต่เขาได้มาสมัครวันแรกเลย พ่อแม่จูงมือกันเข้ามา จนกระทั่งเขาสอบผ่าน มันมีการคัดตัว คัดผ่าน บางคนคัดไม่ผ่านก็ร้องไห้ไป บางคนคัดผ่านก็ร้องไห้อยู่ดี เพราะดีใจ มันมีทั้งเสียใจและดีใจ จนกระทั่งตัวเองได้เข้ามาอยู่ในการฝึก ในการหล่อหลอม เพื่อที่จะโตขึ้นมาเป็นมืออาชีพ ตรงนี้เราได้เห็นพัฒนาการของเขาทุกอย่างเลย เห็นหมดว่าเขาเติบโตขึ้นมายังไง จนกระทั่งภาพถ่ายวันแรก กับภาพวันที่หนังจบ ในช่วงเวลาปีกว่าๆ เขาเปลี่ยน เขาเปลี่ยนเยอะมากนะ หน้าตานี้เปลี่ยนตั้งแต่ดวงตาเขาไปจนถึงทักษะของเขา ตั้งแต่ไม่เป็นจนฝึกมาแล้ว มันมีพัฒนาการแบบนี้จริงๆ คุณจะได้เห็นในหนังเรื่องนี้นะ ภูมิใจได้เลยว่า เราได้เก็บสิ่งเหล่านี้มาให้พวกคุณได้ชมกันแล้ว ได้ดูกันแล้ว ทุกคน เยี่ยมยอด สุดยอดมาก

พี่เป้: ใน CGM48 ที่เราทำ เราจะได้เห็นน้องๆตั้งแต่เริ่มออกมาจากบ้านเลยมาอยู่หอ เห็นหน้าใสๆแววตายังหลงๆว่าจะมาอยู่หอที่นี่จริงๆ เหรอ บางคนดีใจนะที่ได้มาอยู่หอ บางคนว้าเหว่ คิดถึงบ้าน คือเราจะได้เห็นตั้งแต่เริ่มจนผ่านไป 1 ปีมาถึงช่วงที่เราไปทดสอบ ไปฝึกเทรนน้องๆโดยพี่ๆทีมห้าวเป้งที่เป็นที่ 1 ในทุกวงการตลอดสัปดาห์ จนสุดท้ายได้ขึ้นเวทีและเริ่มเป็นที่รู้จัก มีแฟนคลับที่ชื่นชอบ เราจะได้เห็นพฤติกรรมนี้ไปพร้อมๆกันกับการก้าวเข้ามาเป็นไอดอลจริงๆ ของ CGM48 เราใช้เวลาอยู่กับโปรเจกต์นี้ 1ปี3เดือนซึ่งไม่ง่ายเลย

นอกจากน้องๆแล้วยังมีพี่ๆตัวเป้งๆในวงการด้วย พี่เป้พี่เปิ้ลอยากพูดอะไรถึงพี่ๆตัวเป้งๆกันบ้าง

พี่เปิ้ล: ก็นอกจากที่จะได้เห็นว่าน้องๆ CGM 48 ได้รับบทเรียนประสบการณ์ใหม่ในสไตล์ของพวกเราแล้ว ว่ามันเป็นอย่างไรบ้าง ในภาพยนตร์เรื่องนี้ก็จะได้เห็นพี่ๆแต่ละคนซึ่งเป็นระดับมือโปรมือ 1 ของเมืองไทยเข้ามาในวังวนของห้าวเป้ง และในเมือเขาเข้ามาแล้วก็จะต้องไม่กลับบ้านมือเปล่า เขาก็จะได้รับประสบการณ์อย่างที่คนในประเทศไทยยังไม่เคยเห็นมาก่อนว่าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นกับ กันต์, น้าเน็ก, แจ๊ค ฯลฯ แต่ละคนเป็นอย่างไรบ้าง ก็ต้องไปดูกัน

สุดท้ายในฐานะผู้อยู่เบื้องหลัง ผู้ก่อตั้งการแกงระดับตัวพ่ออยากฝากบอกอะไรกับเหล่าผู้คนศิลปิน เซเลป คนดังทั่วฟ้าเมืองไทยที่เคยโดนพี่เปิ้ลแกงมาแล้วบ้าง

พี่เปิ้ล: ก็ทุกวันก็รู้ตัวอยู่แล้วละว่าชีวิตคงแก่อย่างไม่สงบอย่างแน่นอน เพราะโดนหมายหัวไว้เยอะ ทั้งจากเพื่อนๆ ทั้งหน่วยงานราชการ และทุกหน่วยงานของประเทศไทย

พี่เป้: พวกเด็กรุ่นใหม่เองก็อยากจะดึงเข้ามามากๆ

พี่เปิ้ล: จริงๆยูทูปเบอร์ทั้งหลายที่จ่อคิวกับผจก.ว่าเมื่อไหร่พี่เปิ้ลจะว่าง ขอแกล้งพี่เปิ้ลได้มั้ย พี่เปิ้ลก็รอ รออยู่นะ และก็รอตัวเองให้แข็งแรงไว้เพื่อให้น้องๆได้แกล้งกลับคืนกัน พี่พยายามสร้างตัวเองให้ไม่เจ็บไม่ป่วยเดี๋ยวน้องจะแกล้งไม่ได้ ก็รออยู่ ส่วนน้องคนไหนยังไม่โดนพี่ก็ เตรียมตัวไว้ละกัน เพราะยังไง สีสันในชีวิตของน้องขาดพี่ไม่ได้ทุกคนละครับ


แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

บริการของเรา

Advertising

พื้นที่โฆษณาประชาสัมพันธ์ สินค้าและบริการ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Web Design

ออกแบบเว็บไซต์ ครบจบในที่เดียว ทั้ง FrontEnd และ BackEnd ด้วยทีมงานมืออาชีพ ประสบการณ์กว่า 15 ปี

Web Application

ไม่ว่าจะธุรกิจใดให้ระบบช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน จากรูปแบบเดิมๆ ให้อยู่ในรูปแบบ Online

VDO Creator

บริการออกแบบ และ จัดทำ Presentation ShowCase Review สินค้า TVC หรือ Viral Clip

เราใช้คุ้กกี้เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy)
About Us | Advertising
Join With Us | Contact
Privacy Policy | Terms of Service
Corrections Policy | DMCA Copyrights Disclaimer
Ethics Policy | Fact-Checking Policy
Editorial team information | Ownership and Funding Info
ติดต่อลงโฆษณา: 0880-900-800, อีเมล์: ads@jarm.com
แนะนำติชม/ฝากข่าวประชาสัมพันธ์: info@jarm.com