บทความล่าสุด
ข่าววันนี้Share0Tweet

พ่อฉุนจัด ลูกไม่ยอมตื่นไปทำงาน เอาน้ำมันราดเตียง ก่อนจุดไฟเผา วอดวายแทบทั้งหลัง!!

Epic Jarm
Epic Jarm
22 พฤศจิกายน 2561 - 18:00(แก้ไข)
พ่อฉุนจัด ลูกไม่ยอมตื่นไปทำงาน เอาน้ำมันราดเตียง ก่อนจุดไฟเผา วอดวายแทบทั้งหลัง!!

เวิลด์ออฟบัซ รายงานข่าว พ่อชาวจีนคนหนึ่งจากนครเซี่ยงไฮ้ ก่อเหตุราดน้ำมันจุดไฟเผาเตียงลูกชายตนเอง ซึ่งเหตุเกิดตั้งแต่เมื่อวันที่ 26 เม.ย. ที่ผ่านมา แต่เพิ่งมีการพิจารณาคดีเมื่อวันที่ 20 พ.ย. ที่ผ่านมานี้

พ่อฉุนจัด ลูกไม่ยอมตื่นไปทำงาน เอาน้ำมันราดเตียง ก่อนจุดไฟเผา วอดวายแทบทั้งหลัง!!
ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหาข่าวจาก YouTube

Advertisement

รายงานระบุว่า ทั้งพ่อและลูกคู่นี้ ทำงานหาเลี้ยงชีพด้วยการเป็นผู้ขุดหาวัตถุโบราณ ซึ่งทั้งสองได้นัดหมายกับอีกกลุ่มไว้เพื่อทำงานร่วมกันในตอน 6 โมงเช้า แต่เมื่อถึงเวลาออกจากบ้าน ลูกของเขากลับนอนไม่ยอมตื่น แม้ว่าพ่อจะพยายามปลุกเท่าไหร่ก็ไม่เป็นผล เมื่อความอดทนมาถึงขีดสุด พ่อได้เอากระป๋องน้ำมันดีเซลมาขู่ว่าจะจุดไฟเผาเตียงหากลูกของเขาไม่ยอมตื่น ซึ่งลูกก็ไม่ยอมลุกจากที่นอนจริงๆ ฝ่ายพ่อจึงเปิดกระป๋องและราดลงบนเตียงของลูก จากนั้นจึงจุดไฟเผาทันที

พ่อฉุนจัด ลูกไม่ยอมตื่นไปทำงาน เอาน้ำมันราดเตียง ก่อนจุดไฟเผา วอดวายแทบทั้งหลัง!!
Photo credit: kwongwah

ลูกเจอเข้าไปแบบนี้ จึงรีบกระโดดลุกจากเตียงขึ้นมาทันที และช่วยผู้เป็นพ่อดับไฟ แต่เพลิงไฟนั้นโหมไหม้ลุกลามอย่างรวดเร็ว จนทั้งสองต้องโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงให้มาช่วยเหลือ จึงจะสามารถดับไฟได้ ซึ่งได้สร้างความเสียหายให้กับตัวบ้านไปบางส่วน ด้านการพิจารณาคดีของศาลนั้น กล่าวว่าเพลิงไฟนั้นอาจลุกลามและเป็นภัยต่ออีก 10 ชีวิตที่อาศัยอยู่ในอาคารนั้นได้ ดังนั้น จึงเห็นควรว่าคดีนี้เป็นการลอบวางเพลิง

พ่อฉุนจัด ลูกไม่ยอมตื่นไปทำงาน เอาน้ำมันราดเตียง ก่อนจุดไฟเผา วอดวายแทบทั้งหลัง!!
ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหาข่าวจาก YouTube
พ่อฉุนจัด ลูกไม่ยอมตื่นไปทำงาน เอาน้ำมันราดเตียง ก่อนจุดไฟเผา วอดวายแทบทั้งหลัง!!
ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหาข่าวจาก YouTube

Advertisement

พ่อฉุนจัด ลูกไม่ยอมตื่นไปทำงาน เอาน้ำมันราดเตียง ก่อนจุดไฟเผา วอดวายแทบทั้งหลัง!!
ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหาข่าวจาก YouTube
พ่อฉุนจัด ลูกไม่ยอมตื่นไปทำงาน เอาน้ำมันราดเตียง ก่อนจุดไฟเผา วอดวายแทบทั้งหลัง!!
ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหาข่าวจาก YouTube

ขอบคุณข้อมูลจาก: worldofbuzz

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook