บทความล่าสุด
ข่าววันนี้Share0Tweet

หนุ่มโดนดักปล้นจักรยาน ถูกมีด 6 นิ้วปักคาหัวลึกถึงกะโหลก เดินใจเย็นมาถามหามีหมอไหม?

Shambhala TS
Shambhala TS
22 พฤศจิกายน 2561 - 12:24(แก้ไข)
หนุ่มโดนดักปล้นจักรยาน ถูกมีด 6 นิ้วปักคาหัวลึกถึงกะโหลก เดินใจเย็นมาถามหามีหมอไหม?

จากวันน่าเบื่อของพนักงานประชาสัมพันธ์ กลายเป็นวันมหาระทึกไปเสียได้ เมื่อหนุ่มเดินเข้ามาถามพนักงานว่าที่โรงพยาบาลมีหมออยู่หรือไม่? เพราะตอนนี้มีมีดพับปักคาหัวตนเองอยู่ จนพนักงานช็อคกันถ้วนหน้า!

หนุ่มโดนดักปล้นจักรยาน ถูกมีด 6 นิ้วปักคาหัวลึกถึงกะโหลก เดินใจเย็นมาถามหามีหมอไหม?

Advertisement

ฌอน เวนย์ หนุ่มนักปั่นจักรยานวัย 34 ปี เล่าถึงที่มาของมีดปักคาหัวของเขาไว้ว่า เขากำลังปั่นจักรยานไปทำงานใกล้กับเมืองเคปทาวน์ แอฟริกาใต้ จู่ๆเขาก็ถูกชายสองคนดักโจมตีกะทันหัน โดยหนึ่งในนั้นใช้มีดพกยาว 6 นิ้ว ปักเข้าไปที่หัวของเขาพยายามขโมยจักรยานของฌอน แต่ฌอนสู้กลับจนชนะและหลบหนีมาได้ พร้อมมีดที่ปักคาหัว ตรงดิ่งไปหาโรงพยาบาล ก่อนเดินไปถามประชาสัมพันธ์อย่างใจเย็นว่า "มีหมอว่างไหมครับ"

หนุ่มโดนดักปล้นจักรยาน ถูกมีด 6 นิ้วปักคาหัวลึกถึงกะโหลก เดินใจเย็นมาถามหามีหมอไหม?
Photo credit: CEN

หนุ่มโดนดักปล้นจักรยาน ถูกมีด 6 นิ้วปักคาหัวลึกถึงกะโหลก เดินใจเย็นมาถามหามีหมอไหม?
Photo credit: CEN

ดร. เวนเตอร์ เล่าว่าตอนนั้นมีแพทย์หญิงประจำอยู่ พอมาดูอาการฌอนแล้วก็ให้ตกใจอย่างมาก คนไข้มีมีดปักคาหัวของเขา เลือดไหลโทรมกายแต่สภาพจิตใจเขานิ่งมาก ใจเย็นและดูไม่ตื่นตระหนกกับสภาพตัวเองใดๆทั้งสิ้น แพทย์หญิงจึงตัดสินใจพาเขาไปยังโรงพยาบาลใหญ่ในตัวเมือง ซึ่งคนไข้ก็มารยาทดีมากจนน่าตกใจ ยังหันมาถามแพทย์หญิงว่าขอทิ้งจักรยานไว้ที่นี่ได้ไหม "คนไข้โชคดีมากที่มีดเบี่ยงออกไปโดนโครงหน้าแทนที่จะเป็นสมอง ถ้าหากมีดทิ่มตรงมานิดเดียว เขาไม่รอดแน่นอน"  ฌอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลไทเกอร์เบิร์ก เข้ารับการผ่าตัดฉุกเฉิน จนตอนนี้เขาอยู่ในอาการคงที่แล้ว ความใจเย็นของฌอนสร้างความประหลาดใจให้บรรดาหมอและพยาบาลเป็นอย่างมาก ส่วนคดีความทางตำรวจแอฟริกาใต้กำลังดำเนินการสอบสวนอย่างเร่งด่วน

หนุ่มโดนดักปล้นจักรยาน ถูกมีด 6 นิ้วปักคาหัวลึกถึงกะโหลก เดินใจเย็นมาถามหามีหมอไหม?

Advertisement

หนุ่มโดนดักปล้นจักรยาน ถูกมีด 6 นิ้วปักคาหัวลึกถึงกะโหลก เดินใจเย็นมาถามหามีหมอไหม?
Photo credit: CEN

 

ขอบคุณข้อมูลจาก: Mirror, DailyMail

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook