บทความล่าสุด
ข่าววันนี้Share0Tweet

เจ้าหน้าที่งมร่าง หนุ่มจมอยู่ก้นคลอง คาดงมหาเศษเงินในกระทง ตะคริวกินขา จมน้ำดับสลด

Epic Jarm
Epic Jarm
23 พฤศจิกายน 2561 - 17:16(แก้ไข)
เจ้าหน้าที่งมร่าง หนุ่มจมอยู่ก้นคลอง คาดงมหาเศษเงินในกระทง ตะคริวกินขา จมน้ำดับสลด

เวิร์คพอยท์ รายงานข่าว หนุ่มวัย 20 ปี ลงไปในคลองทหารเรือ ว่ายน้ำงมเก็บเศษเงินในกระทง เกิดเป็นตะคริวจมน้ำกลายเป็นศพ ดับสลด

เจ้าหน้าที่งมร่าง หนุ่มจมอยู่ก้นคลอง คาดงมหาเศษเงินในกระทง ตะคริวกินขา จมน้ำดับสลด
Photo credit: workpointnews

Advertisement

วันที่ 23 พ.ย. 61 เวลา 01.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรสาคร รับแจ้งเหตุคนจมน้ำเสียชีวิต ภายในคลองทหารเรือ ติดกับถนนเศรษฐกิจ 1 หน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร และที่ว่าการอำเภอเมืองสมุทรสาคร ซึ่งทางเทศบาลนครสมุทรสาคร ได้ใช้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมลอยกระทง เจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำลงงมค้นหาร่างผู้เสียชีวิตซึ่งจมอยู่ก้นคลอง ทราบชื่อคือ นายณัฐพล โยทองยศ อายุ 20 ปี ชาวจังหวัดเลย สภาพศพเนื้อตัวยังนิ่ม คาดเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 30 นาที จากการค้นภายในตัวพบถุงบรรจุเหรียญจำนวนมาก โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งศพผู้เสียชีวิตไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวช เพื่อหาสาเหตุของการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้ง เบื้องต้นคาดว่าในระหว่างที่ผู้เสียชีวิต ลงไปว่ายน้ำงมเก็บเศษเงินในกระทง จนเกิดเป็นตะคริวที่ขาจึงทำให้จมน้ำเสียชีวิตดังกล่าว

เจ้าหน้าที่งมร่าง หนุ่มจมอยู่ก้นคลอง คาดงมหาเศษเงินในกระทง ตะคริวกินขา จมน้ำดับสลด
Photo credit: workpointnews

เจ้าหน้าที่งมร่าง หนุ่มจมอยู่ก้นคลอง คาดงมหาเศษเงินในกระทง ตะคริวกินขา จมน้ำดับสลด
Photo credit: workpointnews
เจ้าหน้าที่งมร่าง หนุ่มจมอยู่ก้นคลอง คาดงมหาเศษเงินในกระทง ตะคริวกินขา จมน้ำดับสลด
Photo credit: workpointnews

Advertisement

เจ้าหน้าที่งมร่าง หนุ่มจมอยู่ก้นคลอง คาดงมหาเศษเงินในกระทง ตะคริวกินขา จมน้ำดับสลด
Photo credit: Ake Srisuwan
เจ้าหน้าที่งมร่าง หนุ่มจมอยู่ก้นคลอง คาดงมหาเศษเงินในกระทง ตะคริวกินขา จมน้ำดับสลด
Photo credit: Ake Srisuwan
เจ้าหน้าที่งมร่าง หนุ่มจมอยู่ก้นคลอง คาดงมหาเศษเงินในกระทง ตะคริวกินขา จมน้ำดับสลด
Photo credit: Ake Srisuwan

Advertisement

เจ้าหน้าที่งมร่าง หนุ่มจมอยู่ก้นคลอง คาดงมหาเศษเงินในกระทง ตะคริวกินขา จมน้ำดับสลด
Photo credit: Ake Srisuwan

ขอบคุณข้อมูลจาก: workpointnews

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook