บทความล่าสุด
ข่าววันนี้Share0Tweet

เด็กหญิงฉลองวันเกิดครบ 10 ขวบ ด้วยการกินยาดับชีวิตตนเอง อีกหนึ่งเหยื่อถูกรังแกในโรงเรียน

Shambhala TS
Shambhala TS
15 พฤศจิกายน 2561 - 14:23(แก้ไข)
เด็กหญิงฉลองวันเกิดครบ 10 ขวบ ด้วยการกินยาดับชีวิตตนเอง อีกหนึ่งเหยื่อถูกรังแกในโรงเรียน

หัวใจสลาย! แม่แชร์รูปลูกสาวอาการโคม่า หลังพยายามกินยาเกินขนาดเพื่อให้ตัวเองเสียชีวิต ในวันเกิดครบ 10 ขวบของเธอ เผยที่ผ่านมาถูกเพื่อนที่โรงเรียนรังแกนานนับเดือน สุดเกินจะทน!

เด็กหญิงฉลองวันเกิดครบ 10 ขวบ ด้วยการกินยาดับชีวิตตนเอง อีกหนึ่งเหยื่อถูกรังแกในโรงเรียน
Photo credit: SWNS

Advertisement

เว็บไซต์ Metro นำเสนอเรื่องราวการรังแกในโรงเรียน ผ่านเรื่องราวของเจส คุณแม่วัย 27 ปี ผู้เผยแพร่ภาพลูกสาววัย 10 ขวบของเธอ นอนอาเจียนอยู่บนเตียงฉุกเฉินอย่างทุกข์ทรมาน พร้อมโพสต์เรื่องราวเบื้องหลังรูปนี้ลงเฟสบุ๊กส่วนตัวว่า ลูกสาวของเธอพยายามจบชีวิตตนเองด้วยการกินยาเกินขนาด ในวันครบรอบวันเกิดอายุ 10 ขวบของเธอ จากที่จะได้เฉลิมฉลองอย่างมีความสุข เจสกลับเป็นทุกข์เพราะกลัวว่าลูกสาวจะด่วนจากไป

เด็กหญิงฉลองวันเกิดครบ 10 ขวบ ด้วยการกินยาดับชีวิตตนเอง อีกหนึ่งเหยื่อถูกรังแกในโรงเรียน
Photo credit: SWNS

เด็กหญิงฉลองวันเกิดครบ 10 ขวบ ด้วยการกินยาดับชีวิตตนเอง อีกหนึ่งเหยื่อถูกรังแกในโรงเรียน
Photo credit: SWNS

หมอต้องทำการล้างท้องให้ลูกสาวของเธออยู่หลายครั้ง เจสต้องทนดูลูกสาวร้องด้วยความเจ็บปวดอยู่บ่อยครั้ง จนเธอมาทราบสาเหตุที่ลูกสาวตัดสินใจคิดสั้น นั่นเพราะเธอถูกกลุ่มเพื่อนที่โรงเรียนรังแก แม้เจสจะไปเผชิญหน้ากับทางผู้ปกครองเด็กเพื่อหาทางแก้ไข กลับถูกทั้งเด็กและผู้ปกครองหัวเราะเยาะใส่ ซ้ำทางโรงเรียนยังทำเหมือนไม่อยากรับรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย "ฉันนึกว่าลูกสาวฉันจะตายเสียแล้ว มันน่ารังเกียจมากที่ลูกฉันต้องมาถูกเด็กที่ไหนไม่รู้มารังแก ทั้งที่ลูกสาวฉันไม่ได้หาเรื่องก่อน หมอบอกว่าถ้ามาช้ากว่านี้ลูกฉันได้ตานจริงๆแน่นอน ใครจะไปคิดว่าต้องมาอยู่ที่โรงพยาบาล ดูลูกทรมานจากการล้างท้องในวันเกิดครบรอบ 10 ขวบของเธอ มันชวนให้ใจสลายมาก" เจสกล่าว

เด็กหญิงฉลองวันเกิดครบ 10 ขวบ ด้วยการกินยาดับชีวิตตนเอง อีกหนึ่งเหยื่อถูกรังแกในโรงเรียน
Photo credit: SWNS

Advertisement

เด็กหญิงฉลองวันเกิดครบ 10 ขวบ ด้วยการกินยาดับชีวิตตนเอง อีกหนึ่งเหยื่อถูกรังแกในโรงเรียน
Photo credit: SWNS

 

ขอบคุณข้อมูลจาก: Metro, DailyMail

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook