ข่าววันนี้ Share0 Tweet

นศ.ม.ดัง โดดตึกดับสลด เผยข้อความสุดท้าย "ขอโทษพ่อ - หนูไม่ไหวแล้ว"

Theodrore
6 มีนาคม 2562 - 10:46(แก้ไข)
นศ.ม.ดัง โดดตึกดับสลด เผยข้อความสุดท้าย "ขอโทษพ่อ - หนูไม่ไหวแล้ว"

เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์สุดสะเทือนใจที่เกิดขึ้นในสังคม ล่าสุดเว็บไซต์ brighttv.co.th รายงานว่า เมื่อเวลา 04.30 น.วันที่ 6 มี.ค. ร.ต.ท.ปณิภัค ศิลาโชติ รอง สว.(สอบสวน) สน.บางเขน รับแจ้งเหตุหญิงกระโดดตึกเสียชีวิต บริเวณภายในมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ย่านบางเขน ถนนงามวงศ์วาน จึงรุดตรวจพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเขน, กองพิสูจน์หลักฐาน และ แพทย์แผนกนิติเวช รพ.ภูมิพลฯ รวมถึงอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

นศ.ม.ดัง โดดตึกดับสลด เผยข้อความสุดท้าย "ขอโทษพ่อ - หนูไม่ไหวแล้ว"

โดยที่เกิดเหตุหน้าอาคารศูนย์เรียนรวม 4 ซึ่งมีความสูง 10 ชั้นที่บริเวณด้านล่างพบศพ น.ส.นันทิกานต์ ชาวจังหวัดระยอง น.ศ.ปี 3 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ย่านบางเขน สภาพศพสวมชุดนักศึกษาไม่สวมรองเท้า ตามร่างกายพบมีบาดแผลที่ข้อเท้าทั้ง 2 ข้าง แขนและขาหักผิดรูป ศีรษะแตก นอนเสียชีวิต และจากการตรวจสอบบริเวณระเบียงชั้นที่ 8 พบรองเท้าแตะ สีนำเงิน 1 คู่ ขวดน้ำเปล่า และกระเป๋าผ้า แบบสะพายลาย สีขาว-ฟ้า วางทิ้งไว้อยู่

นศ.ม.ดัง โดดตึกดับสลด เผยข้อความสุดท้าย "ขอโทษพ่อ - หนูไม่ไหวแล้ว"

Loading...

นอกจากนี้พบมีการพิมพ์ข้อความบันทึกไว้ในโทรศัพท์มือถือ โดยระบุว่า “ขอโทษนะจ๊ะ  หนูไม่ไหวแล้วจริงๆ หนูเหนื่อยมากๆ อโหสิกรรมให้หนูด้วยนะ ดรีม รักป๊าม๊ายยเดียที่สุดในโลก หนูมีความสุขมากๆเวลาที่เราได้อยู่ด้วยกัน ไม่ต้องโทษตัวเองนะ ไม่มีใครผิด หนูรู้ว่าทุกคนรักหนู แต่หนูผิดที่ไม่เข้มแข็งพอไม่ต้องห่วงหนูแล้วนะ แล้วก็ให้อภัยหนูด้วย รักที่สุด 

นศ.ม.ดัง โดดตึกดับสลด เผยข้อความสุดท้าย "ขอโทษพ่อ - หนูไม่ไหวแล้ว"
นศ.ม.ดัง โดดตึกดับสลด เผยข้อความสุดท้าย "ขอโทษพ่อ - หนูไม่ไหวแล้ว"

ก็ถือได้ว่าเป็นเรื่องชวนสะเทือนใจ ที่เกิดขึ้นในสังคมเรา ก็ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียเอาไว้ ณ ที่นี้ด้วย และหวังว่าเหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นกับใคร

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก brighttv.co.th

นศ.ม.ดัง โดดตึกดับสลด เผยข้อความสุดท้าย "ขอโทษพ่อ - หนูไม่ไหวแล้ว"

-------------------------------------------------

จามเจาะข่าว ประจำวันที่ 6 มีนาคม 2562

- นิสิตสาว ดิ่งตึกดับ ตำรวจคาดเหตุเครียดส่วนตัว

Loading...

ข่าวใกล้เคียง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook