บทความล่าสุด
ข่าววันนี้Share0Tweet

2 พ่อลูกกินเนื้อมนุษย์!! ฆ่าตัดคออดีตตำรวจ ซุกศพไว้ในบ้าน เฉือนเนื้อขา-ซี่โครง เอาไปต้มกิน!!

Epic Jarm
Epic Jarm
31 ตุลาคม 2561 - 18:20(แก้ไข)
2 พ่อลูกกินเนื้อมนุษย์!! ฆ่าตัดคออดีตตำรวจ ซุกศพไว้ในบ้าน เฉือนเนื้อขา-ซี่โครง เอาไปต้มกิน!!

เมื่อวันที่ 30 ต.ค. 61 ที่ผ่านมา เว็บไซต์ มิร์เรอร์ รายงานข่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมสองพ่อลูกรายหนึ่ง หลังตกเป็นผู้ต้องสงสัย ฆ่าตัดคออดีตตำรวจ ก่อนจะเอาชิ้นส่วนตามร่างกายของเขา ไปทำอาหารกิน

2 พ่อลูกกินเนื้อมนุษย์!! ฆ่าตัดคออดีตตำรวจ ซุกศพไว้ในบ้าน เฉือนเนื้อขา-ซี่โครง เอาไปต้มกิน!!
Photo credit: National Police/east2west news

Advertisement

เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในซัลทิฟคา เขตชุมชนขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองคาร์คิฟ ประเทศยูเครน ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบศพไร้หัวของอดีตตำรวจอายุ 45 ปีรายหนึ่งในห้องใต้ดิน ซึ่งถูกห่อหุ้มไว้ด้วยถุงขยะ ตรวจสอบสภาพศพมีร่องรอยถูกของมีคมเฉือนเนื้อหลุดออกไป และมีบาดแผลถูกแทงที่คอซึ่งเป็นแผลที่ทำให้เสียชีวิต ต่อมาจึงพบส่วนหัวของผู้เสียชีวิตถูกยัดอยู่ในกล่องวางไว้ตรงระเบียง เจ้าหน้าที่จับกุม 2 พ่อลูกซึ่งเป็นเจ้าของอพาร์ตเมนต์ดังกล่าว คนลูกวัย 20 ปีนั้น เล่ารายละเอียดว่า พ่อของตนเองเป็นคนลงมือเฉือนเนื้อส่วนขาและชายโครง นำไปลงหม้อต้มเพื่อทำอาหารให้กินกัน ซึ่งในตอนนี้กำลังอยู่ในระหว่างการสืบสวน และอาจต้องได้รับโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี หากถูกตัดสินว่าผิดจริง

2 พ่อลูกกินเนื้อมนุษย์!! ฆ่าตัดคออดีตตำรวจ ซุกศพไว้ในบ้าน เฉือนเนื้อขา-ซี่โครง เอาไปต้มกิน!!
Photo credit: National Police/east2west news

2 พ่อลูกกินเนื้อมนุษย์!! ฆ่าตัดคออดีตตำรวจ ซุกศพไว้ในบ้าน เฉือนเนื้อขา-ซี่โครง เอาไปต้มกิน!!
Photo credit: National Police/east2west news
2 พ่อลูกกินเนื้อมนุษย์!! ฆ่าตัดคออดีตตำรวจ ซุกศพไว้ในบ้าน เฉือนเนื้อขา-ซี่โครง เอาไปต้มกิน!!
Photo credit: National Police/east2west news

Advertisement

2 พ่อลูกกินเนื้อมนุษย์!! ฆ่าตัดคออดีตตำรวจ ซุกศพไว้ในบ้าน เฉือนเนื้อขา-ซี่โครง เอาไปต้มกิน!!
Photo credit: National Police/east2west news
2 พ่อลูกกินเนื้อมนุษย์!! ฆ่าตัดคออดีตตำรวจ ซุกศพไว้ในบ้าน เฉือนเนื้อขา-ซี่โครง เอาไปต้มกิน!!
Photo credit: National Police/east2west news

ขอบคุณข้อมูลจาก: Mirror

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook