ข่าววันนี้ Share0 Tweet

ทีมแพทย์-พยาบาลไทย รวมตัวบริจาคเลือดของตัวเอง เพื่อช่วยเด็กสาววัย 12 ปี ที่เดินทางมาจากพม่า

Ma Ron
24 เมษายน 2560 - 10:56(แก้ไข)
ทีมแพทย์-พยาบาลไทย รวมตัวบริจาคเลือดของตัวเอง เพื่อช่วยเด็กสาววัย 12 ปี ที่เดินทางมาจากพม่า

     ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวดีๆ ของวงการแพทย์ไทย ที่ให้ความช่วยเหลือเด็กหญิงชาวพม่า วัย 12 ปี ที่เดินทางมากลางดึกจากประเทศพม่า เรื่องราวจะเป็นอย่างไรตาม จาม ไปดูกันเลย

     ทางเฟสบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า Nuttagarn Chuenchom ได้ระบุข้อความเอาไง้ว่า "เด็กหญิงชาวพม่าอายุ 12 ปี มาตรวจด้วยอาการไข้สูง เจ็บคอ คอบวมหายใจไม่ออก เดินทางมาจากฝั่งพม่าไกลโพ้น เมืองเก๊าะกะเระ อินเทิร์นเป็นคนตรวจคนแรกน้องสงสัยคอตีบเพราะจาก finding ที่พบมันชัดเจน typical มากป้ายคอไปเพาะเชื้อก็ขึ้นเป็น gram positive bacilli chinese letter ต้องส่งต่อไปกรมวิทย์เพื่อ identify และทำ toxin test(Elek test) ต่อว่าเป็น C.diptheriae หรือไม่"

     "เด็กหญิง admit ไม่นานคอก็บวมขึ้น หายใจเหนื่อยหอบมี stridor ต้อง on ET tube การรักษาคือต้องให้ DAT =diptheria antitoxin จำนวน 80,000-100,000 unitทางน้ำเกลือโดยต้อง test ก่อนตอนแรกก็ test ผ่านว่าไม่แพ้ แต่ตอนให้จริงเธอก็แพ้รุนแรงแบบ anaphylactic shock เราพยายามติดต่อหา human diptheria antitoxin เพราะปัจจุบันที่เราใช้อยู่เป็น Equine diptheria antitoxin ซึ่งมีโอกาสแพ้สูง ก็พบว่าไม่มีโรงพยาบาลไหนในประเทศไทยมี หมอเด็กทำการ desensitization 2 ครั้งแล้วให้ DAT อีก ก็เกิด anaphylactic shock อีกสองครั้ง ทำให้เราต้องยอมแพ้เพราะกลัวเด็กจะแย่จากการให้ DAT ของเรา"

     "รีวิวดูแล้วไม่มีวิธีอื่นละ ก็จึงระดม extern intern กลางดึก ที่คาดว่าได้วัคซีนครบมาบริจาคเลือดเพื่อเอา plasma ที่น่าจะมี diptheria immunoglobulin มาให้แก่คนไข้ ถึงแม้ความเข้มข้นจะน้อยก็ไม่เสียหายถ้าจะลองดู คนไข้มี coagulopathy ด้วยจึงเป็นประโยชน์มาก..เด็กๆก็มากันแม้ว่าจะดึกแล้ว ขอให้จำความรู้สึกนี้ไว้ตลอดชีวิตการเป็นหมอนะ...ขอบคุณมากๆ"

     "ให้ antibiotic เป็น PGS (penicillin G) supportive on ventilator(เครื่องช่วยหายใจ)นาน 14 วันโชคดีที่ไม่มีโรคแทรกซ้อนเช่น Myocarditis หรือ renal failure วันนี้เธอหายใจได้เอง off ET tubeได้ ดูแล้วเธอก็เป็นเด็กหญิงน่ารักคนนึงเลยทีเดียว ต้องขอบคุณทีมหมอเด็กและพยาบาลวอร์ดเด็กทุกๆคนที่ให้การพยาบาลแก่ผู้ป่วยอย่างดีโดยไม่รังเกียจแม้เป็นโรคติดต่อ"

"แพทย์ พยาบาลที่สัมผัสใกล้ชิดก็ต้องกิน Erythromycin อ้วกแตกกันไป"

     "ประเทศพม่ายังขาดแคลนวัคซีนอยู่มาก ปัจจุบันโรงพยาบาลแม่สอดโดยทีมเวชกรรม และคุณหมอวิทยาได้เอื้อเฟื้อวัคซีนไปฉีดให้กับเด็กในฝั่งพม่าถึงแม้จะไม่คลอบคลุมแต่ก็นับว่าช่วยได้เกิน 50% เพื่อเป็นปราการสำคัญป้องกันโรคให้กับพี่น้องคนไทยที่อยู่ชายแดนและอยู่ลึกเข้าไปในประเทศของเรา

     บุคลากรต้องเห็นความสำคัญของการฉีด Pre-exposure prophylaxis ของทุกโรค ถือเป็นความรับผิดชอบสำคัญเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง และจะได้ไม่นำโรคไปสู่คนไข้และคนในครอบครัว อีกหน่อยถ้าโรคที่เราเผชิญอยู่ไม่เป็นที่สนใจคงไม่มีใครผลิต antitoxin หรือ immunoglobulin มาช่วยชีวิตเรา"

     "ปี 2556 เราฉีดไปเกือบ 1000 โดส ตอนนี้หลังจากสำรวจในโรงพยาบาลก็พบว่ายังมีตกหล่นเป็นจำนวนมาก จึงปูพรมฉีด Booster กันอีกระลอกสบายใจกันถ้วนหน้า

อยู่ชายแดนอย่ากลัวโรคระบาด เราต้องแข็งแรง พัฒนาความรู้ สามัคคีกัน และรับมือให้ทันค่ะ"

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก

Nuttagarn Chuenchom

ข่าวใกล้เคียง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook