วันพุธที่ 2 ธันวาคม 2563
ไทยกับนโยบายของ โจ ไบเดน พิชัย เตือน รบ.เตรียมรับมือ ผู้นำสหรัฐฯหนุน CPTPP
SHARE

ไทยกับนโยบายของ โจ ไบเดน พิชัย เตือน รบ.เตรียมรับมือ ผู้นำสหรัฐฯหนุน CPTPP

โพสต์โดย Nabi เมื่อ 13 พฤศจิกายน 2563 - 18:48

"พิชัย" เตือน รัฐบาลเตรียมรับมือ มีโอกาสสูงที่สหรัฐ ภายใต้การนำของประธานาธิบดี โจ ไบเดน จะหันกลับมาร่วมกับ CPTPP ที่สหรัฐเป็นตัวตั้งตัวตีแต่แรกในสมัยประธานาธิบดี บารัค โอบามา แต่มาหยุดชะงักลงในสมัยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อยากให้ พิจารณาให้รอบคอบทุกด้าน

ไทยกับนโยบายของ โจ ไบเดน พิชัย เตือน รบ.เตรียมรับมือ ผู้นำสหรัฐฯหนุน CPTPP

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยด้านเศรษฐกิจ ได้เผยแพร่บทความว่า เรียกได้ว่าต้องลุ้นกันแบบใจหายใจคว่ำกันอยู่หลายวัน โดยเฉพาะการนับคะแนนในมลรัฐ เพนซิลเวเนีย จอร์เจีย เนวาดา และ แอริโซน่า กว่าจะได้ผู้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐครั้งนี้ ที่ในสุดท้ายก็เป็นตามที่ผมได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าตามบทความของผมในสัปดาห์ที่แล้ว นายโจ ไบเดน ได้เป็นผู้ชนะและจะเป็นประธานาธิบดีคนที่ 46 ของสหรัฐ แม้ว่าประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จะพยายามกล่าวหาและแถลงข่าวว่าเป็นการโกงการเลือกตั้ง ถึงขนาดสถานีโทรทัศน์ช่องหลักของสหรัฐต้องตัดสัญญาณการถ่ายทอดกลางคัน เพราะไม่ต้องการถ่ายทอพข้อมูลที่ไม่จริง ซึ่งก็ต้องดูต่อว่าประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จะพยายามจะฟ้องศาลสูงของสหรัฐในเรื่องนี้ต่อไปอย่างไร

ไทยกับนโยบายของ โจ ไบเดน พิชัย เตือน รบ.เตรียมรับมือ ผู้นำสหรัฐฯหนุน CPTPP
ไทยกับนโยบายของ โจ ไบเดน พิชัย เตือน รบ.เตรียมรับมือ ผู้นำสหรัฐฯหนุน CPTPP

คนจำนวนมากสงสัยกันว่า ทำไมในระยะแรกของการนับคะแนนใน 4 มลรัฐที่ต้องลุ้นตามที่ได้กล่าวถึงข้างต้น หรือที่เรียกกันว่าสวิงสเตท ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถึงมีคะแนนนำมากในระยะแรกจนดูเหมือนจะชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ แต่พอนับคะแนนจากบัตรลงคะแนนของการเลือกตั้งล่วงหน้าไปเรื่อยๆ คะแนนของนายโจ ไบเดนจึงตีตื้นขึ้นมา จนในที่สุดได้แซงหน้า และชนะไปในที่สุดทั้ง 4 มลรัฐ ซึ่งทำให้นายโจ ไบเดนชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้ ทั้งนี้เพราะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐครั้งนี้ มีการเลือกตั้งล่วงหน้ามากที่สุดเป็นประวัติการณ์โดยมีถึงกว่า 100 ล้านคนทีเดียว และส่วนใหญ่จะเป็นการโหวตลงคะแนนให้กับนายโจ ไบเดน ของ พรรคเดโมแครต ทั้งนี้เพราะ นายโจ ไบเดน และ พรรคเดโมแครต ได้ส่งเสริมให้คนอเมริกันไปลงคะแนนเสียงล่วงหน้า เพื่อหลีกเลี่ยงการชุมนุมกันในหน่วยเลือกตั้ง เพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ยังคงมีการระบาดอย่างรุนแรงในสหรัฐ ในขณะที่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์และพรรครีพับลิกัน ส่งเสริมให้คนอเมริกันไปลงคะแนนเสียงที่หน่วยเลือกตั้ง ผลจึงได้ออกมาเช่นนั้น

การที่

ไทยกับนโยบายของ โจ ไบเดน พิชัย เตือน รบ.เตรียมรับมือ ผู้นำสหรัฐฯหนุน CPTPP
ไทยกับนโยบายของ โจ ไบเดน พิชัย เตือน รบ.เตรียมรับมือ ผู้นำสหรัฐฯหนุน CPTPP

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง ถึงกับแถลงข่าวกล่าวหาว่ามีการโกงแต่กลับไม่มีหลักฐานชัดเจน ทำให้ภาพลักษณ์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ดูไม่ดีนักในสายตาของสื่อหลักของสหรัฐ ที่ตามธรรมเนียมปกติผู้แพ้การเลือกตั้งประธานาธิบดีจะออกมายอมรับความพ่ายแพ้และโทรไปแสดงความยินดีกับผู้ชนะอย่างมีเกียรติในทุกครั้งที่ผลของการเลือกตั้งสิ้นสุด ทำให้มีการแซวกันเล่นขำๆ กันในโซเชียลของไทยว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์นน่าจะมาขอเสียง 250 สว. ของไทยที่แต่งตั้งเอง ให้ช่วยโหวตให้ เพื่อที่จะชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ เหมือนการเลือกตั้งในประเทศไทยที่แม้พรรครัฐบาลจะแพ้การเลือกตั้งแต่ก็อาศัยเสียง 250 สว. ที่มาจากการแต่งตั้งเองโหวตให้ จึงทำให้พลเอกประยุทธ์ได้กลับมาเป็นนายกฯ เพื่อสืบทอดอำนาจต่อได้ ดังนั้นไทยจึงจำเป็นจะต้องรีบแก้ไขรัฐธรรมนูญในเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน เพื่อให้ผลของการเลือกตั้งของประเทศไทยได้สะท้อนความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

ไทยกับนโยบายของ โจ ไบเดน พิชัย เตือน รบ.เตรียมรับมือ ผู้นำสหรัฐฯหนุน CPTPP

ทั้งนี้ โดยส่วนตัวแล้วเชื่อว่าหากไม่มีวิกฤตการณ์ไวรัสโควิด-19 โอกาสที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะชนะการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีสูงมาก เนื่องจากเศรษฐกิจของสหรัฐดีมาตลอดในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา จนมาเจอปัญหาไวรัสโควิด-19นี้ ที่มีคนอเมริกันเจ็บและตายกันเป็นจำนวนมาก ขนาดมีวิกฤตการณ์ไวรัส คะแนนยังสูสีกันมากในมลรัฐสวิงสเตท เพราะคนอเมริกันมักจะตัดสินการเลือกตั้งจากภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งน่าสนใจว่าหากประเทศไทยมีการเลือกตั้งครั้งใหม่ในสภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่มาตลอดเช่นนี้ ผลการเลือกตั้งใหม่จะออกมาเป็นอย่างไร แต่ทั้งนี้ต้องเป็นการเลือกตั้งภายใต้กติกาใหม่ที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ไม่ใช่ภายใต้รัฐธรรมนูญที่สืบทอดอำนาจเหมือนในปัจจุบัน

เมื่อพูดถึงเรื่องเศรษฐกิจ ก็อยากให้รัฐบาลได้เตรียมพร้อมรับมือกับนโยบายของสหรัฐที่จะเปลี่ยนแปลงภายใต้การนำของประธานาธิบดีคนใหม่ที่จะเข้ารับตำแหน่งในวันที่ 20 มกราคม ปีหน้านี้ ซึ่งนายโจ ไบเดน คงต้องทำตามที่ได้หาเสียงไว้ ต่างกับพรรคพลังประชารัฐที่ได้เป็นรัฐบาลแต่ยังไม่ทำตามนโยบายที่ได้หาเสียงไว้เลย

ไทยกับนโยบายของ โจ ไบเดน พิชัย เตือน รบ.เตรียมรับมือ ผู้นำสหรัฐฯหนุน CPTPP
ไทยกับนโยบายของ โจ ไบเดน พิชัย เตือน รบ.เตรียมรับมือ ผู้นำสหรัฐฯหนุน CPTPP

ทั้งนี้เชื่อว่านโยบายการกีดกันการค้าของสหรัฐกับทั้งโลกคงน่าที่จะเบาลง แต่นโยบายสงครามการค้ากับประเทศจีนน่าจะคงมีอยู่ ทั้งนี้เพราะสหรัฐเองคงต้องการจะชะลอการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจจีนไม่ให้พัฒนาแซงหน้าสหรัฐเร็วนัก แม้จะห้ามไม่ได้แต่ก็คงจะพยายามจะชะลอให้นานที่สุด

  • เรื่องแรกที่ไทยต้องคิดล่วงหน้าและอาจจะต้องหันกลับมาพิจารณาอย่างเร่งด่วนคือ การเข้าร่วม ความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) เพราะมีโอกาสสูงที่สหรัฐ ภายใต้การนำของประธานาธิบดี โจ ไบเดน จะหันกลับมาร่วมกับ CPTPP หรือ ในอดีตที่เรียกกันว่า TPP ที่สหรัฐเป็นตัวตั้งตัวตีแต่แรกในสมัยประธานาธิบดี บารัค โอบามา แต่มาหยุดชะงักลงในสมัยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ดังนั้นเมื่อพรรคเดโมแครต ได้กลับมาเป็นรัฐบาลใหม่ ก็มีโอกาสสูงที่จะรื้อฟื้นเรื่องนี้ โดยประเทศไทยจะต้องพิจารณาให้ดีถึงผลดีและผลเสียของการจะเข้าร่วมหรือไม่เข้าร่วม

จริงอยู่จากข้อมูลที่ได้ศึกษาพบว่า การที่ประเทศไทยจะเข้าร่วม CPTPP ประเทศไทยอาจจะเสียเปรียบและมีปัญหาด้านเกษตรกรรมและสิทธิบัตรยา ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะต่อรองได้ขนาดไหน แต่ถ้าไทยไม่เข้าร่วมเลย เราอาจจะตกขบวนทั้งการค้าและการลงทุนที่จะเกิดขึ้นทั้งในปัจจุบันและในอนาคตได้ อีกทั้งจะเหมารวมไปถึง ห่วงโซ่การผลิต (Supply Chain) ของประเทศในหมู่สมาชิกในอนาคตด้วย ซึ่งไทยต้องคำนวณผลได้ผลเสียให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจ และ ชี้แจงให้ประชาชนได้รับทราบถึงผลดีผลเสียเป็นข้อๆ ยิ่งเศรษฐกิจไทยกำลังย่ำแย่ และต้องการโอกาสที่จะฟื้นฟู ยิ่งต้องพิจารณาเรื่องดังกล่าวให้ดี

  • ทั้งนี้หากจะตัดสินใจเข้าร่วม CPTPP ก็ต้องคำนึงด้วยว่าจะช่วยเหลือ หรือ เยียวยากลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบอย่างไร โดยเฉพาะกับกลุ่มเกษตรกรรายได้น้อยที่จะได้รับผลกระทบ
ไทยกับนโยบายของ โจ ไบเดน พิชัย เตือน รบ.เตรียมรับมือ ผู้นำสหรัฐฯหนุน CPTPP

ทั้งนี้ในอดีตมีการคำนวณกันว่าหากประเทศไทยไม่เข้าร่วม CPTPP ในกรณีที่สหรัฐเข้าร่วม จะเป็นผลเสียต่อเศรษฐกิจไทยถึง 5% ของ จีดีพีเลย ซึ่งไม่แน่ใจว่าความเสียหายจะมากถึงขนาดนั้นจริงหรือไม่ แต่จะนับเฉพาะการส่งออกไปสหรัฐอย่างเดียวคงไม่ได้ ต้องคำนึงถึงระบบซัพพลายเชนระหว่างประเทศสมาชิกทั้งหมดตามที่ได้กล่าวไว้แล้ว ทั้งนี้ยังต้องคำนึงถึงโอกาสของประเทศไทยในอนาคตด้วย จึงอยากให้ พิจารณาให้รอบคอบทุกด้าน

นโยบายต่อมาที่ นายโจ ไบเดน ได้ประกาศไว้ชัดเจนคือ การกลับเข้าสู้ข้อตกลงปารีสอีกครั้ง ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ถอนตัวไป ทั้งนี้ ความตกลงปารีส เป็นความตกลงตามกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อกำหนดมาตรการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งสหรัฐคงให้ความสนใจกับปัญหาโลกร้อนมากขึ้น การใช้ พลังงานจากฟอสซิล โดยเฉพาะจากถ่านหินก็จะลดลง โดยนายโจ ไบเดนจะยกเลิกการสนับสนุนด้านภาษีกับบริษัท Oil & Gas รวมถึงถ่านหินด้วย และประเทศต่างๆก็จะถูกตรวจสอบการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซคาร์บอนขึ้นสู่บรรยากาศ ซึ่งประเทศไทยก็จะต้องระวังและเตรียมพร้อมในเรื่องนี้ด้วย

นโยบายของนายโจ ไบเดน ที่น่าจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจในสหรัฐอย่างมากน่าจะเป็นการขึ้นการเก็บภาษีสำหรับคนรวย โดยขึ้นภาษีนิติบุคคลจาก 21% เป็น 28% และ การขึ้นภาษีบุคคลธรรมดาในอัตราสูงสุดจาก 37% เป็น 39.6% อีกทั้งจะมีการขึ้นค่าแรงขึ้นต่ำจาก 7.25 ดอลลาร์ เป็น 15 ดอลลาร์ ต่อชั่วโมง ซึ่งอาจจะส่งผลต่อธุรกิจสหรัฐให้มีการย้ายฐานการผลิต ซึ่งประเทศไทยอาจจะมีโอกาสที่จะได้รับประโยชน์หากประเทศไทยกลับมาเป็นที่ยอมรับของสหรัฐและประชาคมโลกอีกครั้ง

นโยบายกีดกันทางการค้าที่น่าจะลดลงภายใต้การนำของนายโจ ไบเดน อีกทั้งแผนการใช้จ่ายงบประมาณจำนวนมหาศาลถึง 2 ล้านล้านเหรียญ จะทำให้ค่าเงินดอลลาร์ของสหรัฐอ่อนค่าลงได้ และจะทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นไปอีก ซึ้งจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย และ การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของไทยอย่างมาก ขนาดยังไม่ทันประกาศผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการ ค่าเงินดอลลาร์ของสหรัฐก็อ่อนค่าแล้ว อีกทั้งยังมีนักวิเคราะห์เศรษฐกิจคาดหมายกันว่าค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอาจจะอ่อนค่าลงไปถึง 35% เลยในปีหน้า จากสภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐที่ย่ำแย่ ดังนั้น รัฐบาลและธนาคารแห่งประเทศไทยจะต้องดูแลค่าเงินบาทให้อ่อนค่าลง ทั้งนี้ในภาวะที่เศรษฐกิจไทยติดลบหนัก และ การส่งออกของไทยก็ติดลบอย่างมาก ถ้าค่าเงินบาทยังแข็งค่าจะยิ่งทำให้เศรษฐกิจไทยทรุดลงไปอีก และจะมีผลอย่างมากต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของไทย

นี่เป็นเพียงบางนโยบายเท่านั้นที่จะมีผลกระทบต่อประเทศไทย ซึ่งเมื่อนายโจ ไบเดนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของสหรัฐ และเริ่มบริหารจริง คงจะได้วิเคราะห์ผลกระทบของแต่ละนโยบายอย่างละเอียดกันอีกครั้ง แต่นโยบายที่น่าจะส่งผลต่อประเทศไทยมากที่สุด คือ นโยบายของพรรคเดโมแครตที่จะเน้นเรื่องการส่งเสริมระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริงและการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างเข้มงวด ซึ่งรัฐบาลพลเอกประยุทธ์น่าจะมีปัญหาในเรื่องนี้อย่างมาก จากรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง มี สว. 250 คนที่แต่งตั้งเองเพื่อโหวตตัวเองเป็นนายกรัฐมนตรี และ การสลายการชุมนุมของประชาชนที่ประกอบด้วยนักเรียน นักศึกษาเป็นส่วนมากอย่างผิดหลักสากล แม้กระทั่งล่าสุดการฉีดน้ำใส่ผู้ชุมนุมในบริเวณสนามหลวง

ไทยกับนโยบายของ โจ ไบเดน พิชัย เตือน รบ.เตรียมรับมือ ผู้นำสหรัฐฯหนุน CPTPP
ไทยกับนโยบายของ โจ ไบเดน พิชัย เตือน รบ.เตรียมรับมือ ผู้นำสหรัฐฯหนุน CPTPP

ทั้งนี้ นายโจ ไบเดนเป็นนักการเมืองสหรัฐที่คร่ำหวอดอยู่ในแคปปิตอลฮิลล์มาเป็นเวลานานโดยเป็นวุฒิสมาชิกของมลรัฐเดลาแวร์อยู่นานถึง 36 ปีติดต่อกัน ก่อนมาเป็นรองประธานาธิบดีให้กับประธานาธิบดี บารัค โอบามา อีก 8 ปี ซึ่งต่างกันอย่างมากกับ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มาจากนักธุรกิจและเป็นเหมือนคนนอกของแคปปิตอลฮิลล์ในตอนที่เข้ารับตำแหน่ง ดังนั้น ความเกรงใจและความระมัดระวังต่อสื่อมวลชนหลักของสหรัฐจะต่างกันอย่างมาก โดยนายโจ ไบเดน น่าจะต้องฟังความเห็นของสื่อหลักมากกว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ที่มักทำตัวเป็นศัตรูกับสื่อมาโดยตลอด ซึ่งได้ส่งผลลบอย่างมากต่อความนิยมของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เอง และน่าจะมีส่วนอย่างมากที่ทำให้เขาแพ้การเลือกตั้งในครั้งนี้

โดยที่สื่อหลักทรงอิทธิพล อย่าง เดอะวอชิงตัน โพสต์ได้วิจารณ์รัฐบาลพลเอกประยุทธ์อย่างหนักมาโดยตลอด ถึงขนาดหลังจากประเทศไทยมีการเลือกตั้งแล้ว ก็ยังเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐอย่าได้มีความสัมพันธ์แบบปกติกับรัฐบาลพลเอกประยุทธ์เพราะเป็นรัฐบาลที่สืบทอดอำนาจจากระบอบเผด็จการ และแม้กระทั่งไม่นานมานี้ เดอะ วอชิงตัน โพสต์ ยังได้ตีพิมพ์บทสัมภาษณ์ของตำรวจไทยที่รู้สึกผิดที่เข้าไปสลายการชุมนุมอย่างผิดหลักการสากล และผิดจริยธรรมในใจของตำรวจเอง ทั้งยังยืนยันว่า ตำรวจส่วนมากคิดแบบนั้น และตำรวจส่วนใหญ่เห็นด้วยกับผู้ชุมนุม ซึ่งแสดงให้เห็นชัดเจนว่ารัฐบาลพลเอกประยุทธ์ได้ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง ซึ่งเชื่อว่าเมื่อนายโจ ไบเดน เข้ารับตำแหน่ง รัฐบาลพลเอกประยุทธ์อาจจะเจอกับความกดดันมากขึ้น นอกจากการตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรถึง 2 ครั้งในปีนี้แล้ว

ดังนั้นจะเห็นได้ว่าพลเอกประยุทธ์นอกจากจะถูกการประท้วงขับไล่ของประชาชนจำนวนมากแล้ว คนส่วนใหญ่ในประเทศก็เห็นด้วยกับผู้ชุมนุม อีกทั้งเศรษฐกิจไทยก็กำลังจะย่ำแย่ลงไปอีกเรื่อยๆ ผู้ชุมนุมที่ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาและนักเรียน มองไม่เห็นอนาคตของตัวเองเลย โดยที่พลเอกประยุทธ์ไม่ได้มีความรู้ความสามารถเพียงพอที่จะแก้ไขพลิกฟื้นเศรษฐกิจได้ ประชาชนจะลำบากกันอย่างมาก และพลเอกประยุทธ์ยังจะต้องเจอกับแรงต่อต้านจากประเทศมหาอำนาจ ซึ่งน่าจะมีมาตรการกดดันมายังรัฐบาลพลเอกประยุทธ์เพิ่มเติมอีกแน่ ซึ่งจะส่งผลกระทบซ้ำเติมต่อเศรษฐกิจไทยที่ย่ำแย่อยู่แล้วให้แย่ลงไปอีก ยิ่งพลเอกประยุทธ์ยังดื้อรั้นที่จะอยู่ในตำแหน่งต่อนานเท่าไหร่ เศรษฐกิจไทยก็จะยิ่งแย่ลงไปอีกเรื่อยๆ ประเทศไทยจะต้องทนแบกรับพลเอกประยุทธ์ไปได้อีกนานเท่าไหร่


แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

บริการของเรา

Advertising

พื้นที่โฆษณาประชาสัมพันธ์ สินค้าและบริการ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Web Design

ออกแบบเว็บไซต์ ครบจบในที่เดียว ทั้ง FrontEnd และ BackEnd ด้วยทีมงานมืออาชีพ ประสบการณ์กว่า 15 ปี

Web Application

ไม่ว่าจะธุรกิจใดให้ระบบช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน จากรูปแบบเดิมๆ ให้อยู่ในรูปแบบ Online

VDO Creator

บริการออกแบบ และ จัดทำ Presentation ShowCase Review สินค้า TVC หรือ Viral Clip

ร่วมงานกับเรา | เงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์
ติดต่อลงโฆษณา: 0880-900-800, อีเมล์: ads@jarm.com
แนะนำติชม/ฝากข่าวประชาสัมพันธ์: info@jarm.com