วันเสาร์ที่ 18 กันยายน 2564
พิธา ประกาศ หากเป็นรัฐบาลจะสร้าง บ้านงบประมาณ ที่มีประชาชนมาก่อน
SHARE

พิธา ประกาศ หากเป็นรัฐบาลจะสร้าง บ้านงบประมาณ ที่มีประชาชนมาก่อน

โพสต์โดย Nabi เมื่อ 3 มิถุนายน 2564 - 17:27

พิธา ชี้ ถ้าผมเป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ ผมจะต้องพยายามอย่างมากที่สุดเท่าที่ทำได้ ในการปลดปล่อยงบอาวุธภาระผูกพันเหล่านี้กว่า 2 หมื่นล้านบาทในช่วงเวลาที่เราต้องใช้งบเพื่อสุขภาพมากกว่าความมั่นคง ผมจะบินตรงไปเจรจากับประเทศผู้ขายอาวุธให้เรา เช่น สหรัฐอเมริกา เราควรเจรจากับประธานาธิบดี Joe Biden ในฐานะพันธมิตรประเทศแรกๆ ของสหรัฐฯ ในทวีปเอเชีย เพื่อขอยกเว้นภาระผูกพันการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ทั้งหมด ซึ่งก็เคยทำสำเร็จมาแล้วในช่วงวิกฤติต้มยำกุ้ง เพื่อประโยชน์สูงสุดของชาติบ้านเมือง

พิธา ประกาศ หากเป็นรัฐบาลจะสร้าง บ้านงบประมาณ ที่มีประชาชนมาก่อน

ประเทศไทยแบบเดิม ไม่มีแล้ว ถึงเวลาช่วยกันเก็บกวาดซากปรักหักพังของประเทศไทยยุคเก่า แล้วเริ่มมานับหนึ่งกันใหม่ หยิบอิฐทีละก้อนมาก่อร่างสร้างประเทศของเรากันใหม่ ไม่ว่าจะพร้อมหรือไม่พร้อม ก็ต้องยอมรับความจริงว่ายุคสมัยกำลังเปลี่ยนไปแล้ว เราไม่อาจใช้ชุดวิธีคิดแบบเดิมๆ แล้วคาดหวังผลลัพธ์แบบใหม่ได้ อะไรที่เคยใช้ได้ในอดีตไม่ได้หมายความว่าจะสามารถใช้ได้ต่อไปในอนาคต พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าบัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล อภิปราย ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 65 พร้อมชวนประชาชนสร้าง ‘บ้านงบประมาณใหม่’

พิธา ประกาศ หากเป็นรัฐบาลจะสร้าง บ้านงบประมาณ ที่มีประชาชนมาก่อน
พิธา ประกาศ หากเป็นรัฐบาลจะสร้าง บ้านงบประมาณ ที่มีประชาชนมาก่อน

#บ้านงบประมาณ แบบก้าวไกล ที่มีหลักการว่า “ต้องเอาประชาชนมาเป็นที่หนึ่งเหนือสิ่งอื่นใด” วางรากฐานจากคนที่เปราะบางที่สุดของสังคมไทย คิดจากมุมมองของเด็กที่หิวโหย คนแก่เฒ่าที่เจ็บป่วย คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ทำงาน 2-3 งาน จนสายตัวแทบขาดเพื่อที่จะส่งลูกเรียนหนังสือ และฐานคิดนี้จะเป็นเสาหลักในการ ‘ฟื้นฟูประเทศไทย’ นับจากวันนี้เป็นต้นไป

#วางรากฐาน ต้องเข้มแข็งด้วย ‘รัฐสวัสดิการ’ ประชาชนไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังแม้ยามวิกฤติ มีกำลังวังชาในการทำมาหากิน กล้าริเริ่มสิ่งใหม่ และต้องไม่ใช่เรื่องสังคมสงเคราะห์ แต่คือสิทธิของพลเมืองทุกคนในฐานะที่เกิดมาบนผืนแผ่นดินไทย

  • อิฐก้อนแรก เริ่มจากงบประมาณ ‘สวัสดิการประชาชน’ คนชรา พ่อแก่แม่เฒ่า คือบุคลากรที่เคยสร้างเศรษฐกิจให้เติบโต แต่ทุกวันนี้ยังได้เบี้ยยังชีพเพียง 600 บาทต่อเดือน ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ คนชราควรจะดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรีในฐานะพลเมือง ต้องได้ ‘สวัสดิการ ทุกคน ถ้วนหน้า’ ในอัตราที่เหนือกว่าเส้นความยากจนเพื่อเป็น ‘บำนาญแห่งชาติ’
  • อิฐก้อนที่สอง สวัสดิการเด็กปฐมวัยต้องถ้วนหน้าเพื่อไม่ให้มีใครตกหล่น
  • อิฐก้อนที่สาม การศึกษา งบรายหัวเด็กต้องไม่ลด ในปีแห่งการฟื้นฟู เด็กต้องได้รับการศึกษามากขึ้น ครูต้องได้ทรัพยากรมากขึ้น เพื่อไม่ให้เด็กพัฒนาการถอยหลังจากวิกฤติโควิดที่ผ่านมา
  • อิฐก้อนที่สี่ งบสาธารณสุข ประเทศไทยฟื้นฟูประเทศจากโควิดไม่ได้แน่ หากงบประมาณกระทรวงสาธารณสุขยังถูกตัดไป 4,000 ล้านบาท และงบบัตรทองถูกตัดไปอีก 2,000 บาท ในสถานการณ์แบบนี้ ควรต้องทำตรงข้ามด้วยการขยับเพดานให้สวัสดิการของประชาชนธรรมดากับสวัสดิการข้าราชการไม่แตกต่างกันมากอย่างทุกวันนี้ และรัฐบาลจะต้องคิดถึงวัคซีนเข็มที่ 3 สำหรับทุกคน
พิธา ประกาศ หากเป็นรัฐบาลจะสร้าง บ้านงบประมาณ ที่มีประชาชนมาก่อน

#บ้านชั้นที่สอง สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างเศรษฐกิจแห่งอนาคต โดยคำว่า ‘อนาคต’ นั้น ต้องไม่ใช่คำพูดราคาถูก ที่รัฐบาลแล้วรัฐบาลเล่านำมาขายฝัน จนไม่เหลือราคาอีกต่อไป แต่ต้องเป็นเรื่องที่ไปถึงได้จริง

  • ภาคเกษตร GDP ไม่เติบโตมา 7 ปีแล้ว การงบประมาณต้องไม่กระจุกตัว เช่นในปัจจุบัน กรมชลประทาน ได้งบสูงถึง 77,000 ล้านบาท มากกว่างบของกระทรวงแรงงานและกระทรวงยุติธรรมรวมกัน ทั้งที่กระทรวงแรงงานต้องการงบประมาณดูแลคนตกงานนับล้านคน ส่วนกระทรวงยุติธรรมต้องใช้งบดูแลผู้ต้องขังที่โควิดระบาดหนัก ซึ่งกรมชลประทานใช้เงินปีละเกือบ 8 หมื่นล้าน แต่ตั้งเป้าหมายเก็บน้ำเล็กน้อย ไม่ตรงกับความต้องการและศักยภาพพื้นที่ จึงจำเป็นที่จะต้องมีการกระจายอำนาจในการบริหารการจัดน้ำไปยังท้องถิ่น
  • กระดุมเม็ดแรกต้องกลัดให้ถูกต้อง นั่นคือ ปัญหาที่ดินต้องสะท้อนจินตนาการใหม่ เลิกแนวคิดแบบที่อังกฤษที่มาสอนในยุคล่าอาณานิคม โดยให้กรมป่าไม้ผูกขาดป่าทั้งหมดเพื่อให้สัมปทานกับเจ้าเดียว ต้องเลิกความคิดที่อเมริกาสอนช่วงสงครามเย็นว่า ต้องไล่คนออกจากอุทยานให้หมด แต่ต้องทำตามโมเดลของโลกปัจจุบันที่ยกระดับไปให้ถึงการรับรองสิทธิชุมชนในการจัดการทรัพยากร
  • สิ่งแวดล้อม ต้องทุ่มงบประมาณเพื่อวางรากฐานสำหรับ Green Economic Recovery หรือ ‘เศรษฐกิจสีเขียว’ ที่ มองเรื่องสิ่งแวดล้อมกับเศรษฐกิจเป็นเรื่องเดียวกัน
  • การพัฒนาเศรษฐกิจแห่งอนาคต ไม่ได้หมายถึง การสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษ อย่าง Eastern Seaboard หรือ EEC หรือ จะนะ ซึ่งเป็นการสร้างอุตสาหกรรมแห่งอนาคตแบบยอดปิระมิด แล้วหวังว่าความมั่งคั่งจะค่อยๆหยดลงไปสู่คนในพื้นที่หรือแรงงาน แต่จะต้องรดน้ำต้นไม้ที่ราก เพื่อสร้างอนาคตใหม่ให้ประเทศไทย ต้องช่วยให้คนที่กำลังดิ้นรนเห็นทางออก คำว่า Reskill ต้องไม่ใช่แค่คำพูดสวยหรู หรือไม่รู้ว่า Upskill ไปเพื่ออะไร แต่ต้องมาคู่กับตำแหน่งงานที่หนักแน่นมั่นคงรองรับ โดยมีรัฐบาลเป็นหัวหอกในการจ้างงานเช่น อุตสาหกรรม Care Economy หรืออุตสาหกรรมดูแล คนชรา ผู้ป่วยติดเตียง และเด็กปฐมวัย ซึ่งสามารถดูดสับแรงงานจากภาคบริการที่ประสบปัญหาอยู่ตอนนี้กลับไปได้ เป็นต้น
พิธา ประกาศ หากเป็นรัฐบาลจะสร้าง บ้านงบประมาณ ที่มีประชาชนมาก่อน

#หลังคาบ้าน อุตสาหกรรมแห่งอนาคต จากชั้นที่สองคือการเชื่อมไปยังหลังคาบ้าน การสร้างอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ต้องเกิดขึ้นได้จริง ต้องมีมาตรการการคลัง การทลายทุกคอขวดของการพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ ถ้ายังขาดก็ต้องสร้างขึ้น เช่น ศูนย์ทดสอบมาตรฐานในประเทศ วิศวกรการแพทย์ โดยมีงบประมาณที่รัฐช่วยตั้งไข่ ซื้อเครื่องมืออุปกรณ์ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาใช้เพื่อสร้างความมั่นใจและทำให้อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์อยู่ได้ในช่วงเริ่มต้น เพื่อรอวันเติบโตให้แข่งขันได้จริงในเวทีโลก เป็นอุตสาหกรรมเรือธงแห่งความหวังลำใหม่ของประเทศไทย ซึ่ง พรรคก้าวไกลจะปลดล็อค กองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีเงินอยู่ 10,000 ล้านบาท แช่อยู่ในกองทุนมา 5 ปีแล้ว ไม่เคยมีใครคิดในเชิงรุกเอาไปใช้อุดหนุน วิจัยและพัฒนา

#ถึงเวลาทลายโครงสร้างอำนาจรัฐราชการรวมศูนย์

‘บ้านงบประมาณใหม่’ ของประเทศไทย ที่มีรากฐานจากสวัสดิการโอบอุ้มคนที่เปราะบางที่สุดในสังคมไทย เมื่อเข้มแข็งแล้วก็สร้างงานสร้างอาชีพ วางรากฐานเศรษฐกิจแบบรดน้ำไปที่ราก เพื่อให้การพัฒนาประเทศไปสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต แต่บ้านหลังนี้จะเกิดขึ้นจริงไม่ได้ ถ้าอำนาจการตัดสินใจ ยังกระจุกตัว อยู่กับ ‘รัฐราชการรวมศูนย์’

#การกระจายอำนาจ คือ หัวใจของการรื้อระบบรัฐราชการรวมศูนย์ แต่การจะรื้อได้ต้องกล้าเผชิญหน้ากับโครงสร้างอำนาจที่อยู่เบื้องหลัง หรือก็คือ ‘นายทุน ขุนศึก ศักดินา’ ที่ปรารถนาจะแช่แข็งประเทศไทยเอาไว้ในโครงสร้างที่ตนเองอยู่บนยอดสูงสุดของปิระมิด

พิธา ประกาศ หากเป็นรัฐบาลจะสร้าง บ้านงบประมาณ ที่มีประชาชนมาก่อน
พิธา ประกาศ หากเป็นรัฐบาลจะสร้าง บ้านงบประมาณ ที่มีประชาชนมาก่อน

#พลเมืองต้องปกครองทหาร ประเทศไทยจะเปลี่ยนได้ ต้องทำให้ทหารอยู่ภายใต้รัฐบาลพลเรือน งบกลาโหม กอ.รมน. และงบความมั่นคงที่กระจายอยู่ตามองคาพยพต่างๆที่ทำกันมาตั้งแต่ ‘ยุคสงครามเย็น’ ต้องถูกยกเลิก งบประมาณความมั่นคงทางทหารจะต้องไม่เบียดเบียนสวัสดิการพลเรือน รบกวนภาษีประชาชน โดนเฉพาะในยุคสมัยใหม่ที่ “ประชาชนต้องการวัคซีน ไม่ใช่กระสุนอีกต่อไป”

“ถ้าผมเป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ ผมจะต้องพยายามอย่างมากที่สุดเท่าที่ทำได้ ในการปลดปล่อยงบอาวุธภาระผูกพันเหล่านี้กว่า 2 หมื่นล้านบาทในช่วงเวลาที่เราต้องใช้งบเพื่อสุขภาพมากกว่าความมั่นคง ผมจะบินตรงไปเจรจากับประเทศผู้ขายอาวุธให้เรา เช่น สหรัฐอเมริกา เราควรเจรจากับประธานาธิบดี Joe Biden ในฐานะพันธมิตรประเทศแรกๆ ของสหรัฐฯ ในทวีปเอเชีย เพื่อขอยกเว้นภาระผูกพันการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ทั้งหมด ซึ่งก็เคยทำสำเร็จมาแล้วในช่วงวิกฤติต้มยำกุ้ง เพื่อประโยชน์สูงสุดของชาติบ้านเมือง”

ขอบคุณข้อมูลจาก พรรคก้าวไกล


แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

บริการของเรา

Advertising

พื้นที่โฆษณาประชาสัมพันธ์ สินค้าและบริการ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Web Design

ออกแบบเว็บไซต์ ครบจบในที่เดียว ทั้ง FrontEnd และ BackEnd ด้วยทีมงานมืออาชีพ ประสบการณ์กว่า 15 ปี

Web Application

ไม่ว่าจะธุรกิจใดให้ระบบช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน จากรูปแบบเดิมๆ ให้อยู่ในรูปแบบ Online

VDO Creator

บริการออกแบบ และ จัดทำ Presentation ShowCase Review สินค้า TVC หรือ Viral Clip

ร่วมงานกับเรา | เงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์
ติดต่อลงโฆษณา: 0880-900-800, อีเมล์: ads@jarm.com
แนะนำติชม/ฝากข่าวประชาสัมพันธ์: info@jarm.com