บทความล่าสุด
โซเชียลShare0Tweet

อุทาหรณ์ - แม่เล่าวินาทีลูกถูกงูเห่ากัด พร้อมเผยวิธีรักษาที่ถูกต้อง โชคดีลูกไม่ถึงแก่ชีวิต

reipys
reipys
22 ตุลาคม 2561 - 14:23(แก้ไข)
อุทาหรณ์ - แม่เล่าวินาทีลูกถูกงูเห่ากัด พร้อมเผยวิธีรักษาที่ถูกต้อง โชคดีลูกไม่ถึงแก่ชีวิต

ขึ้นต้นว่างู แล้วลายคนแค่เจอคงวิ่งหนีป่าราบ แต่บางคนอาจจะเจออย่างไม่ได้ทันตั้งตัวจนถูกงูกัด ซึ่งบางรายนำตัวไปรักษาได้ทัน แต่บางคนโชคร้ายถูกกัดแล้วเสียชีวิต แต่ดูเหมือนว่าเคสนี้จะเกิดขึ้นกับเด็ก ที่ไม่ทันระวังถูกงูเห่าที่มีพิษร้ายแรงกัดที่เท้า ทำให้แผลเหวอะหวะ ล่าสุดแม่ออกมาโพสต์เป็นอุทาหรณ์ 

อุทาหรณ์ - แม่เล่าวินาทีลูกถูกงูเห่ากัด พร้อมเผยวิธีรักษาที่ถูกต้อง โชคดีลูกไม่ถึงแก่ชีวิต

Advertisement

เมื่อวันที่ 18 ต.ค. 2561 เฟซบุ๊กชื่อว่า Pachgeera Bunsattha ได้โพสต์เรื่องราวที่เป็นประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับลูกสาวตัวเอง ถึงการโดนงูเห่ากัด โดยระบุข้อความที่เป็นความรู้และเป็นเรื่องราวที่ทุกคนจะต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ โดยระบุว่า "เรื่องราวจากประสบการณ์จริง เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับคนใกล้ตัว เหตุเกิดกับลูกสาวเราเอง เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2561 เวลา 06:50 ตอนเช้าวันนั้น #น้องมีนา ได้เข้าห้องน้ำเพื่อจะอาบน้ำไปโรงเรียน และเราก็รีดเสื้อผ้าอยู่นั้น ก็มีเสียงกรี๊ดอย่างดังเราตกใจมากเมื่อมองไปเห็นงูกำลังกัดท้าวลูกอยู่ เห็นงูดิ้นไปมา(ด้วยความกลัวมากของเด็กก็จับงูออกจากท้าวเอง)งูก็เข้าไปที่ท่อระบายน้ำทิ้งในห้องน้ำ เรารีบวิ่งปรี๊เข้าไปหาลูกแล้วอุ้มลูกออกมาจากห้องน้ำทันที จากนั้นก็มองไปที่ท้าวของลูกก็เห็นแผลมีเลือดออกลักษณะแผลมี2เขี้ยวก็รู้ทันทีว่าเป็นงูมีพิษ เรารีบหาผ้ามาพันเหนือแผลทันที แล้วบอกให้ลูกอยู่นิ่งๆห้ามขยับ ลูกก็ร้องไห้ด้วยความตกใจและกลัว แล้วก็เรียกสามีที่กำลังกรีดยางอยู่หลังบ้าน บอกว่าลูกโดนงูกัด พอสามีมาถึงก็หาตัวงู เราก็โทรศัพท์ไปที่ #1669ทันที แล้วสามีก็เจอก็ตีงูเพื่อนำไปด้วย จากนั้นหน่วยกู้ภัก็มาปฐมพยาบาลเบื้องต้น แล้วนำส่งโรงพยาบาล

วิธการปฐมพยาบาลเมื่อถูกงูกัด

อันดับแรกเมื่อถูกงูกัด คือต้องมีสติก่อนเลยค่ะ ควรให้คนที่โดนกันอยู่นิ่งๆพยายามไม่ให้ขยับมากที่สุด นำสำลีที่สะอาดปิดปากแผลเพื่อไม่ให้เชื้อโรคเข้าแผล จากนั้นให้เอาไม้ดามส่วนที่โดนกัด นำผ้ามาพันไม้กับแขนหรือขาที่โดนกัด ดามเหมือนคนแขนขาห้ก #ห้ามทำอะไรกับบาดแผลหรือใช้ปากดูดพิษ เพราะไม่ใด้ทำให้พิษออกมาอาจเป็นอันตรายกับคนที่ดูดแผลแล้ว บาดแผลอาจติดเชื้ออีก แล้วโทร1669แล้วถ่ายรูปงูหรือจำลักษณะงูที่กัด ให้อยู่ห่างงูแล้วนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด แล้วโทร1699เป็นหน่วยงานที่จับงูโดยตรง เพื่อไม่ให้โดนงูกัดซ้ำ 

งูมีระบบทำลายร่างการอยู่2ระบบคือ

1.ระบบปราสาท มี งูเห่า จงอาง ทับสมิงคลา สามเหลี่ยม 

2.ระบบเลือด มี งูกะปะ งูแมวเซา งูเขียวหางไหม้

อุทาหรณ์ - แม่เล่าวินาทีลูกถูกงูเห่ากัด พร้อมเผยวิธีรักษาที่ถูกต้อง โชคดีลูกไม่ถึงแก่ชีวิต

อุทาหรณ์ - แม่เล่าวินาทีลูกถูกงูเห่ากัด พร้อมเผยวิธีรักษาที่ถูกต้อง โชคดีลูกไม่ถึงแก่ชีวิต
อุทาหรณ์ - แม่เล่าวินาทีลูกถูกงูเห่ากัด พร้อมเผยวิธีรักษาที่ถูกต้อง โชคดีลูกไม่ถึงแก่ชีวิต

Advertisement

อุทาหรณ์ - แม่เล่าวินาทีลูกถูกงูเห่ากัด พร้อมเผยวิธีรักษาที่ถูกต้อง โชคดีลูกไม่ถึงแก่ชีวิต

ทั้งนี้ผู้โพสต์ข้อความดังกล่าวได้ฝากไว้เป็นอุทาหรณ์ โดยบอกว่า "ฝากเป็นวิทยาทานเป็นความรู้กับคนที่ยังไม่เข้าใจกับเรื่องงูเห่าด้วยนะค่ะ เราก็เพิ่งเข้าใจ เพราะแต่ก่อนก็เข้าใจผิดมาตลอด ว่าต้องพันเชือกเหนือแผล ซึ่งมันจะทำให้เนื้อส่วนที่พันตายเพราะไม่มีเลือดไปเลี้ยงนั่นเอง อาจถึงต้องตัดส่วนนั้นทิ้งเลยนะ การดูดพิษเราก็คิดว่าจะดูดพิษเหมือนกัน555เพราะเห็นในละคร แต่เป็นความรู้ที่ผิด พิษจะฝังเข้าสู่ร่างกายแล้วเราก็ทำอะไรไม่ใด้หรอก หากมีข้อผิพลาดประการใดหรือมีอะไรแนะนำก็เม้นมาคุยได้เลยนะค่ะ ขอบคุณที่อ่านจบนะค่ะ ตบมือให้ตัวเองรัวๆๆๆๆค่ะ"

อุทาหรณ์ - แม่เล่าวินาทีลูกถูกงูเห่ากัด พร้อมเผยวิธีรักษาที่ถูกต้อง โชคดีลูกไม่ถึงแก่ชีวิต
อุทาหรณ์ - แม่เล่าวินาทีลูกถูกงูเห่ากัด พร้อมเผยวิธีรักษาที่ถูกต้อง โชคดีลูกไม่ถึงแก่ชีวิต

Advertisement

อุทาหรณ์ - แม่เล่าวินาทีลูกถูกงูเห่ากัด พร้อมเผยวิธีรักษาที่ถูกต้อง โชคดีลูกไม่ถึงแก่ชีวิต
อุทาหรณ์ - แม่เล่าวินาทีลูกถูกงูเห่ากัด พร้อมเผยวิธีรักษาที่ถูกต้อง โชคดีลูกไม่ถึงแก่ชีวิต
อุทาหรณ์ - แม่เล่าวินาทีลูกถูกงูเห่ากัด พร้อมเผยวิธีรักษาที่ถูกต้อง โชคดีลูกไม่ถึงแก่ชีวิต
งูที่กัดลูกสาวเจ้าของเฟซบุ๊ก

Advertisement

อุทาหรณ์ - แม่เล่าวินาทีลูกถูกงูเห่ากัด พร้อมเผยวิธีรักษาที่ถูกต้อง โชคดีลูกไม่ถึงแก่ชีวิต

สำหรับคนที่ถูกงูกัด วิธีปฐมพยาบาลบื่องต้นมีดังนี้ 

1. ตั้งสติให้ดี อย่าตกใจเกินเหตุ เนื่องจากผู้ถูกงูกัดบางรายที่ถูกงูพิษกัดอาจได้รับพิษ เพราะบางครั้งงูพิษกัด แต่ไม่ปล่อยพิษออกมา หรืองูพิษตัวนั้นได้กัดสัตว์อื่นมาก่อนและไม่มีน้ำพิษเหลือ ในกรณีทีได้รับพิษงู ผู้ถูกงูกัดจะไม่เสียชีวิตหรือมีอาการอันตรายร้ายแรงทันที ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 30 นาที จึงจะเริ่มมีอาการรุนแรง

2. ล้างแผลด้วยน้ำสะอาด (ถ้ามี) ห้ามทำสิ่งต่อไปนี้ คือ กรีดแผล ดูดแผล ใช้ไฟ/ไฟฟ้าจี้ที่แผล ประคบน้ำแข็ง สมุนไพรพอกแผล ดื่มสุรา กินยาแก้ปวดที่มีส่วนผสมของแอสไพริน การกระทำเหล่านี้ไม่ช่วยรักษาผู้ถูกงูกัด แต่จะมีผลเสีย เช่น เพิ่มการติดเชื้อ เนื้อตาย และที่สำคัญทำให้เสียเวลาที่จะนำส่งผู้ถูกงูกัดไปสถานพยาบาล

3. เคลื่อนไหวร่างกายโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่ถูกงูกัดให้น้อยที่สุด การเคลื่อนไหวร่างกายมากๆ อาจจะทำให้มีการดูดซึมพิษงูจากบริเวณที่ถูกกัด เข้าสู่ระบบไหลเวียนเลือดมากขึ้น และถ้าทำได้ให้ใช้ไม้ดามบริเวณที่ถูกงูกัดและใช้ผ้าพันยึด หรือผ้าสะอาดพับทับให้แน่นพอประมาณ คล้ายการปฐมพยาบาลผู้ป่วยกระดูกหัก หรือข้อมือ ข้อเท้าซ้น

4. ไม่ควรทำการขันชะเนาะ อาจทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นๆ ขาดเลือดไปเลี้ยงเกิดเป็นเนื้อตาย

5. นำส่งสถานพยาบาลที่ใกล้ที่สุด เร็วที่สุด

6. ระหว่างการนำส่ง ถ้าผู้ป่วยหยุดหายใจ ให้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น จนไปรับการรักษาที่สถานพยาบาลได้ เพราะงูพิษบางอย่าง เช่น งูเห่า งูจงอาง งูสามเหลี่ยม และงูทับสมิงคลา มีพิษทำให้ร่างกายเป็นอัมพาตทั้งตัว ผู้ถูกงูกัดจะเสียชีวิตจากการหยุดหายใจ

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : Pachgeera Bunsattha

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส)

 

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าว จาม.com

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook