วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน 2565
SHARE

กรมควบคุมโรคแจงละเอียด ป่วยโควิดไม่มีอาการ-อาการน้อย ไม่ต้องแยกกักตัว

โพสต์โดย แสงอุษา เมื่อ 22 กันยายน 2565 - 19:00

เมื่อวันที่ 22 ก.ย. 65 นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ชี้ถึงกรณีคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ เห็นชอบมาตรการโควิด 19 รองรับเป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง โดยผูป่วยไม่มีอาการหรืออาการน้อย ไม่ต้องแยกกักแต่ให้เข้ม DMHT 5 วันแทน ว่า กรณี "กักตัว" ใช้กับผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ส่วน "แยกกัก" คือ ผู้ป่วยหรือติดเชื้อแล้วหรือการ Isolation แต่ขณะนี้เราต้องการให้ใกล้เคียงกับปกติ เนื่องจากสถานการณ์โควิดอาการไม่ได้รุนแรง คล้ายโรคหวัด โรคอื่นๆ ซึ่งหากเรารู้ตัวว่าป่วย แต่ไม่ยอมป้องกันตนเอง ก็จะทำให้ผู้อื่นเสี่ยงไปด้วย จึงแนะนำให้มีการปฏิบัติตาม DMHT สำคัญที่สุด คือ สวมใส่หน้ากากอนามัย 

 

และเมื่อถามถึงกรณีป่วยโควิดอาการไม่มากหรือไม่มีอาการให้ปฏิบัติตาม DMHT แต่การไปทำงาน ต้องขึ้นกับนโยบายบริษัทหรือผู้ประกอบการ หรือความเสี่ยงแพร่เชื้อด้วยหรือไม่ นพ.โสภณ กล่าวว่า ใช่ หากเราทำงานใน รพ. และต้องอยู่ใกล้หรือดูแลผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ซึ่งตามคำแนะนำคือ ต้อง DMHT จะมี Distancing เว้นระยะห่าง การดูแลอาจต้องอยู่คนละห้องเลย หรือหากเป็นเจ้าของสถานบริการดูแลผู้สูงอายุ ก็อาจต้องให้หยุดงาน เพราะผู้สูงอายุหากติดเชื้อเสี่ยงอาการรุนแรงได้ 

 

หลังครบกำหนด 5 วัน ผู้ติดเชื้ออาการน้อยหรือไม่มีอาการต้องตรวจ ATK หรือไม่ นพ.โสภณกล่าวว่า ไม่จำเป็น ขึ้นอยู่กับความเสี่ยง เช่น ทำงานใกล้ชิดกลุ่มเสี่ยงก็ต้องระวังตัวเองเป็นพิเศษ โดยหลักคือ สวมหน้ากากอนามัย หากป่วยก็ควรต้องสวมหน้ากากอนามัย ต้องระวังให้มากกว่าปกติ เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่เชื้อไปผู้อื่น หรือง่ายๆ คือต้องปฏิบัติตาม DMHT 

 

เมื่อถามว่าความจำเป็นต้องฉีดวัคซีนเข้มกระตุ้นหรือไม่ นพ.โสภณ กล่าวว่า จากข้อมูลหากเป็นผู้สูงอายุควรได้เข็ม 4 แต่หากวัยหนุ่มสาว ไม่มีโรคประจำตัวควรได้เข็ม 3 เพราะหลักการการฉีดวัคซีน คือ ยังสร้างภูมิคุ้มกันได้สูงหรือไม่ หากไม่ก็ต้องกระตุ้น และมีความเสี่ยงหรือไม่ หากระบาดหนักๆ ภูมิตกนิดก็ต้องรีบฉีด แต่วันนี้ค่อนข้างปลอดภัย ความเสี่ยงก็ลด แต่การฉีด 2 เข็มไม่พอแน่นอน 

 

ส่วนเรื่องการใช้ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปหรือแอนติบอดีออกฤทธิ์ยาว (LAAB) เนื่องจากมีนักวิชาการออกมาตั้งคำถามว่า อาจไม่เหมาะสมกับการใช้รักษา เพราะราคายังสูง นพ.โสภณ กล่าวว่า วันนี้เรามีในมือก็ควรใช้ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง กลุ่มภูมิคุ้มกันต่ำ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเรามีของมากพอ ส่วนหนึ่งหมดอายุปลายปีไม่กี่หมื่น แต่ที่เหลือจะหมดอายุ ต.ค. 2566 เรามีสำรองมากพอ แต่เช่นเดียวกัน LAAB ก็เหมือนวัคซีน ฉีดเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน ซึ่งคนที่ได้รับเป็นกลุ่มที่ฉีดวัคซีนแล้วภูมิคุ้มกันไม่ขึ้น แต่เราก็ไม่รู้ว่า หากผ่านไป 6 เดือน สถานการณ์โควิดอาจไม่มีอะไรก็ได้ ซึ่งก็ไม่จำเป็นต้องใช้อีกก็ได้ ตอนนี้เป็นการคาดการณ์เรื่องในอนาคตทั้งหมด 

 

รวมถึงกรณีมีความเข้าใจผิดว่า การใช้ LAAB ต้องเสียค่าใช้จ่าย นพ.โสภณ กล่าวว่า ไม่ต้องจ่ายเลย ใครที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงให้มาฉีดรพ.ของรัฐ เพราะจะมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์กำหนดอยู่ ทั้งนี้ ประเทศไทยเหมือนหลายประเทศที่ขึ้นทะเบียนแบบป้องกัน แต่ตอนนี้มีหลายประเทศเริ่มเห็นผลการใช้มากขึ้น อย่างญี่ปุ่นขึ้นทะเบียนวันที่ 30 ส.ค.2565 และยุโรปอนุมัติให้ใช้รักษาวันที่ 20 ก.ย.2565 ในผู้ป่วยโควิด 19 ที่เริ่มมีอาการในระยะแรกที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรครุนแรง ส่วนไทยกำลังจะยื่นเอกสารขออนุญาตขึ้นทะเบียนเพื่อใช้รักษาผู้ป่วยโควิด 19 ที่เพิ่งติดเชื้อในระยะแรกตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์

 

ขอบคุณ Hfocus



แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

บริการของเรา

Advertising

พื้นที่โฆษณาประชาสัมพันธ์ สินค้าและบริการ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Web Design

ออกแบบเว็บไซต์ ครบจบในที่เดียว ทั้ง FrontEnd และ BackEnd ด้วยทีมงานมืออาชีพ ประสบการณ์กว่า 15 ปี

Web Application

ไม่ว่าจะธุรกิจใดให้ระบบช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน จากรูปแบบเดิมๆ ให้อยู่ในรูปแบบ Online

VDO Creator

บริการออกแบบ และ จัดทำ Presentation ShowCase Review สินค้า TVC หรือ Viral Clip

เราใช้คุ้กกี้เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy)
About Us | Advertising
Join With Us | Contact
Privacy Policy | Terms of Service
Corrections Policy | DMCA Copyrights Disclaimer
Ethics Policy | Fact-Checking Policy
Editorial team information | Ownership and Funding Info
ติดต่อลงโฆษณา: 0880-900-800, อีเมล์: ads@jarm.com
แนะนำติชม/ฝากข่าวประชาสัมพันธ์: info@jarm.com