สิ่งที่อันตรายไม่แพ้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และทำให้สูญเสียเงินไม่แพ้กัน คือการที่ถูกยืมเงินแล้วสุดท้ายบ่ายเบี่ยงไม่คืน บางทีถึงขั้นบอกว่า ไม่เคยยืมด้วยซ้ำ ไม่มีหลักฐานตอนยืมซะหน่อย ทำเอาเจ้าหนี้ต้องปวดหัวเลยทีเดียว ยิ่งเป็นการคุยกันผ่านแชตด้วยแล้ว ไม่รู้ว่าจะสามารถใช้เป็นหลักฐานกู้ยืมได้หรือไม่

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ตำรวจสอบสวนกลาง ได้โพสต์ผ่านเพจเฟซบุ๊ก ให้ความรู้เรื่องในเรื่องประเด็นนี้ว่า แชตแบบไหน ใช้เป็นหลักฐานกู้ยืมได้ หลายคนคงทราบกันดีแล้วว่า แชตขอยืมเงินสามารถใช้เป็นหลักฐานเทียบเท่าหนังสือสัญญากู้ยืมเงินได้

แต่จริง ๆ แล้ว แค่แชตยืมเงินอย่างเดียวอาจจะยังไม่พอ เพราะยังต้องมีหลักฐานการขอยืมอื่น ๆ แนบไปด้วย โดยแชตที่จะใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีได้นั้น ต้องมีข้อความปรากฏชัดเจนดังนี้

- เป็นการยืมเงินมากกว่า 2,000 บาทขึ้นไป ข้อความแชตจะต้องระบุว่าขอยืมเงิน จำนวนเงินที่ขอยืม
- แชตบนแอปพลิเคชันที่มีความน่าเชื่อถือ ที่ระบุบัญชีผู้ใช้ของผู้ยืมเงิน และสามารถตรวจสอบการมีตัวตนจริงของผู้ขอยืมได้
- หลักฐานการโอนเงิน ที่ระบุ วันเวลาที่โอนเงิน

หากเจอคนใกล้ตัว แชตมาขอยืมเงินควรเก็บประวัติการพูดคุยไว้ทุกครั้ง เพราะข้อความดังกล่าวใช้แทนหนังสือสัญญากู้ยืมเงิน และช่วยป้องกันการปลอมแปลงข้อความแชตจากอีกฝ่ายได้ สามารถใช้เป็นหลักฐานในการฟ้องร้องดำเนินคดีตามกฎหมายได้

ขอบคุณข้อมูลจาก ตำรวจสอบสวนกลาง

