ข่าววันนี้ Share0 Tweet

เผยนาทีตำรวจช่วยทารกถูกทิ้ง สายสะดือคาท้องนอนหมดลม เร่งกู้ชีวิตจนรอดปาฏิหาริย์!

Shambhala TS
2 ตุลาคม 2561 - 12:29(แก้ไข)
เผยนาทีตำรวจช่วยทารกถูกทิ้ง สายสะดือคาท้องนอนหมดลม เร่งกู้ชีวิตจนรอดปาฏิหาริย์!
เผยนาทีตำรวจช่วยทารกถูกทิ้ง สายสะดือคาท้องนอนหมดลม เร่งกู้ชีวิตจนรอดปาฏิหาริย์!

นับเป็นนาทีช่วย 1 ชีวิตที่ถูกทิ้งให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง กับนาทีตำรวจช่วยทารกถูกทิ้งจนกลับมามีลมหายใจอีกครั้ง หลังถูกปล่อยจนนอนไม่ได้สติ หญิงผู้แจ้งเหตุเผยเกือบเข้าใจผิดว่าเป็นซากสัตว์

เผยนาทีตำรวจช่วยทารกถูกทิ้ง สายสะดือคาท้องนอนหมดลม เร่งกู้ชีวิตจนรอดปาฏิหาริย์!

และเหตุการณ์ตำรวจช่วยทารกถูกทิ้ง เกิดขึ้นช่วงเช้าวันหนึ่งในบัวโนส ไอเรส ขณะที่หญิงเจ้าของบ้านออกมาทิ้งขยะ เธอพบกับเด็กทารกถูกทิ้งอยู่ข้างถังขยะ ทีแรกเธอคิดว่าเป็นเศษซากสัตว์จึงไม่ได้สนใจอะไร กระทั่งเธอเห็นชัดแล้วว่า นั่นคือเด็กทารก ไม่รอช้าเธอรีบแจ้งกู้ภัยฉุกเฉิน ไม่กี่นาทีต่อมาบริเวณที่เกิดเหตุก็เต็มไปด้วยหน่วยกู้ภัยและตำรวจเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

เผยนาทีตำรวจช่วยทารกถูกทิ้ง สายสะดือคาท้องนอนหมดลม เร่งกู้ชีวิตจนรอดปาฏิหาริย์!
Photo credit: CEN

Loading...
เผยนาทีตำรวจช่วยทารกถูกทิ้ง สายสะดือคาท้องนอนหมดลม เร่งกู้ชีวิตจนรอดปาฏิหาริย์!
Photo credit: CEN
เผยนาทีตำรวจช่วยทารกถูกทิ้ง สายสะดือคาท้องนอนหมดลม เร่งกู้ชีวิตจนรอดปาฏิหาริย์!
Photo credit: CEN

ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าทารกถูกห่อด้วยถุงไนลอน สายสะดือยังไม่ตัด และไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อเจ้าหน้าที่ใดๆ ทีแรกเจ้าหน้าที่คิดว่าเด็กทารกคนนี้คงไม่รอดแล้ว แต่ถึงยังไงเจ้าหน้าที่ก็ไม่ละความพยายาม ทำทุกวิถีทางจนเด็กทารกเริ่มมีปฏิกิริยาตอบสนอง ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างรวดเร็วเพื่อรักษาชีวิต เหตุการณ์กู้ชีพดังกล่าวกลายเป็นที่สรรเสริญของประชาชนในประเทศ รวมไปถึงชาวเน็ตทั่วโลกเป็นอย่างมาก ชื่นชมถึงความพยายามของเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ที่ไม่ยอมล้มเลิกการกู้ชีวิตหลังเห็นเด็กทารกไม่ตอบสนอง 

เผยนาทีตำรวจช่วยทารกถูกทิ้ง สายสะดือคาท้องนอนหมดลม เร่งกู้ชีวิตจนรอดปาฏิหาริย์!
Photo credit: CEN
เผยนาทีตำรวจช่วยทารกถูกทิ้ง สายสะดือคาท้องนอนหมดลม เร่งกู้ชีวิตจนรอดปาฏิหาริย์!
Photo credit: CEN
เผยนาทีตำรวจช่วยทารกถูกทิ้ง สายสะดือคาท้องนอนหมดลม เร่งกู้ชีวิตจนรอดปาฏิหาริย์!
Photo credit: CEN

 

ขอบคุณข้อมูลจาก: Mirror

Loading...

ข่าวใกล้เคียง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook