ข่าววันนี้ Share0 Tweet

แม่ติดเหล้า กระเตงลูกเที่ยวผับ เมาจนเผลอนอนทับลูกดับ

Shambhala TS
8 มิถุนายน 2562 - 18:18(แก้ไข)
แม่ติดเหล้า กระเตงลูกเที่ยวผับ เมาจนเผลอนอนทับลูกดับ

เชื่อเสียสนิทใจกับคำกล่าวที่ว่า มีลูกควรมีตอนที่พร้อมจริงๆ ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นภาระของสังคมได้ เช่นเรื่องราวแสนสลดใจนี้ ที่มีหญิงรายหนึ่ง หอบลูกไปเที่ยวผับด้วยกัน เมาจนสิ้นสติและเผลอนอนทับลูก จนดับสลด!

แม่ติดเหล้า กระเตงลูกเที่ยวผับ เมาจนเผลอนอนทับลูกดับ

มาริน่า ทิลบี้ หญิงสาววัย 26 ยอมรับต่อศาลสวอนซี คราวน์ สหราชอาณาจักรว่าเธอพาลูกชาย แดเรียน วัย 4 สัปดาห์ไปเที่ยวที่ไนท์คลับ ในซี ฮอร์ส อิน โดยมือหนึ่งอุ้มลูกไว้ อีกมือยกเหล้าดื่ม สลับไปมาจนเริ่มเมาได้ที่ จึงยกลูกโยนเล่นไปมาราวคนสิ้นสติ และกลับออกมานอนในรถตู้กองคาราวานใกล้กับไนท์คลับ พร้อมผู้ชายอีก 2 คน จนรุ่งเช้ามาริน่าตื่นขึ้นมาก็พบว่า ลูกชายของเธอแน่นิ่งไม่ตอบสนอง เลือดไหลออกปาก

แม่ติดเหล้า กระเตงลูกเที่ยวผับ เมาจนเผลอนอนทับลูกดับ

Loading...

จากคำให้การของน้องสาวของมาริน่า ที่ไปเที่ยวไนท์คลับด้วยกันนั้น ระบุว่าตัวน้องสาวเห็นมาริน่า นอนทับลูกชายตัวเองอย่างไม่ได้สติ เธอจึงรีบเข้าไปดึงร่างเด็กออกมาโดยที่ตัวมาริน่าไม่ได้รู้สึกตัวตื่นแต่อย่างใด จนเธอเริ่มตั้งสติได้และโทรเรียกรถพยาบาลนำตัวแดเรียนไปรักษา แต่ก็ไม่ทัน

แม่ติดเหล้า กระเตงลูกเที่ยวผับ เมาจนเผลอนอนทับลูกดับ
แม่ติดเหล้า กระเตงลูกเที่ยวผับ เมาจนเผลอนอนทับลูกดับ

แม้รูปการจะออกมาว่าเป็นเพราะมาริน่า นอนทับลูกตัวเองจนเสียชีวิต แต่ผลการชันสูตรกลับออกมาว่าไม่มีจุดบ่งชี้ใดๆเลยว่าเด็กเสียชีวิตเพราะผู้เป็นแม่กลิ้งมานอนทับ บางส่วนก็ได้สันนิษฐานกันว่าเด็กอาจเกิด อาการทารกตายกะทันหัน (sudden infant death syndrome)  คือการเสียชีวิตกะทันหันของทารกอายุน้อยกว่า 1 ปี โดยไม่มีประวัติทางการแพทย์ที่อาจเป็นสาเหตุได้ คดีดังกล่าวกลายเป็นที่ฮือฮาเป็นอย่างมาก และหลายคนรับไม่ได้กับเรื่องที่เกิดขึ้น ถึงขั้นผู้พิพากษา พอล โทมัส ตราหน้าเหตุการณ์ในครั้งนี้ว่าเป็น ผลลัพธ์ของความเห็นแก่ตัวของผู้เป็นแม่อย่างแท้จริง และตำหนิมาริน่าอย่างหนักถึงการไร้ซึ่งวุฒิภาวะความเป็นแม่ สุดท้าย มาริน่าถูกศาลตัดสินจำคุก 2 ปี 4 เดือน แม้จะไม่หนักเท่าความผิดที่เธอได้ก่อ แต่เชื่อเหลือเกินว่ามันจะเป็นตราบาปติดตัวเธอไปชั่วชีวิต...

แม่ติดเหล้า กระเตงลูกเที่ยวผับ เมาจนเผลอนอนทับลูกดับ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก: DailyMail

Loading...

ข่าวใกล้เคียง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook