วันพฤหัสบดีที่ 2 ธันวาคม 2564
SHARE

พิชัย นริพทะพันธุ์ รำลึกถึง อาจารย์โกร่ง บุรุษผู้เป็นตำนาน หลักการ และ แนวคิด ของเด็กยุคใหม่

โพสต์โดย Nabi เมื่อ 11 พฤศจิกายน 2564 - 11:59

ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งจากการถึงอนิจกรรมของ ดร.วีรพงษ์ รามางกูร หรือ อาจารย์โกร่ง ที่ผู้เขียนเคารพรักและถือเป็นแบบอย่างมาโดยตลอด หลายคนทราบดีว่าผู้เขียนสนิทกับอาจารย์อย่างมาก อิทธิพลทางความคิดและแนวคิดทางเศรษฐกิจ ผู้เขียนได้รับจากอาจารย์มาตั้งแต่สมัยเป็นนิสิต และเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์สมัยที่อาจารย์เป็นคณบดี คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย และได้ไปมาหาสู่กันเสมอ จนกระทั่งอาจารย์ต้องมาจากไป ซึ่งเปรียบเสมือนผู้เขียนได้สูญเสียญาติผู้ใหญ่ที่สนิทและเป็นที่รักและเคารพ อีกทั้งเป็นที่ปรึกษาทางความคิดอย่างไม่มีวันได้พบกันอีก

ดร.วีรพงษ์ รามางกูร หรือ อาจารย์โกร่ง

คนส่วนใหญ่ที่อยู่ในช่วงรัฐบาล พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ จะทราบดีถึงคุณประโยชน์มหาศาลที่อาจารย์ทำให้กับประเทศนี้ อาจารย์เป็นผู้ปูพื้นฐานเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยอย่างเข้มแข็ง ตั้งแต่สมัยพลเอกเปรมจนมาถึงปัจจุบัน ซึ่งในช่วงนั้นประเทศไทยอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อทางเศรษฐกิจ ต้องลดค่าเงินบาทถึง 2 หน และต้องเข้าโครงการกู้เงินของไอเอ็มเอฟเป็นครั้งแรก แต่รัฐบาลพลเอกเปรมก็สามารถนำพาประเทศไทยให้ผ่านพ้นวิกฤตมาได้หลายหน และเศรษฐกิจไทยภายหลังจากรัฐบาลพลเอกเปรมก็ได้เฟื่องฟูพัฒนาขึ้นเรื่อยมา ทั้งนี้ ความดีส่วนใหญ่น่าจะมาจากอาจารย์ เพราะอาจารย์ได้แนะนำพลเอกเปรมมาโดยตลอด และพลเอกเปรมก็มีวิจารณญาณที่จะเลือกเชื่อและปฏิบัติตามแนวคิดของอาจารย์ด้วยเช่นกัน

การที่ผู้เขียนได้มีโอกาสใกล้ชิดกับอาจารย์ทำให้ผู้เขียนได้เรียนรู้เรื่องต่างๆ ทั้งจากความรู้ในหลักวิชาเศรษฐศาสตร์ ประสบการณ์ในอดีตที่อาจารย์ผ่านมาในแต่ละรัฐบาล ตลอดจนหลักคิดในเรื่องต่างๆ ทั้งนี้ คนส่วนใหญ่จะไม่ค่อยทราบว่าอาจารย์มีความรอบรู้หลายด้านทั้งเศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ แม้กระทั่งดาราศาสตร์ ซึ่งอาจารย์สามารถนำมาผนวกกันเป็นหลักคิดที่รอบด้าน ซึ่งผู้เขียนสามารถนำมาปรับปรุงใช้ในการเสนอแนวคิดและการบริหารเศรษฐกิจในอดีตจนถึงปัจจุบันทั้งด้านส่วนตัวและส่วนรวม และคงจะยึดเป็นหลักต่อไปในอนาคต

ประสบการณ์และแนวคิดของอาจารย์เป็นเรื่องที่มีคุณค่ามาก หากจะเล่าเรื่องที่อาจารย์กรุณาเล่าให้ผู้เขียนฟังทั้งหมด คงต้องเขียนหนังสือได้อีกหลายเล่ม ดังนั้น ผู้เขียนจึงอยากขอเลือกถ่ายทอดหลักคิดและประสบการณ์สำคัญๆ ที่เห็นว่าจะเป็นประโยชน์ เผื่อคนรุ่นหลังจะได้นำไปคิด และจะได้นำไปใช้ในการบริหารประเทศ หรือบริหารเศรษฐกิจของตัวเองได้ เพื่อให้ประเทศได้พัฒนาต่อไป โดยขอเสนอหลักคิดที่ผู้เขียนเชื่อว่าน่าเป็นประโยชน์ดังนี้

หลักคิดข้อแรก ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมาก อาจารย์ย้ำสอนเสมอว่า ผู้บริหารประเทศด้านเศรษฐกิจจะต้องไม่โกหก และต้องไม่พูดเกินจริง อะไรที่ดีก็ต้องบอกว่าดี อะไรที่ไม่ดีก็ต้องยอมรับว่าไม่ดี แล้วจะหาทางแก้ไขกันอย่างไร เพราะการโกหกจะทำให้ผู้นำประเทศและประชาชนทั่วไปได้รับข้อมูลที่คลาดเคลื่อนได้ โดยเฉพาะผู้นำประเทศที่อาจจะไม่มีความรู้ทางเศรษฐกิจเลย ต้องพึ่งแนวคิดและความรู้จากผู้บริหารเศรษฐกิจ หากได้ข้อมูลที่ผิดพลาด การตัดสินใจจะผิดพลาดหมด และจะนำไปสู่ปัญหาของประเทศที่เพิ่มมากขึ้น

ดร.วีรพงษ์ รามางกูร หรือ อาจารย์โกร่ง

อาจารย์เล่าว่า พลเอกเปรมยอมรับตรงๆ กับอาจารย์ว่า พลเอกเปรมไม่มีความรู้ทางเศรษฐกิจ และอะไรที่เป็นเรื่องของเศรษฐกิจ พลเอกเปรมจะยกให้อาจารย์เป็นผู้ตัดสินใจและเป็นคนออกมาอธิบายเสมอ ซึ่งอาจารย์จะมีความสามารถพิเศษในการอธิบายเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายที่ประชาชนทั่วไปเข้าใจได้ ซึ่งผู้เขียนยึดเป็นแบบอย่างมาตลอด อีกทั้งพลเอกเปรมยังมอบหมายให้อาจารย์เป็นผู้ตัดสินใจในหลายเรื่อง รวมถึงการลดค่าเงินบาททั้งสองครั้ง โดยพลเอกเปรมบอกกับอาจารย์อีกว่าที่พลเอกเปรมเลือกเชื่ออาจารย์เพราะอาจารย์ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน คนมีผลประโยชน์ทับซ้อนจะไม่สามารถตัดสินเรื่องต่างๆ ได้อย่างเที่ยงตรงได้ โดยอาจารย์ยังเล่าถึงความหวาดเสียวที่ต้องออกทีวีเพื่ออธิบายความจำเป็นต้องลดค่าเงินบาทครั้งที่สอง หลังจากที่ พลเอก อาทิตย์ กำลังเอก ผู้บัญชาการทหารบกและผู้บัญชาการทหารสูงสุดในขณะนั้น ออกทีวีคัดค้านการลดค่าเงินบาทอย่างรุนแรงในวันลอยกระทงในปีนั้น จนในที่สุดจึงมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของพลเอกอาทิตย์ ซึ่งเป็นประวัติศาสตร์ของประเทศนี้ที่ต้องจดจำ

ทั้งนี้ หากจำกันได้ อาจารย์ได้ให้สัมภาษณ์ครั้งหลัง ๆ จะตำหนิรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ที่มักจะไม่ให้ข้อมูลที่เป็นความจริง โดยบอกว่าเศรษฐกิจไทยยังดี ทั้งที่เศรษฐกิจไทยย่ำแย่มาตลอด จึงทำให้เศรษฐกิจมีแต่จะทรุดลง มีคนเข้าดูคลิปสัมภาษณ์ของอาจารย์เป็นจำนวนหลายล้านคน และเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงตัวบุคคล ก็ยังใช้วิธีเหมือนเดิม ซึ่งจะไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้เลย

การให้ความเห็นทางเศรษฐกิจของอาจารย์แบบตรงไปตรงมานี้ ทำให้อาจารย์ได้รับการยอมรับจากภาคประชาชนและภาคธุรกิจมาโดยตลอด แม้กระทั่งนโยบายในสมัยพรรคไทยรักไทยและพรรคเพื่อไทยก็ได้อาจารย์มาเป็นผู้ช่วยตรวจสอบและวิเคราะห์วิจารณ์เสมอมา โดยอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร และอาจารย์มีความสัมพันธ์ที่ดีและสนิทสนมกันมาก รู้จักกันตั้งแต่สมัยเป็นรองนายกรัฐมนตรีพร้อมกันและแลกเปลี่ยนความเห็นทางเศรษฐกิจกันเสมอมา จนกระทั่งอดีตนายกฯทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ยังมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาโดยตลอด แม้กระทั่งช่วงที่อาจารย์ไม่สบาย อดีตนายกฯ ทักษิณก็ได้โทรมาหาอาจารย์เพื่อแสดงความคิดถึงและห่วงใยอยู่หลายครั้ง

ดร.วีรพงษ์ รามางกูร หรือ อาจารย์โกร่ง

คนจำนวนมากอาจจะไม่ทราบว่าหลายปีก่อนที่จะมีการปฏิวัติรัฐประหาร อาจารย์ได้รับการทาบทามอย่างจริงจังให้มาเป็นผู้นำของพรรคเพื่อไทย เพื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ด้วยสาเหตุของรัฐพันลึก (Deep State) จึงทำให้อาจารย์ต้องปฏิเสธ ทั้งที่อยากจะเข้ามาช่วยพัฒนาประเทศ และต่อมาก็เกิดการปฏิวัติรัฐประหารจริงๆ ซึ่งนับเป็นความโชคร้ายของประเทศไทยตั้งแต่นั้นมา

หลักคิดข้อต่อมาคือ ผู้นำที่ไม่รู้เรื่องเศรษฐกิจก็ควรจะยอมรับความจริงว่าไม่รู้ ไม่ใช่ไม่มีความรู้แต่พยายามอวดว่ารู้ แต่พูดอะไรก็ผิดๆ ถูกๆ จนไม่เหลือความน่าเชื่อถือแล้ว โดยในสมัยรัฐบาลพลเอกเปรม พลเอกเปรมจะพยายามไม่พูดเรื่องเศรษฐกิจเลย พูดเฉพาะข้อมูลที่เตรียมไว้ให้เท่านั้น หากต้องอธิบายเพิ่มเติมก็จะใช้ให้อาจารย์ออกมาอธิบายเพิ่มเติมเพื่อให้คนเข้าใจ และจะไม่พูดอะไรนอกสคริปต์ถ้าไม่รู้จริง เพราะจะเป็นผลเสียมากกว่าผลดี ดังนั้นจะไม่เคยได้ยินพลเอกเปรมพูดอะไรผิดๆ เฉิ่มๆ เชยๆ เลย ตลอด 8 ปีที่พลเอกเปรมเป็นนายกรัฐมนตรี

หลักคิดข้อต่อมา อาจารย์จะสอนให้ อ่านข้อมูลทางเศรษฐกิจมากๆ ทั้งข้อมูลในประเทศและข้อมูลต่างประเทศ โดยเฉพาะข้อมูลจากต่างประเทศ ทั้งนี้ เพราะเศรษฐกิจของประเทศไทยมีขนาดเล็กและเป็นเศรษฐกิจเปิด ผลกระทบจากต่างประเทศจะมีผลต่อประเทศไทยอย่างมาก และพยายามดูดัชนี และสัญญาณการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ เพื่อมาคาดการณ์ล่วงหน้า และวางแผนล่วงหน้า หลายครั้งที่ผู้เขียนและอาจารย์มีความคิดต่างกันพอสมควรในการมองอนาคตของโลก แต่จะมาแลกเปลี่ยนความเห็นกันเสมอ แต่หลักคิดทางเศรษฐศาสตร์จะมีหลักคิดเหมือนกันต่างกันตรงรายละเอียดและการมองอนาคต ซึ่งมักจะนำมาถกเถียงแลกเปลี่ยนความเห็นกันด้วยเหตุและผลเป็นไปอย่างสนุกสนานเสมอ

นายพิชัย นริพทะพันธ์  ผู้เขียน 

และเมื่อลูกชายของผู้เขียน นายพชร นริพทะพันธุ์ ที่จบปริญญาโทจากทั้งที่มหาวิทยาลัยบอสตัน และที่มหาวิทยาลัยโคลอมเบีย ในประเทศสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันเป็นกรรมการบริหารของพรรคเพื่อไทย ที่มักจะร่วมสนทนาด้วยกันระหว่างการรับประทานอาหาร จะเป็นการแลกเปลี่ยนและผสมผสานความเห็นของคนในแต่ละเจนเนอเรชั่นได้เป็นอย่างดียิ่ง และมักจะคุยกันเป็นเวลานานหลายชั่วโมงทุกครั้งที่มีโอกาสพบกัน ก่อนที่อาจารย์จะไม่สบาย โดยหลังจากอาจารย์ไม่สบาย เราก็ยังได้ไปเยี่ยมและไปทานข้าวที่บ้านอาจารย์ จนกระทั่งมีการระบาดของไวรัสโควิด จึงเว้นการไปเยี่ยมที่บ้านเพราะเกรงว่าจะนำเชื้อไวรัสโควิดไปติดอาจารย์ แต่เราก็ได้ไปเยี่ยมอาจารย์ที่โรงพยาบาลอย่างสม่ำเสมอทุกครั้งที่มีโอกาส

อาจารย์จะบอกผู้เขียนเสมอให้เตือนอาจารย์ หากความคิดของอาจารย์จะตกยุคหรือไม่ทันสมัยแล้ว เพราะอาจารย์เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตลอดเวลา และอย่ายึดติด ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่หาได้ยากในผู้ใหญ่ที่ประสบความสำเร็จ เพราะส่วนใหญ่ผู้ใหญ่มักจะเชื่อว่าตัวเองถูกต้องเสมอ แต่อาจารย์กลับเปิดใจรับฟังทุกด้าน และรับฟังบุคคลในหลายช่วงอายุ นอกจากนี้ การที่อาจารย์เขียนบทความสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ที่ตีพิมพ์ลงใน นสพ.มติชน และ นสพ.ประชาชาติธุรกิจ ทำให้อาจารย์ต้องหาข้อมูลอยู่เสมอเพื่อนำมาถ่ายทอดให้คนได้รับทราบ จึงทำให้อาจารย์ต้องหาข้อมูลที่ต้องทันสมัยอยู่ตลอดเวลา หลายครั้งที่อาจารย์ได้นำเรื่องที่แลกเปลี่ยนความเห็นกันไปเขียนในบทความของอาจารย์ จนกระทั่งอาจารย์ไม่สบายจึงได้ขอละเว้นการเขียนไป ซึ่งหากใครเคยเขียนบทความจะทราบดีว่าการเขียนบทความให้ได้คุณภาพ สัปดาห์ละ 2 ครั้งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะต้องใช้ข้อมูลและหลักคิดอย่างมาก

 นายพชร นริพทะพันธุ์ 

นอกจากเรื่องเศรษฐกิจแล้ว อาจารย์ยังให้ข้อคิดเรื่องการเมือง ข้อกฎหมาย ปัญหาของการใช้กฎหมาย ตลอดจนให้ข้อมูลเรื่องดาราศาสตร์ การคาดการณ์อิทธิพลของดวงดาวที่อาจารย์ศึกษามาจาก อาจารย์เทพย์ สาริกบุตร ซึ่งเป็นศาสตร์ที่น่าสนใจมาก เหตุผลที่อาจารย์บอกว่าต้องสนใจเรื่องนี้เพราะประเทศนี้คนที่เชื่อเรื่องนี้มีกันเป็นจำนวนมากและส่วนใหญ่จะเป็นผู้มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงของประเทศนี้ เลยจะเป็นจริงจากการเชื่อกันเป็นหมู่ได้ โดยอาจารย์ได้มอบหนังสือเล่มโตมาให้ผู้เขียนได้ศึกษา แต่ผู้เขียนยังอ่านได้ไม่มากนัก เพราะยากที่จะเข้าใจพอควร ทั้งนี้ อาจารย์ได้ทำนายตั้งแต่ปี 2559 ว่าประเทศไทยจะมีความวุ่นวายอย่างหนักเกิดขึ้นช่วงตั้งแต่ปี 2563-2565 ซึ่งในขณะนั้นผู้เขียนยังบ่นว่าทำไมอีกนานจัง แต่พอเวลาผ่านไป ปรากฏว่าคำทำนายของอาจารย์เป็นจริงตั้งแต่ต้นปี 2563 เลย ทั้งนี้ อาจารย์เตือนว่าข้อมูลเรื่องดาราศาสตร์อย่าไปเชื่อแบบงมงาย ศึกษาไว้ให้เป็นองค์ประกอบในการวิเคราะห์เรื่องอื่นๆ ด้วยเท่านั้น

นี่เป็นเพียงข้อมูลและหลักคิดบางส่วนเท่านั้น ซึ่งผู้เขียนเห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับคนรุ่นใหม่ที่จะได้นำไปศึกษาและนำไปปฏิบัติ เพราะหากทำตรงข้าม ผลลัพธ์ที่ออกมาก็อย่างที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน

ในชีวิตของคนเราจะได้มีโอกาสพบกับคนที่มีความรู้รอบด้านไม่มากนัก และการที่ได้สัมผัสคลุกคลีแลกเปลี่ยนความเห็นกับคนระดับนี้ได้ต้องถือว่าเป็นโอกาสที่ดีของชีวิตที่ยากจะหาได้ เพราะเท่ากับได้อ่านหนังสือเป็นร้อยๆ เล่มในเวลาไม่นาน ดังนั้นการที่ผู้เขียนได้มีโอกาสได้เป็นลูกศิษย์ของอาจารย์และมีความสนิทสนมกันตลอดมาต้องถือว่าเป็นบุญของผู้เขียน และคิดว่าเป็นหน้าที่ของผู้เขียนที่ต้องนำหลักคิดของอาจารย์มาขยายความถ่ายทอดให้เป็นประโยชน์กับประเทศ และคนรุ่นใหม่ให้ได้ศึกษาเพื่อพิจารณานำไปปฏิบัติ เพื่อประเทศไทยจะได้พัฒนายิ่งๆ ขึ้นไป ไม่ย่ำอยู่กับที่เหมือนในปัจจุบัน

ทั้งนี้ บุคคลที่รอบรู้และมีประสบการณ์ที่ผู้เขียนได้มีโอกาสสัมผัสและได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นแล้วรู้สึกมีคุณค่าในชีวิตอย่างมากมีอยู่ 2 ท่าน ท่านแรกได้จากไปแล้วคืออาจารย์โกร่ง ดร.วีรพงษ์ รามางกูร อีกท่านหนึ่งยังแข็งแรงและสุขภาพดีเยี่ยมคือ อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเมื่อได้คุยแลกเปลี่ยนความเห็นกันทุกครั้งจะรู้สึกว่าตัวผู้เขียนเองฉลาดขึ้น และอยากเห็นประเทศไทยได้ใช้ประโยชน์จากผู้รอบรู้และมีประสบการณ์เช่นนี้ ซึ่งหาได้ยากมากในปัจจุบัน


แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

บริการของเรา

Advertising

พื้นที่โฆษณาประชาสัมพันธ์ สินค้าและบริการ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Web Design

ออกแบบเว็บไซต์ ครบจบในที่เดียว ทั้ง FrontEnd และ BackEnd ด้วยทีมงานมืออาชีพ ประสบการณ์กว่า 15 ปี

Web Application

ไม่ว่าจะธุรกิจใดให้ระบบช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน จากรูปแบบเดิมๆ ให้อยู่ในรูปแบบ Online

VDO Creator

บริการออกแบบ และ จัดทำ Presentation ShowCase Review สินค้า TVC หรือ Viral Clip

ร่วมงานกับเรา | เงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์
ติดต่อลงโฆษณา: 0880-900-800, อีเมล์: ads@jarm.com
แนะนำติชม/ฝากข่าวประชาสัมพันธ์: info@jarm.com
Privacy Policy