วันเสาร์ที่ 27 เมษายน 2567
SHARE

เพื่อไทย แนะ เรื่องหมูที่ไม่หมูๆ

โพสต์โดย Fairy Cat เมื่อ 17 มกราคม 2565 - 12:06

“เพื่อไทย” ห่วง “ประยุทธ์” หาเงินไม่เป็น คิดแต่เก็บภาษี เพิ่มรายจ่าย ซ้ำเติม “แพงทั้งแผ่นดิน” ยิ่งบริหาร ไทยยิ่งเสื่อมถอย ชี้ เพื่อนบ้านก้าวหน้าแต่ไทยถอยหลัง เพราะผู้นำคิดไม่เป็น แนะ เรื่องหมูที่ไม่หมูๆ ต้องทุ่มผลิตวัคซีนป้องกันอหิวาห์หมู

นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย อดีตรองเลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า เพิ่งเริ่มต้นปี 2565 ปัญหาเศรษฐกิจก็ประดังเข้ามาแบบไม่หยุด ทั้งราคาอาหารแพง หมูแพง ไก่แพง ไข่ไก่แพง ปลาแพง แม้กระทั่ง มะละกอจะทำส้มตำยังแพง และมาซ้ำเติมด้วยราคาพลังงานแพง ทั้งน้ำมันแพง ไฟฟ้าแพง ก๊าซแพง และสินค้าอื่นๆจะแพงขึ้นตามมา ซึ่งอาจเรียกได้ว่า “แพงทั้งแผ่นดิน” ดังนั้นปี 2565 นี้ จะเป็นปีที่หนักมากที่สุดอีกปีหนึ่งสำหรับประชาชนและผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อย เพราะทุกวันนี้ไม่เพียงแต่ล้มหายตายจากไปเป็นจำนวนมากเพราะแบกรับหนี้และการขาดทุนกันไม่ไหวแล้ว ยังต้องมาเผชิญกับวิกฤตโควิดสายพันธุ์โอมิครอนซ้ำซ้อน ซึ่งไม่รู้ว่าจะจบลงเมื่อไหร่

อีกทั้ง ประชาชนต้องเผชิญกับวิกฤตค่าครองชีพที่จะสูงขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่รายได้กลับลดลง ไม่สอดคล้องกับรายจ่าย และคนไทยจำนวนหลายล้านคนตกงานไม่มีงานทำ ไม่มีรายได้  แต่รายจ่ายที่เพิ่มขึ้นจะยิ่งทำให้คนไทยเป็นหนี้เพิ่มขึ้นกันมาก ทำให้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนพุ่งขึ้นไม่หยุด สูงกว่า 90% ของจีดีพีและยังไม่มีแนวทางที่จะลดลงได้ หากรัฐบาลยังบริหารแบบขาดความรู้ เกาไม่ถูกที่คันแบบนี้ ยิ่งจะทำให้ปัญหากลายเป็นดินพอกหางหมู แถมหมูยังเป็นโรค และสุดท้ายประเทศจะเสื่อมถอยไปเรื่อยๆ จนจะไม่สามารถแข่งขันกับต่างประเทศและประเทศเพื่อนบ้านได้เลย

ปีนี้เป็นปีเสือ ที่เริ่มต้นด้วยเรื่องของหมู แต่เป็นเรื่องหมูที่ไม่ได้แก้ได้หมูๆ เพราะจริงๆ แล้วเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ผมได้ตั้งกระทู้ถามรัฐบาลในสภาตั้งแต่ปี 2562 และ รัฐบาลตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาอหิวาห์หมูนี้ตั้งแต่ 16 ตุลาคมปี 2562 แต่ดูเหมือนรัฐบาลเองไม่ได้จริงจังที่จะแก้ไขปัญหานี้สักเท่าไหร่ หรืออาจจะบริหารไม่เป็น จนทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงเรื่อยๆ จนวันนี้หมูตายเป็นจำนวนมากอาจจะกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนหมูทั้งประเทศ ผู้ประกอบการต้องปิดกิจการ คนไทยต้องซื้อหมูในราคาแพงมหาโหด ทำให้ราคาอาหารชนิดอื่นๆเพิ่มขึ้นตาม แต่ผู้บริหารประเทศหลายคนกลับออกมาแก้ตัวแบบแปลกๆกัน โดยเฉพาะพลเอกประยุทธ์ที่อ้างว่าของแพงเพราะเงินเฟ้อ ทั้งที่การวัดดัชนีเงินเฟ้อจะวัดจากราคาสินค้าและบริการที่เพิ่มสูงขึ้นซึ่งผู้นำแก้ตัวแบบกลับหัวกลับหางกัน

แนวทางการแก้ไขนั้น อาจจะทำได้โดยการจะนำเข้าหมู ซึ่งจะเป็นแค่การแก้ไขปัญหาในระยะสั้นเท่านั้น แต่การจะแก้ปัญหาในระยะยาวได้ รัฐบาลควรจะต้องจัดตั้งกองทุน เพื่อพัฒนาวัคซีนเพื่อป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในหมูนี้ ซึ่งตอนนี้ประเทศจีนก็ได้มีการพัฒนาเรื่องนี้ไปแล้ว ส่วนประเทศเวียดนามก็นำเอาวัคซีนจากสหรัฐอเมริกามาเริ่มทดลอง แต่ก็ยังไม่ได้ผลสักเท่าไหร่  ดังนั้นหากรัฐบาลต้องการที่จะแก้ไขเรื่องนี้อย่างจริงจัง วัคซีนเท่านั้นที่จะสามารถแก้ไขปัญหาในระยะยาวได้ และหากไม่ทำตอนนี้ ปัญหาก็จะบานปลายไปเรื่อยๆ หมูก็จะมีราคาแพงไปตลอดอีกหลายปี ซึ่งทำให้ราคาอาหารอื่นแพงขึ้นตาม สุดท้ายภาระก็จะไปตกที่ค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น ประชาชนที่จะเดือดร้อนกันมากอีกเช่นเคย โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจไทยทรุดหนักขณะนี้และยังไม่รู้จะฟื้นได้อย่างไร ถ้าพลเอกประยุทธ์ยังเป็นผู้นำบริหารอยู่

ทุกวันนี้ ประเทศเพื่อนบ้านกำลังพัฒนาและเตรียมความพร้อมที่จะสร้างรายได้และเพิ่มรายได้ให้กับประเทศของเขา อย่างเช่น ประเทศลาว ใน 1 เดือนหลังเปิดใช้รถไฟความเร็วสูง จีน-ลาว มีการขนส่งผู้โดยสารแล้วกว่า 670,000 คน มีการขนส่งสินค้าแล้วกว่า 170,000 ตัน นี่คือค่าความเสียโอกาสของไทยที่ล่าช้าในการสร้างรถไฟความเร็วสูงเพราะผู้นำขาดวิสัยทัศน์ แถมยังให้สื่อรัฐไปดูถูกเขาจนต้องไปกราบขอขมาเขาที่สถานทูต และ ประเทศเวียดนามเป็นศูนย์กลางผลิตอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าไฮเทค อีกทั้ง ประเทศอินโดนีเซียเป็นศูนย์กลางผลิตรถยนต์ เป็นต้น แต่คำถามที่คนไทยสงสัยกันมากคือ แล้วพลเอกประยุทธ์เตรียมความพร้อมอย่างไรบ้าง ที่จะสร้างรายได้ให้กับคนไทยและประเทศไทย

หากได้ติดตามผลงานของพลเอกประยุทธ์ จะพบว่า นโยบายตั้งแต่ตอนหาเสียงนั้น พลเอกประยุทธ์ยังไม่ได้ทำสักอย่าง ไม่เพียงแต่จะไม่สร้างรายได้ นโยบายที่ออกมา กลับเพิ่มรายจ่ายให้กับผู้ประกอบการ และพี่น้องประชาชน ยกตัวอย่างเช่น การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ตอนนี้จัดเก็บอยู่ที่ 10 เปอร์เซ็นต์ การจัดเก็บภาษีนักลงทุนในตลาดหุ้นที่กำลังจะเพิ่มขึ้น รวมไปถึงการเตรียมที่จะจัดเก็บภาษีนักลงทุนในตลาดคลิปโต ภาษีความหวาน ภาษีความเค็ม การเก็บค่าใช้น้ำกับชาวนาไร่ละ 25 บาทพอถูกด่าก็เลิกไป การเก็บค่าเหยียบแผ่นดินกับนักท่องเที่ยวต่างประเทศคนละ 300 บาทซึ่งอาจจะทำให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศลดลง ทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นการเพิ่มรายจ่ายทั้งนั้น เหตุเพราะรัฐไม่สามารถดำเนินนโยบายหรือบริหารให้เกิดรายได้ได้ และไม่สามารถดึงดูดนักลงทุน หรือพูดง่ายๆคือ หาเงินไม่เป็น ซึ่งพอรายได้ไม่พอ ก็จำเป็นจะต้องมาจัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับรายจ่าย แต่หารู้ไม่ว่าการเพิ่มภาษีและการเพิ่มภาระจะเป็นการเพิ่มต้นทุนและจะยิ่งทำให้เศรษฐกิจทรุดลงไปอีก



แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

บริการของเรา

Advertising

พื้นที่โฆษณาประชาสัมพันธ์ สินค้าและบริการ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Web Design

ออกแบบเว็บไซต์ ครบจบในที่เดียว ทั้ง FrontEnd และ BackEnd ด้วยทีมงานมืออาชีพ ประสบการณ์กว่า 15 ปี

Web Application

ไม่ว่าจะธุรกิจใดให้ระบบช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน จากรูปแบบเดิมๆ ให้อยู่ในรูปแบบ Online

VDO Creator

บริการออกแบบ และ จัดทำ Presentation ShowCase Review สินค้า TVC หรือ Viral Clip

เราใช้คุ้กกี้เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy)
About Us | Advertising
Join With Us | Contact
Privacy Policy | Terms of Service
Corrections Policy | DMCA Copyrights Disclaimer
Ethics Policy | Fact-Checking Policy
Editorial team information | Ownership and Funding Info
ติดต่อลงโฆษณา: 0880-900-800, อีเมล์: ads@jarm.com
แนะนำติชม/ฝากข่าวประชาสัมพันธ์: info@jarm.com