วันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฏาคม 2567
SHARE

ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค-ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด เปิดกิจกรรม “ค่าย มิซุอิกุ ผู้พิทักษ์รักษ์น้ำ”

โพสต์โดย Jarm Team เมื่อ 13 มิถุนายน 2567 - 17:46

บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่ มภายใต้แบรนด์สินค้าของซันโทรี่ และเป๊ปซี่โคในประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำตลาดอาหารเสริมสุ ขภาพภายใต้ตราผลิตภัณฑ์แบรนด์ ในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย เปิดกิจกรรม “ค่าย มิซุอิกุ ผู้พิทักษ์รักษ์น้ำ” (Mizuiku Water Hero Camp) ภายใต้โครงการ “วัน ซันโทรี่ มิซุอิกุ: เรารักษ์น้ำ” ประจำปี 2567 (One Suntory Mizuiku Program 2024) พร้อมผนึกกำลังพันธมิตรภาครั ฐและเอกชน ได้แก่ กรมทรัพยากรน้ำ กรมควบคุมมลพิษ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิ อากาศและสิ่งแวดล้อม สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม สำนักงานเขตพื้นที่การศึ กษาประถมศึกษาจังหวัดระยอง และจังหวัดชลบุรี สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ และศูนย์การศึกษาสิ่งแวดล้อม (Environmental Education Centre: EEC) เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้ าใจเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรั พยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่ งยืนให้กับแกนนำนักเรียนและครู ในจังหวัดระยองและจังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 4-6 มิถุนายน 2567 ณ จังหวัดระยอง

นายอชิต โจชิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า  “โครงการ ‘วัน ซันโทรี่ มิซุอิกุ: เรารักษ์น้ำ’ ประจำปี 2567 มีวัตถุประสงค์เพื่ อขยายผลโครงการส่งเสริมการอนุรั กษ์ทรัพยากรน้ำของทั้งสองบริษัท มุ่งสร้างความรู้ความเข้าใจถึ งความสำคัญของทรัพยากรน้ำและสิ่ งแวดล้อมให้กับเยาวชน ผ่านการจัดกิจกรรม ‘ค่าย มิซุอิกุ ผู้พิทักษ์รักษ์น้ำ’ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้ านการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำและสิ่ งแวดล้อมผ่านกิจกรรมนอกห้องเรี ยน รวมถึงมอบเงินสนับสนุนเพื่อพั ฒนาและต่อยอดโครงการอนุรักษ์ทรั พยากรน้ำและสิ่งแวดล้ อมภายในโรงเรียนแบบบูรณาการ และขยายผลสู่ชุมชนโดยรอบ เพื่อคัดเลือกเป็น ‘โรงเรียนต้นแบบรักษ์น้ำ มิซุอิกุ’ ประจำปี 2567 ตลอดจนกิจกรรมอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ เพื่อปลูกฝังและส่งเสริมการอนุ รักษ์ทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้ อมให้แก่คนในพื้นที่ และเปิดโอกาสให้พนักงานของบริษั ทฯ ได้มีส่วนร่วม ซึ่งจะช่วยให้เกิดการพัฒนาที่ยั่ งยืนทั้งในมิติสิ่งแวดล้อมและมิ ติทางสังคมอย่างเป็นรูปธรรม ตอกย้ำค่านิยมองค์กรของเรา คือ ‘การเติบโตอย่างยั่งยืน’ (Growing for Good) ซึ่งเป็นสิ่งที่ทั้งสองบริษัทยึ ดมั่นในการดำเนินธุรกิจตลอดมา”

นายโอเมอร์ มาลิค ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ความมุ่งมั่นด้านการอนุรักษ์ ทรัพยากรน้ำและการนำความเชี่ ยวชาญของทั้งสองบริษัทมาปรับใช้ เป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้ โครงการ ‘วัน ซันโทรี่ มิซุอิกุ: เรารักษ์น้ำ’ ประสบความสำเร็จ เมื่อเรามองภาพรวมในอนาคต เราจะพบว่าการบริหารจัดการทรั พยากรน้ำนั้นมีความท้าทายเป็ นอย่างมาก โดยที่ความท้าทายเหล่านี้เกิ ดจากการกระทำของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นมลพิษทางน้ำหรื อภาวะโลกร้อนที่ก่อให้เกิ ดภาวะน้ำท่วมหรือสถานการณ์ภั ยแล้ง เราจึงต้องให้ความสำคัญกั บการปลูกฝังเยาวชนให้มีจิตสำนึ กด้านการอนุรักษ์น้ำตั้งแต่วั นนี้ ทั้งนี้ กลุ่มซันโทรี่มีแผนงานที่ จะขยายโครงการให้ความรู้ด้ านการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำให้ ครอบคลุมประชากรเด็กมากขึ้ นในแต่ละประเทศที่มีการดำเนิ นโครงการมิซุอิกุ โดยในประเทศไทย เราทั้งสองบริษัทพร้อมที่ จะดำเนินการเพื่อสนับสนุนให้ บรรลุเป้าหมายดังกล่าว ผ่านการขยายพื้นที่เป้าหมาย และเพิ่มกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มเยาวชนได้ มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ความมุ่งมั่นของ ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด ประเทศไทย และ ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ตลอดจนความร่วมมือจากทุกภาคส่ วนจะเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยให้ เราสามารถบรรลุเป้าหมายที่ วางไว้ได้”

โครงการ “วัน ซันโทรี่ มิซุอิกุ: เรารักษ์น้ำ” ในปีนี้ ประกอบด้วยกิจกรรมหลัก ได้แก่ กิจกรรม “ค่าย มิซุอิกุ ผู้พิทักษ์รักษ์น้ำ” (Mizuiku Water Hero Camp)  และกิจกรรมประกวด “โรงเรียนต้นแบบรักษ์น้ำ มิซุอิกุ” (Mizuiku Water Model School) โดยทำการคัดเลือกโรงเรียนระดั บประถมศึกษาในจังหวัดเป้าหมาย ได้แก่ ระยองและชลบุรี รวมทั้งสิ้น 30 โรงเรียน ซึ่งมีแกนนำนักเรียน ตัวแทนคุณครู และพนักงานจิตอาสาจากทั้งสองบริ ษัทกว่า 500 คน เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อให้ความรู้แก่เยาวชนเกี่ ยวกับความสำคัญของทรัพยากรน้ำ เข้าใจวัฏจักรของน้ำ และปัญหาของน้ำที่พบในท้องถิ่ นส่งเสริมให้เยาวชนมีส่วนร่ วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ และสิ่งแวดล้อมในชีวิตประจําวัน ผ่านฐานกิจกรรม เกมสันทนาการ และสถานีเรียนรู้ต่าง ๆ เพื่อให้น้อง ๆ ได้สัมผัสประสบการณ์และลงมือปฏิ บัติจริงด้วยตนเองในห้องเรี ยนธรรมชาติได้แก่ สวนพฤกษศาสตร์ระยอง ทุ่งโปรงทอง พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาพื ชและสัตว์ทะเล จังหวัดระยอง และ หาดแหลมสน นอกจากนี้ แกนนำนักเรียนและตัวแทนคุณครู ยังมีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่ งกันและกัน พร้อมทั้งได้รับคำแนะนำจากวิ ทยากรผู้ทรงคุณวุฒิเกี่ยวกั บแนวทางการพัฒนาเป็น “โรงเรียนต้นแบบรักษ์น้ำ มิซุอิกุ”  ตามบริบทของแต่ละโรงเรียน เพื่อให้สามารถบูรณาการการอนุรั กษ์ทรัพยากรน้ำให้ครอบคลุมทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ นโยบาย การมีส่วนร่วมของบุคลากร การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการขยายผลสู่ชุมชนโดยรอบ โดยเมื่อจบกิจกรรมค่ายฯ โรงเรียนต่าง ๆ จะได้รับเงินสนับสนุนโรงเรียนละ 10,000 บาท เพื่อนำไปจัดทำแผนงานและดำเนิ นโครงการอนุรักษ์น้ำในโรงเรียน พร้อมจัดตั้ง “มิซุอิกุ คลับ” เพื่อขับเคลื่ อนและขยายผลโครงการ โดยแกนนำนักเรียนจากโรงเรียนที่ ชนะการประกวด “โรงเรียนต้นแบบรักษ์น้ำ มิซุอิกุ” ในแต่ละจังหวัด จะได้เดินทางไปทัศนศึกษาเพื่ อเรียนรู้ต้นกำเนิดของโครงการ “มิซุอิกุ” ณ ประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมการอนุรั กษ์ป่าต้นน้ำที่เปิดโอกาสให้พนั กงานของทั้งสองบริษัทได้มีส่ วนร่วมอนุรักษ์น้ำไปพร้อม ๆ กับการให้ความรู้และสร้ างผลกระทบเชิงบวกให้แก่ชุ มชนในพื้นที่

นายอเล็กซานเดอร์ ไซมอน เรนเดลล์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารศูนย์ การศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Education Centre : EEC) กล่าวว่า “ผมเชื่อว่าการศึกษาเป็ นคำตอบและเป็นวิธีที่ทำให้ทรั พยากรธรรมชาติของเรายั่งยืนที่ สุด เราจึงต้องเริ่มสร้างตั้งแต่ รากฐานของความยั่งยืน ซึ่งก็คือความรู้สึกรัก หวงแหน และอยากปกป้อง           สิ่ง ๆ หนึ่ง จากความเชื่อนี้ทำให้ EEC เกิดขึ้นและดำเนินการมาถึงปัจจุ บัน ภายใต้ปรัชญาการเรียนรู้แบบ Let Nature be Our Classroom ให้ธรรมชาติเป็นห้องเรียนของเรา โดยกิจกรรมต่าง ๆ ภายใน ‘ค่าย มิซุอิกุ ผู้พิทักษ์รักษ์น้ำ’ (Mizuiku Water Hero Camp) ถูกออกแบบภายใต้คอนเซปต์ ‘ไม่มีน้ำ ไม่มีเรา’ เพื่อให้เห็นถึงประโยชน์ของน้ำ ใน      ทุกมิติ และใช้การศึกษาเพื่อปลูกฝั งการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ ผ่านความเข้าใจในหลักการเหตุ และผล การลงมือทำ     การสังเกตและเก็บข้อมูล การคิดวิเคราะห์ นำมาสู่การตกผลึกเป็นโครงการอนุ รักษ์น้ำในโรงเรียนและชุ มชนของตัวเอง ผ่านกิจกรรมสนุกสนานและเนื้ อหาที่เหมาะสมเข้าใจง่ายที่ กระตุ้นให้เด็ก ๆ อยากเรียนรู้ ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่ งแวดล้อมจากหน่วยงานภาครั ฐและภาคการศึกษา ที่จะเข้ามาแชร์ความรู้ และประสบการณ์ต่าง ๆ เพื่อให้    น้อง ๆ นักเรียนเห็นว่าน้ำคือสิ่งสำคั ญในทุก ๆ ด้านของชีวิต ทุกคนมีบทบาทในการรักษาน้ำ และต้องร่วมกันลงมืออนุรักษ์น้ำ ตั้งแต่ตอนนี้ ก่อนที่จะสายเกินไป”

โครงการ “มิซุอิกุ” ถือกำเนิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่ นเมื่อปี 2547 โดยความริเริ่มของ บริษัท ซันโทรี่ โฮลดิ้งส์ จำกัด ชื่ อโครงการมาจากภาษาญี่ปุ่น คือ “มิซุ” แปลว่า น้ำ และ “อิกุ” แปลว่า การศึกษา มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการอนุรักษ์ ทรัพยากรน้ำตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ รวมทั้งทรัพยากรธรรมชาติและสิ่ งแวดล้อมในชุมชนและท้องถิ่น ตลอดจนต่อยอดองค์ความรู้และปลู กฝังหัวใจแห่งการอนุรักษ์ทรั พยากรน้ำให้แก่เยาวชนเพื่อก่ อให้เกิดความยั่งยืนอย่างเป็นรู ปธรรม ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพั ฒนาที่ยั่งยืนขององค์ การสหประชาชาติ เป้าหมายที่ 6 (Sustainable Development Goals : SDG 6) เรื่องการสร้างหลักประกั นในการจัดให้มีน้ำสำหรับการอุ ปโภคบริโภค การจัดการน้ำที่ยั่งยืน และสุขาภิบาลสำหรับทุกคน โดยในปีนี้นับเป็นอีกก้าวสำคั ญเนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 20 ปีของโครงการ “มิซุอิกุ” ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นต้นแบบของโครงการ “มิซุอิกุ” ที่ได้ขยายการดำเนินโครงการไปยั ง 8 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ทั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมโครงการฯ ทั้งสิ้นกว่า 580,000 คน สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้ งใจจริงของซันโทรี่ กรุ๊ป ที่ต้องการสร้างการเปลี่ ยนแปลงเชิงบวกต่อสังคมและสิ่ งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เพื่อส่งต่อทรัพยากรธรรมชาติอั นล้ำค่านี้ให้แก่คนรุ่นหลังต่ อไป ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอี ยดของกิจกรรมภายใต้โครงการ “วัน ซันโทรี่ มิซุอิกุ: เรารักษ์น้ำ” ได้ที่ Facebook:  One Suntory Mizuiku Program Thailand (https://www.facebook.com/ OneSuntoryMizuikuProgram )

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

บริการของเรา

Advertising

พื้นที่โฆษณาประชาสัมพันธ์ สินค้าและบริการ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Web Design

ออกแบบเว็บไซต์ ครบจบในที่เดียว ทั้ง FrontEnd และ BackEnd ด้วยทีมงานมืออาชีพ ประสบการณ์กว่า 15 ปี

Web Application

ไม่ว่าจะธุรกิจใดให้ระบบช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน จากรูปแบบเดิมๆ ให้อยู่ในรูปแบบ Online

VDO Creator

บริการออกแบบ และ จัดทำ Presentation ShowCase Review สินค้า TVC หรือ Viral Clip

เราใช้คุ้กกี้เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy)
About Us | Advertising
Join With Us | Contact
Privacy Policy | Terms of Service
Corrections Policy | DMCA Copyrights Disclaimer
Ethics Policy | Fact-Checking Policy
Editorial team information | Ownership and Funding Info
ติดต่อลงโฆษณา: 0880-900-800, อีเมล์: ads@jarm.com
แนะนำติชม/ฝากข่าวประชาสัมพันธ์: info@jarm.com