โซเชียล Share0 Tweet

สุดยอดผัวดีเด่น เจอต้นไม้ล้มขวางถนน คว้ามีดลงไปตัดกลางพายุฝนซะโล่งถนน

Shambhala TS
27 ตุลาคม 2562 - 18:01(แก้ไข)
สุดยอดผัวดีเด่น เจอต้นไม้ล้มขวางถนน คว้ามีดลงไปตัดกลางพายุฝนซะโล่งถนน

เป็นเรื่องราวที่น่ารักและสุดโต่งเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว เมื่อสองสามีภรรยาคู่หนึ่งขับรถฝ่าสายฝนจนไปเจอต้นไม้ล้มทับขวางทางทำให้ไปต่อไม่ได้ ฝ่ายภรรยาเตรียมจะโทรแจ้งเจ้าหน้าที่แต่ไม่ทัน เพราะฝ่ายสามีลงไปเคลียร์เองเฉย!

สุดยอดผัวดีเด่น เจอต้นไม้ล้มขวางถนน คว้ามีดลงไปตัดกลางพายุฝนซะโล่งถนน

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Parnthip Ratsamipakon ได้โพสต์ภาพเล่าเรื่องสุดประทับใจที่มีต่อแฟนหนุ่มของเธอ ที่ใจกล้าถึงขนาดลงไปฝ่าสายฝนช่วยเคลียร์ถนนที่ถูกต้นไม้ล้มขวางท่ามกลางพยุฝนรุนแรง ทำเอาเจ้าของโพสต์ยิ้มแทบไม่หุบเลยทีเดียว โดยในโพสต์ดังกล่าวระบุว่า "กราบใจหลัวมากกกกกก ฝนตกโคตรแรง กำลังขับรถกลับบ้านต้นไม้ล้ม เรารีบบอกว่าโทรแจ้งให้เค้ามาเร็ว...สามีบอกว่าเค้าไหนละ มันคว้ามีดลงรถไปเลยจ้า ได้แต่คิดในใจว่ามันจะเอาหมดต้นจริงหรอ...สวัสดีคะถนนโล่งแล้วจ้าาา พลีชีพให้สังคมจริงๆ ไป!!! พรุ่งนี้ไปซื้อรถตู้พยาบาลให้มัน 1 คัน แม่ยอมแล้ว ฉันก็รักของฉันเข้าใจใช่ไหม พ่อของแม่ MyAmbulance ที่แท้ทรู"

สุดยอดผัวดีเด่น เจอต้นไม้ล้มขวางถนน คว้ามีดลงไปตัดกลางพายุฝนซะโล่งถนน

Loading...
สุดยอดผัวดีเด่น เจอต้นไม้ล้มขวางถนน คว้ามีดลงไปตัดกลางพายุฝนซะโล่งถนน

หลังจากโพสต์เผยแพร่ออกไป ปรากฏชาวเน็ตเข้ามาชื่นชมกันมากมาย หลายฝ่ายบอกว่าเจ้าของโพสต์ได้สามีที่ดีมาก เห็นแก่ส่วนรวมและใจกล้าสุดๆโดยไม่ห่วงตัวเอง ยิ่งกว่าถูกรางวัลที่ 1 เลยทีเดียว แต่อย่างไรก็ตามถือว่าค่อนข้างอันตรายทีเดียวกับการทำแบบนี้ อย่างไรเสียทุกท่านที่อาจไปเจอเหตุการณ์ทำนองนี้ แนะนำเปลี่ยนเส้นทางหรือแจ้งให้เจ้าหน้าที่มาจัดการจะดีกว่า เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน แต่ก็อดชื่นชมไม่ได้จริงๆสำหรับคุณสามีอันดับ 1 ท่านนี้ ก็ขอแสดงความยินดีแก่เจ้าของโพสต์ด้วยที่ได้สามีที่สุดยอดอย่างนี้ ขอให้รักและดูแลกันไปตลอดนะครับ...

สุดยอดผัวดีเด่น เจอต้นไม้ล้มขวางถนน คว้ามีดลงไปตัดกลางพายุฝนซะโล่งถนน

สุดยอดผัวดีเด่น เจอต้นไม้ล้มขวางถนน คว้ามีดลงไปตัดกลางพายุฝนซะโล่งถนน
สุดยอดผัวดีเด่น เจอต้นไม้ล้มขวางถนน คว้ามีดลงไปตัดกลางพายุฝนซะโล่งถนน
สุดยอดผัวดีเด่น เจอต้นไม้ล้มขวางถนน คว้ามีดลงไปตัดกลางพายุฝนซะโล่งถนน

 

ขอบคุณข้อมูลจาก: Parnthip Ratsamipakon

Loading...

ข่าวใกล้เคียง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook