โซเชียล Share0 Tweet

หนุ่มไลฟ์ปีนเขาพิชิตยอดฟูจิ จบลงที่โศกนาฏกรรมต่อหน้ากล้อง

Shambhala TS
31 ตุลาคม 2562 - 10:39(แก้ไข)
หนุ่มไลฟ์ปีนเขาพิชิตยอดฟูจิ จบลงที่โศกนาฏกรรมต่อหน้ากล้อง

เป็นข่าวดังในโซเชียลมิเดียพอสมควร กับเหตุการณ์หนุ่มเสี่ยงตายขึ้นปีนเขาพร้อมไลฟ์ให้ดูกันสดๆเพื่อให้ผู้ชมเป็นสักขีพยานในการพิชิตยอดเขา แต่สุดท้ายกลับจบลงด้วยโศกนาฏกรรมเศร้า

หนุ่มไลฟ์ปีนเขาพิชิตยอดฟูจิ จบลงที่โศกนาฏกรรมต่อหน้ากล้อง

เว็บไซต์ soranews24 รายงานว่า เมื่อวันที่ 28 ต.ค. ที่ผ่านมา เหล่าผู้ชมในเว็บไซต์ไลฟ์สด Niconico ตกอยู่ในอาการช็อคกันถ้วนหน้า เมื่อหนุ่มชาวญี่ปุ่นผู้กล้าบ้าบิ่นรายหนึ่ง ได้ทำการไลฟ์สดนาทีปีนขึ้นยอดเขาฟูจิ แล้วเกิดลื่นตกลงมาในฉับพลัน ซึ่งก่อนเกิดเหตุตัวชายดังกล่าวได้พูดเตือนหน้ากล้องด้วยว่า "ระวังนะ ตรงนี้เป็นจุดอันตราย" และไม่กี่วินาทีต่อมา เขาก็พ่ายแพ้ให้กับยอดเขาที่สูงที่สุดในญี่ปุ่นไปอย่างน่าเศร้า

หนุ่มไลฟ์ปีนเขาพิชิตยอดฟูจิ จบลงที่โศกนาฏกรรมต่อหน้ากล้อง

Loading...
หนุ่มไลฟ์ปีนเขาพิชิตยอดฟูจิ จบลงที่โศกนาฏกรรมต่อหน้ากล้อง

ทางฝั่งคนดูที่อกสั่นขวัญแขวนนับร้อยชีวิต ต่างระดมโทรแจ้งตำรวจให้เข้าไปช่วยเหลือเขาโดยเร็ว แต่การค้นหาทางเฮลิคอปเตอร์ในวันเดียวกันนั้นไม่สามารถค้นหาร่างของเขาเจอ วันต่อมาทางกรมตำรวจประจำจังหวัดชิซึโอกะจึงได้ส่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยกว่า 10 นายรีบลงพื้นที่เข้าค้นหาร่างชายหนุ่มในช่วงเช้า แต่หลังจากการค้นหาตลอดทั้งวัน ก็ยังไม่มีใครหาเขาพบ จนกระทั่งช่วงบ่ายของวันที่ 30 ต.ค. เจ้าหน้าที่จึงพบร่างของหนุ่มไลฟ์สดดังกล่าวบนระดับความสูง 3,000 เมตรยอดเขาฟูจิ 

หนุ่มไลฟ์ปีนเขาพิชิตยอดฟูจิ จบลงที่โศกนาฏกรรมต่อหน้ากล้อง
หนุ่มไลฟ์ปีนเขาพิชิตยอดฟูจิ จบลงที่โศกนาฏกรรมต่อหน้ากล้อง

เนื่องจากสภาพศพค่อนข้างเสียหายอย่างหนักจนเจ้าหน้าที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ แต่หลายฝ่ายต่างยืนยันหนักแน่นว่าศพนี้ต้องเป็นหนุ่มไลฟ์สดอย่างแน่นอน แม้ว่าหลังจากค้นร่างแล้วไม่พบเอกสาร หรือหลักฐานที่ช่วยระบุตัวตนเขาได้เลย แต่ต่อมาก็ได้รับการยืนยันแล้วว่า ศพที่เจ้าหน้าที่เจอเป็นศพหนุ่มไลฟ์สดจริง หลังจากเจ้าหน้าที่ไปเจอมือถือสมาร์ทโฟนของศพตกหล่นอยู่ไม่ไกลจากจุดที่พบร่าง ทั้งนี้จุดน่าสังเกตของเรื่องนี้คือช่วงนี้เป็นช่วงนอกฤดูการปีน หากจะขึ้นไปต้องขออนุญาตเจ้าหน้าที่เป็นกรณีพิเศษ แต่กับหนุ่มไลฟ์สดรายนี้ขึ้นปีนเพียงคนเดียวจึงไม่มีใครช่วยเหลือ แต่ไม่ว่ายังไงก็ขอแสดงความเสียใจมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ...

 

ขอบคุณข้อมูลจาก: soranews24, @ponapona979/twitter

Loading...

ข่าวใกล้เคียง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook