โซเชียล Share0 Tweet

ทนายเกิดผล เผย ข้อกฎหมาย เรื่อง อาม่า และ เด็ก

00
22 ธันวาคม 2562 - 11:44(แก้ไข)
ทนายเกิดผล เผย ข้อกฎหมาย เรื่อง อาม่า และ เด็ก

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องราว ที่ชาวโซเชียลให้ความสนใจ สำหรับกรณี การผิดใจกันระหว่าง อาม่าคนหนึ่ง กับ นักเรียน ที่มีปัญหาผิดใจกัน ถึงขั้นลงไม้ ลงมือ จนก่อให้เกิดความสงสัยว่า แท้จริงแล้ว เรื่องราวที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ใครเป็นคนผิด กันแน่?

ทนายเกิดผล เผย ข้อกฎหมาย เรื่อง อาม่า และ เด็ก

ล่าสุด เว็บไซต์ workpointnews รายงานว่า นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความอิสระ ให้สัมภาษณ์กับ Workpoint News ถึงกรณีคลิปอาม่า - เด็กที่เป็นประเด็นร้อนแรงในโลกออนไลน์วันนี้ (20 ธ.ค. 62) ว่า กรณีนี้ยอมความได้ ความผิดเล็กน้อยตบกันไม่ได้สาหัส เป็นการทำร้ายร่างกายกัน จะเป็นความผิดลหุโทษ ซึ่งมีอัตราโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 391 ปรับไม่เกิน 10,000 บาท จำคุกไม่เกิน 1 เดือน เชื่อว่าพนักงานสอบสวนจะเปรียบเทียบปรับได้

ทนายเกิดผล เผย ข้อกฎหมาย เรื่อง อาม่า และ เด็ก

แต่ถ้ามีรอยฟกช้ำ หรือบาดแผลถึงขนาดที่เป็นอันตรายได้รับบาดเจ็บมากแต่ไม่ถึงสาหัส อัตราโทษจะเพิ่มขึ้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท ซึ่งร่องรอยบาดแผลนี้ต้องให้แพทย์วินิจฉัย

ทนายเกิดผล เผย ข้อกฎหมาย เรื่อง อาม่า และ เด็ก

ทนายเกิดผล ชี้ว่า โรงเรียนเป็นสถานที่สาธารณะ แต่ขณะเดียวกันก็เป็นสถานที่ราชการที่ผู้ดูแลสามารถเชิญบุคคลที่ก่อความเดือดร้อนรำคาญ หรือไม่เกี่ยวข้องออกไปได้ เราไม่สนับสนุน ไม่มีกฎหมายให้อำนาจว่า ไม่พอใจให้ไปตบใคร

ทนายเกิดผล เผย ข้อกฎหมาย เรื่อง อาม่า และ เด็ก

“สมมุติถ้าเห็นคนส่งเสียงดัง เราทำได้แค่ว่ากล่าวตักเตือน ถ้าเขาไม่ฟังเรา เราไปใช้กำลังไม่ได้ ต้องบอกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เช่นผู้อำนวยการ, ครู หรือ รปภ. ให้เชิญออกไป”

ส่วนกรณีที่เกิดขึ้นนี้เป็นเรื่องบันดาลโทสะ ภาพมันอาจจะรุนแรง แต่ทางกฎหมายไม่รุนแรง เป็นเรื่องของผู้หญิงทำร้ายเด็กคนหนึ่ง ซึ่งอาจจะบาดเจ็บเล็กน้อย หรืออาจบาดเจ็บไม่รุนแรงมาก ก็อาจจะถูกเปรียบเทียบปรับไป ส่วนเด็กอาจถูกว่ากล่าวตักเตือนหรือเปรียบเทียบปรับเล็กน้อย เพราะกระทำด้วยการบันดาลโทสะ เนื่องจากถูกข่มเหงก่อน ถ้าขึ้นศาลเยาวชนอย่างมากก็ว่ากล่าวตักเตือน ไม่ได้รุนแรง

ทนายเกิดผล เผย ข้อกฎหมาย เรื่อง อาม่า และ เด็ก

“แต่ภาพออกมาคือความไม่เหมาะสม ผู้ใหญ่ที่เป็นผู้ใหญ่ ไม่ควรจะไปลงไม้ลงมือกับเด็ก ทั้งที่ตัวเองเป็นฝ่ายเริ่มต้นก่อน ฝ่ายส่งเสียงดัง ไปรบกวนการสอบ หรืออ่านหนังสือของเด็ก และไม่มีวุฒิภาวะยับยั้งชั่งใจ แต่เด็กผมเข้าใจว่าถูกตบก่อนก็โมโหอยู่แล้ว แต่อาจจะต้องให้ครู ผู้ปกครอง อบรมเกี่ยวกับเรื่องความอดทนนิดนึง”

ขอบคุณข้อมูลจาก workpointnews


แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook