โซเชียล Share0 Tweet

บิ๊กตู่ ชี้ เป็นปมขัดแย้งส่วนตัว

Nabi
10 กุมภาพันธ์ 2563 - 15:53(แก้ไข)
บิ๊กตู่ ชี้ เป็นปมขัดแย้งส่วนตัว

จากเหตุการที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในโคราช บิ๊กตู่ ย้ำรัฐบาลจะดูแลค่ารักษาพยาบาลผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ทุกคน โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย พร้อมเร่งรัดเงินช่วยเหลือเยียวยาให้ต่อไป ทั้งนี้จากการสอบสวนพบว่าการก่อเหตุมาจากปมความขัดแย้งส่วนตัว เรื่องธุรกิจที่ดิน

บิ๊กตู่ ชี้ เป็นปมขัดแย้งส่วนตัว

เมื่อวันที่ 9 ก.พ.2563 เมื่อเวลา 11.53 น. ที่ รพ.มหาราช จ.นครราชสีมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และกล่าวแถลงภายหลังเยี่ยมผู้ป่วยที่โรงพยาบาลมหาราชว่า "ติดตามสถานการณ์และรับทราบรายงานสถานการณ์มาโดยตลอดระยะแรกใช้กำลังหรือพื้นที่ดูแลสถานการณ์และดูแลความปลอดภัยและได้สั่งการผู้บังคับบัญชาแต่ละหน่วยงานให้ดูแลอย่างเต็มที่ ทั้งตำรวจ ทหารผู้ว่าราชการจังหวัด ยอมรับว่าวานนี้มีความกังวลในเรื่องการใช้กำลัง กำชับให้ใช้มาตรการที่เหมาะสม คำนึงถึงประชาชน การทำงานไม่ใช่เราไม่มีประสิทธิภาพแต่ต้องคำนึงถึงการช่วยเหลือประชาชนให้ปลอดภัยมากที่สุด เพราะในอาคารมีซอกมุมจำนวนมาก ซึ่งเมื่อคืนที่ผ่านมาได้ติดต่อกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตลอดทั้งคืน มีคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องดูแลสถานการณ์ มีการดำเนินการตามขั้นตอนในทุกระดับดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ให้มากที่สุด มั่นใจในเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย และต้องไม่มีสถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกเพราะไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น"

ขณะนี้ได้มอบหมายกรมสุขภาพจิต เข้ามาดูแลครอบครัวและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บรวมทั้งผู้ที่จากไปทั้งหมด และวิเคราะห์พฤติกรรมคนก่อเหตุว่าทำไมมีความรุนแรงขนาดนี้ ย้ำว่าตนเองให้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เพราะมีหน้าที่ต้องดูแลคนทั้งประเทศ พร้อมขอร้องสื่อต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่สักนิดเพื่อสร้างความเข้าใจทั้งในและต่างประเทศ

นายกรัฐมนตรี ยังเผยอีกว่า เมื่อเช้าได้สั่งการไปเรียบร้อยแล้วในระดับผู้บังคับบัญชา ต้องมีความเตรียมพร้อม เพราะมีความเป็นห่วงทั้งเจ้าหน้าที่และประชาชน เราจะทำงานสะเปะสะปะไม่ได้

บิ๊กตู่ ชี้ เป็นปมขัดแย้งส่วนตัว
บิ๊กตู่ ชี้ เป็นปมขัดแย้งส่วนตัว
บิ๊กตู่ ชี้ เป็นปมขัดแย้งส่วนตัว

โดยขั้นตอนการดำเนินการ เมื่อสถานการณ์ในพื้นที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ต้องรับผิดชอบก่อน ไม่ว่าคนก่อเหตุจะเป็นทหารหรือไม่ แต่ขั้นตอนก็ต้องอย่างนี้ จากนั้นจึงได้ประสานขอกำลังจากฝ่ายทหารเข้ามาช่วย และมีเจ้าหน้าที่ที่มีคุณสมบัติเฉพาะลงมาปฏิบัติหน้าที่ เพราะคนก่อเหตุมีอาวุธ พร้อมขอขอบคุณแพทย์ พยาบาลบุคลากรสาธารณสุข เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง และทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง พร้อมทั้ง ขอบคุณทุกคนที่ร่วมกันบริจาคโลหิตกว่า 1,700 ถุง ใช้ไปแล้ว 70 -80 ถุง ขณะนี้ยังเพียงพออยู่ ถือว่าได้ทั้งบุญและกุศล

ทั้งนี้ สิ่งสำคัญที่สุดทุกคนต้องมีบทเรียน แม้จะเคยผ่านสถานการณ์มาหลายครั้ง แต่ไม่เคยรุนแรงแบบนี้ เราต้องหามาตรการที่เหมาะสม เพื่อให้ทุกอย่างคลี่คลายได้โดยเร็ว ทุกอย่างคาดการณ์ไม่ได้ แต่เราต้องเตรียมให้พร้อมวันนี้ครั้งนี้ถือว่ารับมือได้ดี

บิ๊กตู่ ชี้ เป็นปมขัดแย้งส่วนตัว
บิ๊กตู่ ชี้ เป็นปมขัดแย้งส่วนตัว
บิ๊กตู่ ชี้ เป็นปมขัดแย้งส่วนตัว

นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า รัฐบาลจะดูแลค่ารักษาพยาบาลผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ทุกคน โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย พร้อมเร่งรัดเงินช่วยเหลือเยียวยาให้ต่อไป โดยการช่วยเหลือดูแลจะเร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือกระทรวงพัฒนาสังคม (พม.) มาดูแลให้ทั้งผู้ที่จากไปและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ได้สรุปความสูญเสียล่าสุดเมื่อเวลา 09.54 น.ว่า มีผู้จากไปเบื้องต้น 27 ราย (รวมผู้ก่อเหตุ) ได้รับบาดเจ็บ 57 ราย กลับบ้านแล้ว 25 ราย ยังพักรักษาอยู่ใน รพ.32 ราย ผ่าตัดแล้ว 8 ราย

บิ๊กตู่ ชี้ เป็นปมขัดแย้งส่วนตัว
บิ๊กตู่ ชี้ เป็นปมขัดแย้งส่วนตัว
บิ๊กตู่ ชี้ เป็นปมขัดแย้งส่วนตัว
บิ๊กตู่ ชี้ เป็นปมขัดแย้งส่วนตัว

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี เผยว่า ได้มีการสอบสวนเหตุ จ.ส.อ. ก่อเหตุใส่ ผู้บังคับบัญชา ตั้งแต่วานนี้แล้ว พบว่าเป็นความขัดแย้งส่วนตัว เรื่องธุรกิจที่ดินระหว่าง ผู้พันและแม่ยาย ได้มีการซื้อขายบ้านกัน แล้วมีปัญหาเรื่องเงินค่าตอบแทน ได้ทะเลาะกันมา 3 วันก่อนเกิดเหตุ แต่ไม่มีใครคิดว่าจะมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น

ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราต้องร่วมมือและเผชิญสถานการณ์ไปด้วยกันทั้งภาครัฐและเอกชน ยืนยันรัฐบาลดูแลประชาชนทุกคน และดูแลแก้ไขทุกปัญหา อย่างเรื่องเศรษฐกิจผมก็รับฟังผู้ที่ติติง แต่อยากให้ดูว่า 5 ปีทำอะไรมาแล้วบ้างแล้ว คงมีโอกาสพูดกันในสภา ผมไม่มีปัญหาก็พร้อมที่จะชี้แจงข้อเท็จจริง ที่สำคัญขอร้องไม่อยากให้ประชาชนถูกแยกออกเป็นฝักเป็นฝ่าย อย่าให้ใครมาบิดเดือนที่ผ่านมาเห็นแล้วว่าผมดูแลคนทุกๆ ฝ่ายงบประมาณก็ลงไปช่วยเหลือในทุกๆจังหวัด

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก WorkpointNews


แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook