โซเชียล Share0 Tweet

ชาวเมืองยุโรปสุดสรรหา วิธีคลายเครียดขณะกักตัวช่วงโควิด-19 ระบาด

Shambhala TS
17 มีนาคม 2563 - 12:24(แก้ไข)
ชาวเมืองยุโรปสุดสรรหา วิธีคลายเครียดขณะกักตัวช่วงโควิด-19 ระบาด

หลายคนน่าจะมีคำถามนี้อยู่ในใจกันว่า ถ้าเราต้องถูกกักตัวเป็นเวลา 14 วันแล้ว เราจะทำอะไรแก้เซ็งดี? ถ้ายังนึกไม่ออกลองมาดูที่สเปนและอิตาลีได้ ว่าพวกเขาหาความสนุกจากสถานการณ์ตึงเครียดนี้อย่างไร

ชาวเมืองยุโรปสุดสรรหา วิธีคลายเครียดขณะกักตัวช่วงโควิด-19 ระบาด
Loading...

สื่อต่างประเทศนำเสนอภาพชวนอมยิ้ม ของประชาชนชาวสเปนที่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของทางการที่ประกาศให้ทุกคน ต้องกักตัวอยู่แต่ในบ้านเป็นเวลา 14 วันเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่พยายามทำทุกอย่างให้เหมือนในทุกๆวัน เช่นที่คอนโดแห่งหนึ่งในเมืองเซวิญ่า ทางตอนเหนือของสเปน มีชายคนหนึ่งใช้พื้นที่เอนกประสงค์บนดาดฟ้าตึกเป็นสถานที่เต้นแอโรบิค จนมีลูกบ้านคนอื่นขอร่วมแจมด้วยการเต้นอยู่ที่หน้าระเบียงห้องตัวเอง

ชาวเมืองยุโรปสุดสรรหา วิธีคลายเครียดขณะกักตัวช่วงโควิด-19 ระบาด
ชาวเมืองยุโรปสุดสรรหา วิธีคลายเครียดขณะกักตัวช่วงโควิด-19 ระบาด

สืบทราบไปมาก็รู้ได้ว่าชายที่เต้นแอโรบิคนั้นมีชื่อว่า กอนซาโล เป็นเทรนเนอร์และครูสอนเต้นแอโรคบิค ซึ่งเขาได้เล่าว่าเนื่องจากทางการสเปนประกาศปิดประเทศและให้ประชาชนกักตัวเป็นเวลา 14 วัน ก็ให้เกิดความเบื่อหน่ายอย่างมาก ไม่รู้จะทำอะไรจึงใช้พื้นที่ดาดฟ้าบนคอนโดที่ตนอาศัย เป็นพื้นที่เต้นออกกำลังกายจนมีลูกบ้านฝั่งตรงข้ามเห็นจึงมาร่วมแจมด้วย ตนก็รู้สึกสนุกและกำลังใจดีมาก

ชาวเมืองยุโรปสุดสรรหา วิธีคลายเครียดขณะกักตัวช่วงโควิด-19 ระบาด
ชาวเมืองยุโรปสุดสรรหา วิธีคลายเครียดขณะกักตัวช่วงโควิด-19 ระบาด

และขณะเดียวกันที่อิตาลี ก็ได้มีการแชร์คลิปสองชายหนุ่มห้องใกล้กัน เปิดหน้าต่างเล่นเทนนิสข้ามห้องกันเป็นการแก้เบื่อที่ต้องถูกกักตัวเช่นกัน แม้ว่าจะอยู่สูงจนชวนให้เสียวถ้าหากเดาะลูกเทนนิสพลาดก็ตาม ก็เป็นเรื่องชวนอมยิ้มกันไปหลังจากเจอแต่สถานการณ์ตึงเครียดมายาวนานกว่า 3 เดือนนี้ ยังไงก็อยากให้ทุกคนเข้มแข็งเข้าไว้ ปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ และที่สำคัญอย่าตื่นตระหนกจนเกินควร บุญรักษาทุกท่านนะครับ...

ชาวเมืองยุโรปสุดสรรหา วิธีคลายเครียดขณะกักตัวช่วงโควิด-19 ระบาด
ชาวเมืองยุโรปสุดสรรหา วิธีคลายเครียดขณะกักตัวช่วงโควิด-19 ระบาด
Loading...

 

ขอบคุณข้อมูลจาก: DailyMail


แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook