วันอังคารที่ 20 ตุลาคม 2563
หมอมนูญ แนะ คนเยี่ยม โรเบิร์ต สายควัน ควรไปตรวจวัณโรค
SHARE

หมอมนูญ แนะ คนเยี่ยม โรเบิร์ต สายควัน ควรไปตรวจวัณโรค

โพสต์โดย 00 เมื่อ 22 กันยายน 2563 - 09:39

นายแพทย์มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์เกี่ยวกับโรคทางเดินหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ออกมาเตือนคนที่เข้าไปเยี่ยม โรเบิร์ต สายควัน ควรไปตรวจ วัณโรคปอด

หมอมนูญ แนะ คนเยี่ยม โรเบิร์ต สายควัน ควรไปตรวจวัณโรค

วันที่ 22 ก.ย. เฟซบุ๊ก หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC ได้ออกมาโพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ข่าวดาวตลกดัง โรเบิร์ต สายควัน ที่ป่วยเป็นมะเร็งปอดเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล แพทย์ตรวจไม่พบมะเร็งปอดแล้ว แต่พบเชื้อวัณโรคปอดแทน เสียชีวิต ทำให้คนที่ไปเยี่ยมศิลปินตลก วิตกกังวลว่าจะติดเชื้อวัณโรคหรือไม่

หมอมนูญ แนะ คนเยี่ยม โรเบิร์ต สายควัน ควรไปตรวจวัณโรค

มีข้อมูลผู้ที่ป่วยเป็นวัณโรคแต่ไม่ได้รับการรักษาจะกระจายให้ผู้อื่นอีก 10-15 คนต่อปี

วัณโรคส่วนใหญ่เป็นที่ปอด เชื้อวัณโรคในปอดแพร่กระจายออกมาในอากาศเวลาผู้ป่วยพูด ไอ จาม เชื้อลอยในอากาศ มีชีวิตหลายชั่วโมง การติดเชื้อไม่จำเป็นต้องอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย เพียงแต่หายใจเอาอากาศที่ปนเปื้อนเชื้อวัณโรคเข้าถุงลม แล้วเชื้อทะลุเข้าหลอดเลือด กระจายไปตามอวัยวะต่างๆ

วัณโรคติดต่อกันทางการหายใจ ไม่ติดต่อทางการสัมผัส ทางอาหาร ไม่จำเป็นต้องแยกจาน ภาชนะ

การจะรับเชื้อวัณโรคหรือไม่ขึ้นอยู่กับ:

1.ผู้ป่วยวัณโรคอยู่ในระยะแพร่เชื้อหรือไม่ ถ้าพบเชื้อวัณโรคในเสมหะ โอกาสการแพร่เชื้อได้มาก

2.ผู้ป่วยได้รับยารักษาวัณโรคหรือไม่ ถ้าได้กินยารักษาวัณโรคติดต่อกันนานกว่า 2 สัปดาห์ โอกาสการแพร่เชื้อลดลง

3.อยู่ในสถานที่ปิด อากาศถ่ายเทไม่ดี ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ทำให้เชื้อลอยอยู่ในอากาศนานหลายๆชั่วโมง โอกาสการแพร่เชื้อสูง

4.ผู้ป่วยใส่หน้ากากอนามัยหรือไม่ ถ้าใส่โอกาสการแพร่เชื้อลดลงกว่าครึ่ง

5.คนที่อยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยใส่หน้ากากอนามัยหรือไม่ ถ้าใส่โอกาสการรับเชื้อลดลง

ถ้าหายใจรับเชื้อวัณโรคเข้าไป คนปกติอย่างมากร้อยละ 5 จะป่วยเป็นโรควัณโรค ซึ่งต้องใช้เวลานาน 1-2 ปี ที่เหลือจะมีวัณโรคแฝงอยู่ในตัวโดยร่างกายควบคุมเชื้อวัณโรคให้สงบในอวัยวะต่างๆโดยที่เชื้อยังไม่ตาย มีเพียงร้อยละ 5 เชื้อวัณโรคที่เคยสงบนิ่งอยู่ในร่างกาย จะกำเริบป่วยเป็นวัณโรคด้วยอัตราต่ำกว่า 0.3% ต่อปีในภายหลัง

การตรวจสอบว่าเชื้อวัณโรคเข้าร่างกายหรือยัง ตรวจสอบได้โดย

1.การฉีดทูเบอร์คูลินเข้าใต้ผิวหนังและอ่านปฏิกิริยาของทูเบอร์คูลินภายใน 48 ถึง 72 ชั่วโมง การแปลผลลำบาก เพราะคนไทยเคยรับวัคซีนบีซึจี ป้องกันวัณโรคตอนแรกเกิด

2.เจาะเลือดตรวจหาวัณโรคแฝง ข้อจำกัดราคาแพง

ทั้ง 2 วิธี ต้องใช้เวลานานถึง 2-3 เดือน กว่าจะให้ผลบวก ไม่ใช่รับเชื้อวันนี้ อีก 1 สัปดาห์ให้ผลบวก

1 ใน 3 ของคนไทยประมาณ 20 ล้านคนมีวัณโรคแฝงอยู่ในตัวโดยไม่มีอาการ และไม่สามารถแพร่เชื้อให้ผู้อื่น ส่วนใหญ่แพทย์จะไม่ทำอะไร ยกเว้น คนที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้ป่วยโรคเอดส์ คนในครอบครัวของผู้ป่วย เด็กเล็ก คนที่มีประวัติอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย แพทย์จะให้ยากินป้องกันเพื่อไม่ให้ป่วยเป็นวัณโรคในภายหลัง ก่อนให้ยาป้องกัน ต้องทำเอกซเรย์ปอด และแน่ใจว่าไม่ได้กำลังป่วยเป็นวัณโรค

ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC


แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

บริการของเรา

Advertising

พื้นที่โฆษณาประชาสัมพันธ์ สินค้าและบริการ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Web Design

ออกแบบเว็บไซต์ ครบจบในที่เดียว ทั้ง FrontEnd และ BackEnd ด้วยทีมงานมืออาชีพ ประสบการณ์กว่า 15 ปี

Web Application

ไม่ว่าจะธุรกิจใดให้ระบบช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน จากรูปแบบเดิมๆ ให้อยู่ในรูปแบบ Online

VDO Creator

บริการออกแบบ และ จัดทำ Presentation ShowCase Review สินค้า TVC หรือ Viral Clip