วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2563
พ่อ-แม่ ต้องรู้ 3 วิธีสังเกต หากสงสัยว่าบุตรหลาน ถูกกระทำ
SHARE

พ่อ-แม่ ต้องรู้ 3 วิธีสังเกต หากสงสัยว่าบุตรหลาน ถูกกระทำ

โพสต์โดย Nabi เมื่อ 6 ตุลาคม 2563 - 16:14

จากกรณีที่มีโรงเรียนเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งมีการทำร้ายเด็ก ด้าน อธิบดีกรมสุขภาพจิตได้ออกมาพูดถึงการแสดงความรุนแรงดังกล่าว พร้อมกับ วางแผนในอนาคตเพื่อสร้างความรู้สึกปลอดภัยในโรงเรียนให้กับเด็กและเยาวชนไทย

พ่อ-แม่ ต้องรู้ 3 วิธีสังเกต หากสงสัยว่าบุตรหลาน ถูกกระทำ

แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวถึงข้อวิตกกังวลของประชาชนที่มีถึงกรณีความรุนแรงต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสถานศึกษา ว่า ขณะนี้กรมสุขภาพจิตได้ทำงานประสานกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อช่วยเหลือผู้ที่เกี่ยวข้อง และร่วมกันวางแผนในอนาคตเพื่อสร้างความรู้สึกปลอดภัยในโรงเรียนให้กับเด็กและเยาวชนไทย

เด็กและเยาวชนจะมีพัฒนาการที่ดีได้นั้น ต้องมีความรู้สึกปลอดภัยในสถานที่ที่ตนเองต้องดำเนินชีวิตประจำวัน เรียนหนังสือ และทำกิจกรรมต่างๆ ดังนั้นเป้าหมายการดูแลของผู้ปกครองเมื่อเด็กถูกกระทำความรุนแรงหรือสงสัยว่าอาจถูกกระทำความรุนแรง คือการสร้างความรู้สึกปลอดภัยในเด็ก โดยเน้นการสร้างพื้นที่ปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็น บ้าน โรงเรียน ครอบครัว เพื่อน และชุมชน

พ่อ-แม่ ต้องรู้ 3 วิธีสังเกต หากสงสัยว่าบุตรหลาน ถูกกระทำ
พ่อ-แม่ ต้องรู้ 3 วิธีสังเกต หากสงสัยว่าบุตรหลาน ถูกกระทำ

พร้อมทั้งให้ความมั่นใจกับเด็กว่าขณะนี้เด็กอยู่ในจุดที่ปลอดภัย ให้ช่องทางในการติดต่อ สื่อสาร หรือบอกเล่าหากเด็กเข้าไปเกี่ยวข้องกับความรุนแรง ให้ความมั่นใจกับเด็กว่าการสื่อสารเมื่อตนเองถูกทำร้ายเป็นสิ่งที่ถูกต้องและสมควรกระทำ ควรให้เด็กได้ทำกิจวัตรประจำวันของตนเองอย่างเป็นปกติให้เร็วที่สุด หลีกเลี่ยงการให้เด็กเล่าซ้ำๆ ตอบคำถามซ้ำๆ ดูภาพเหตุการณ์ซ้ำๆ หรืออยู่ในสถานที่เกิดเหตุซ้ำๆ และไม่ควรให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเด็กโดยตรงเข้ามาพูดคุยซักถามเหตุการณ์ หรือล้อเลียนเด็ก

ทั้งนี้ กรมสุขภาพจิต ขอแนะนำวิธีสังเกตง่ายๆ ที่ผู้ปกครองทำได้ หากสงสัยว่าบุตรหลานของตนอาจเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรง โดยมีข้อแนะนำ 3 ประการดังนี้

  • 1.สังเกตร่องรอยการถูกทำร้ายตามร่างกาย พฤติกรรม หรืออารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปของเด็ก เช่น มีอาการหวาดกลัว มีพฤติกรรมถดถอย ก้าวร้าว ซึมเศร้า หรือกลัวการแยกจากผู้ปกครองมากขึ้น
  • 2.ใส่ใจรับฟัง ใช้เวลาพูดคุยมากขึ้น เข้าใจในสิ่งที่ลูกกำลังสื่อสารโดยไม่ด่วนตัดสิน อาจเริ่มต้นจากคำถามง่าย เช่น “วันนี้เป็นอย่างไรบ้าง” “วันนี้มีความสุขกับอะไรบ้าง” “วันนี้เพื่อนและครูเป็นอย่างไรบ้าง” “วันนี้ไม่ชอบอะไรที่สุด” และเมื่อสงสัยว่าลูกถูกกระทำความรุนแรง สามารถใช้การสนทนาด้วยประโยคง่ายๆ เช่น “ถ้ามีใครทำให้ลูกเจ็บหรือเสียใจ เล่าให้พ่อแม่ฟังได้นะ เราจะได้ช่วยกัน” ในกรณีที่เด็กไม่สามารถเล่าหรือตอบได้ อาจใช้ศิลปะหรือการเล่นผ่านบทบาทสมมติเพื่อเป็นเครื่องมือในการช่วยสื่อสารได้
  • 3.สร้างพื้นที่ปลอดภัยในครอบครัว ให้ลูกสามารถสื่อสาร หรือเล่าเรื่องราวต่างๆได้โดยไม่ถูกบ่นหรือตำหนิ หลีกเลี่ยงการใช้การลงโทษที่ใช้ความรุนแรงทางกายภาพและทางอารมณ์ เน้นการใช้แรงเสริมทางบวกเพื่อเพิ่มพฤติกรรมที่ดีแทน

หากเด็กและเยาวชนในการดูแลมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ควรพาไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น หรือกุมารแพทย์พัฒนาการ ได้ที่สถานพยาบาลต่างๆ

นอกจากนี้ ผู้ปกครองควรดูแลสุขภาพจิตตนเองอย่างใกล้ชิด จัดการอารมณ์ตนเองอย่างเหมาะสม เป็นแบบอย่างที่ดีในการควบคุมอารมณ์และไม่ใช้ความรุนแรง ลดการตำหนิหรือโทษตนเองหากเด็กต้องพบเจอกับความรุนแรง มุ่งเน้นการมองไปข้างหน้าเพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมต่างๆให้ดีขึ้น โดยหากรู้สึกเครียดหรือไม่สามารถจัดการอารมณ์และความรู้สึกของตนเองได้

สามารถขอรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ หรือปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก อีจัน 


แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

บริการของเรา

Advertising

พื้นที่โฆษณาประชาสัมพันธ์ สินค้าและบริการ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Web Design

ออกแบบเว็บไซต์ ครบจบในที่เดียว ทั้ง FrontEnd และ BackEnd ด้วยทีมงานมืออาชีพ ประสบการณ์กว่า 15 ปี

Web Application

ไม่ว่าจะธุรกิจใดให้ระบบช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน จากรูปแบบเดิมๆ ให้อยู่ในรูปแบบ Online

VDO Creator

บริการออกแบบ และ จัดทำ Presentation ShowCase Review สินค้า TVC หรือ Viral Clip

ร่วมงานกับเรา | เงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์
ติดต่อลงโฆษณา: 0880-900-800, อีเมล์: ads@jarm.com
แนะนำติชม/ฝากข่าวประชาสัมพันธ์: info@jarm.com