Live Share0 Tweet

ครบองค์! กมธ.ป.ป.ช.ยังวุ่น! แม้ 'ชวน หลีกภัย' เข้าประชุมด้วย

wipcreamz jarm
30 มกราคม 2563 - 17:01(แก้ไข)
ครบองค์! กมธ.ป.ป.ช.ยังวุ่น! แม้ 'ชวน หลีกภัย' เข้าประชุมด้วย

ข่าวที่ 1 : ครบองค์! กมธ.ป.ป.ช.ยังวุ่น! แม้ 'ชวน หลีกภัย' เข้าประชุมด้วย

เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2563 ในการประชุมกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ได้มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เดินทางมาร่วมสังเกตุการประชุมด้วย หลังเกิดปัญหาความขัดแย้งหลายครั้งจนกระทบต่อภาพลักษณ์ของสภาผู้แทนราษฎร

โดยก่อนจะเริ่มการประชุม น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ และนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ได้พยายามขอความเห็นจากนายชวน ถึงความเหมาะสม ในการทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส โดยเฉพาะปัญหาการใช้วาจาไม่สุภาพในการทำหน้าที่ แต่นายชวน กลับปฏิเสธที่จะให้ความเห็น และแจ้งให้ท่านเสรีพิศุทธ์ ปฏิบัติหน้าที่ไปตามปกติ แต่ น.ส.ปารีณา พยายามเรียกท่านเสรีพิศุทธ์ นับสิบครั้งจนกระทั่งถูกปิดไมค์ โดย น.ส.ปารีณา ต้องการให้ท่านเสรีพิศุทธ์ ถอนคำพูดคำว่า "เสือก" ต่อหน้านายชวน เนื่องจากเป็นคำที่ท่านเสรีพิศุทธ์ ได้พูดไว้เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน โดยทางท่านเสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องตรวจสอบว่ามีเหตุอะไรเกิดขึ้นที่ทำให้ตนต้องพูดคำดังกล่าว เพราะเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบที่ น.ส.ปารีณา ได้ร้องเรียนไว้แล้ว 

นอกจากนี้ ในช่วงท้ายของการประชุมบรรยากาศเริ่มดุเดือดขึ้น เมื่อท่านเสรีพิศุทธ์ พยายามตั้งคำถามเพื่อตรวจสอบการทำหน้าที่ของนายสิระ ที่ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ตเพื่อตรวจสอบการก่อสร้างโรงแรม ทำให้นายสิระ ตอบโต้ท่านเสรีพิศุทธ์ ขอให้ถอนคำพูด พร้อมยืนยันว่าไม่ได้หนีตามที่ได้ถูกกล่าวหา อย่างไรก็ตามการประชุมยังคงดำเนินต่อไป โดยมีนายชวน สังเกตการณ์ตลอดการประชุม

ครบองค์! กมธ.ป.ป.ช.ยังวุ่น! แม้ 'ชวน หลีกภัย' เข้าประชุมด้วย
ครบองค์! กมธ.ป.ป.ช.ยังวุ่น! แม้ 'ชวน หลีกภัย' เข้าประชุมด้วย
ครบองค์! กมธ.ป.ป.ช.ยังวุ่น! แม้ 'ชวน หลีกภัย' เข้าประชุมด้วย

ข่าวที่ 2 : สาวปลอมเฟซ หลอกคุยหนุ่มนาน 5ปี จนสักรูปติดแขน

จากกรณีนักศึกษาสาวท่านหนึ่ง เผยแพร่เรื่องราวถูกหญิงอีกคน แอบใช้รูปภาพเป็นโปรไฟล์เฟซบุ๊ก อ้างว่าชื่อน้องไอซ์ จนมีชายหนุ่มหลายคนหลงเชื่อ หนึ่งในนั้นได้พูดคุยกับฝ่ายหญิงนานกว่า 5 ปี ถึงขั้นเลิกราแฟนสาว และสักภาพใบหน้าผู้เสียหายบนแขนขวาทั้งที่ไม่เคยเจอหน้า เมื่อขอวีดีโอคอลก็บ่ายเบี่ยง รวมถึงถูกหลอกให้ไปหาที่โรงพยาบาลแต่ก็ไม่เจอ ก่อนจะรู้ว่าที่แท้คนที่คุยอยู่ไม่ใช่ตัวจริง

โดยผู้เสียหาย กล่าวว่า เพิ่งรู้ตัวว่าถูกผู้หญิงอีกคน นำรูปภาพไปปลอมเป็นโปรไฟล์เฟซบุ๊ก หลังจากแฟนเก่าของผู้ชายคนหนึ่ง ทักมาสอบถาม เนื่องจากฝ่ายชายสักรูปใบหน้าตนเองที่แขน เมื่อลองตรวจสอบ พบว่า หญิงคนดังกล่าวสร้างโปรไฟล์ชีวิตสวยหรู ทั้งประวัติการเรียน และสถานะครอบครัว ไปท่องเที่ยวต่างประเทศทุกเดือน รวมถึงให้เงินผู้ชายบางคนด้วย โดยพบว่ามีการนำภาพถ่ายตนเองไปใช้ จนมีเหยื่อผู้ชายหลงเชื่อจำนวนมาก เบื้องต้นพบว่าผู้ก่อเหตุ เป็นผู้หญิงอายุประมาณ 19-20 ปี

ผู้เสียหาย บอกอีกว่า ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันกับตำรวจไว้แล้ว ขณะที่ครอบครัว เตรียมพาไปแจ้งความที่กองบังคับการปราบปรามอีกทางด้วย เนื่องจากเป็นห่วงความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้นกับตนเอง เพราะตอนนี้ไม่ทราบว่า ผู้ก่อเหตุพูดคุยกับผู้ชายไปกี่คน และพูดคุย หลอกลวงเรื่องอะไรอีกบ้าง

ขณะที่ผู้ก่อเหตุ โพสต์ขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยอมรับผิด รู้สึกสำนึก และจะไม่ทำอีก ตอนนี้ปิดเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมปลอมไปแล้ว สารภาพว่าที่ทำไปเพราะแค่อยากมีคนคุย แต่ยืนยันว่าไม่ได้หลอกให้ใครโอนเงินให้แต่อย่างใด 

ครบองค์! กมธ.ป.ป.ช.ยังวุ่น! แม้ 'ชวน หลีกภัย' เข้าประชุมด้วย
ครบองค์! กมธ.ป.ป.ช.ยังวุ่น! แม้ 'ชวน หลีกภัย' เข้าประชุมด้วย
ครบองค์! กมธ.ป.ป.ช.ยังวุ่น! แม้ 'ชวน หลีกภัย' เข้าประชุมด้วย

ข่าวที่ 3 : นายกฯ ยัน เตรียมไปรับคนไทยในอู่ฮั่น ตอนนี้มีความสุขดี

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากการตรวจเยี่ยมด่านควบคุมโรคที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ถือว่าเป็นไปตามหลักมาตรฐานสากล มีความรอบคอบรัดกุมทุกช่องทาง มีการตรวจคัดกรองถึง 3 ด่าน ทั้งการวัดอุณหภูมิ วัดความร้อน และวัดไข้ พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ให้ตรวจคัดกรองผู้โดยสารที่ผ่านเข้าประเทศไทยทางสนามบินสุวรรณภูมิจากทุกประเทศที่มีความเสี่ยงต้องผ่านจุดคัดกรองไม่ใช่เฉพาะจีนเท่านั้น หากพบว่ามีผู้ป่วยที่ต้องสงสัยว่าจะติดเชื้อไวรัสโคโรน่าก็จะนำเข้าสู่ระบบการรักษาในโรงพยาบาลที่ทางรัฐบาลจัดเตรียมไว้ทันที

สำหรับการรับคนไทยกลับจากอู่ฮั่น นายกรัฐมนตรีย้ำว่าจะนำเครื่องบินพาณิชย์แบบเช่าเหมาลำพร้อมทีมแพทย์บินไปรับคนไทยที่สมัครใจกลับประเทศ โดยจะไม่ใช้เครื่องบินของกองทัพ เพื่อไม่ให้มีปัญหาระหว่างประเทศ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรอทางการจีนจัดลำดับอนุญาตให้แต่ละประเทศที่ร้องขอ หากได้รับอนุญาตก็จะนำเครื่องไปรับโดยเร็วที่สุด และเบื้องต้นได้รับรายงานว่าคนไทยที่อาศัยอยู่ที่อู่ฮั่นยังมีความสุข แข็งแรงและสบายดี ได้รับการดูแลจากเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี อาหารไม่มีก็ได้รับการจัดหาให้ ทุกอย่างมีคนทำงานอยู่แล้วไม่ต้องรอให้นายกรัฐมนตรีสั่ง

นายกรัฐมนตรีเปิดเผยด้วยว่าในวันศุกร์ที่ 31 มกราคมนี้ จะเดินทางไปตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าในประเทศไทยที่สถาบันบำราศนราดูรด้วย

ครบองค์! กมธ.ป.ป.ช.ยังวุ่น! แม้ 'ชวน หลีกภัย' เข้าประชุมด้วย
ครบองค์! กมธ.ป.ป.ช.ยังวุ่น! แม้ 'ชวน หลีกภัย' เข้าประชุมด้วย
ครบองค์! กมธ.ป.ป.ช.ยังวุ่น! แม้ 'ชวน หลีกภัย' เข้าประชุมด้วย

ข่าวที่ 4 : มอบตัวแล้ว! ลุงขอทานขับฟอร์จูนเนอร์ จ่ายค่าปรับ-รับจะไม่ทำอีก

นายสมพร กือเย็น อายุ 65 ปี เสี่ยเขียงหมู ที่ขับรถยนต์โตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ ตระเวนไปขอทานที่ตลาดพระปิ่น 3 ต.บางแม่นาง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี จนถูกถ่ายคลิปจับโป๊ะลงโซเชียล เข้ามอบตัวกับตำรวจ สภ.บางใหญ่ หลังถูกออกหมายเรียก

โดยนายสมพร ยอมรับสารภาพกับตำรวจว่า มีปัญหาเรื่องธุรกิจ เลี้ยงกุ้ง เลี้ยงไก่ ทำธุรกิจขายหมูสดก็มีปัญหา จึงไม่มีเงินใช้ เพราะอยู่กันสองคนกับภรรยา มีเพียงเงินเบี้ยชราเลี้ยงชีพ เพิ่งทำเพียงครั้งสองครั้งได้เงินไม่กี่ร้อยบาท โดยใช้ความสามารถที่มีไปตระเวนร้องเพลงตามตลาดสด แต่ต้องทำทีเป็นคนตาบอดเพื่อให้คนสงสาร ยืนยันพฤติกรรมดังกล่าว ทางครอบครัวไม่รู้เห็น อีกทั้งยังปฎิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเนื่องจากอับอาย พูดเพียงว่า อยากขอโทษที่ทำไปเพราะอยากร้องเพลงสนุก และปฎิเสธพูดเรื่องหนี้สินและติดการพนัน

ด้านพันตำรวจเอก สุรพจน์ รอดบำรุง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบางใหญ่ เปิดเผยว่า สาเหตุที่ทำเพราะมีปัญหาเรื่องเงิน แต่การกระทำดังกล่าวซึ่งถือว่าผิดกฎหมาย เพราะไม่ได้ขออนุญาตจากพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในการทำบัตรอนุญาตในการเป็นขอทาน จึงเปรียบเทียบปรับ 1,000 บาท ตาม พรบ.ควบคุมขอทาน พ.ศ.2559 ทั้งนี้ ในทางการสืบสวน พบว่ามูลเหตุมาจาก นายสมพรเองนั้นติดหนี้พนัน และทำไปเพราะประชดลูกสาวที่อยู่ต่างประเทศ เนื่องจากเคยขอเงิน 15,000 บาท กับลูกสาว แต่ลูกสาวไม่ให้ จึงต้องออกมาร้องเพลงแลกเงินเพื่อเลี้ยงชีพ หลังตกเป็นข่าวเลยหนีไปตั้งหลักอยู่กับญาติที่ต่างจังหวัดก่อนเดินทางเข้ามอบตัว

ครบองค์! กมธ.ป.ป.ช.ยังวุ่น! แม้ 'ชวน หลีกภัย' เข้าประชุมด้วย
ครบองค์! กมธ.ป.ป.ช.ยังวุ่น! แม้ 'ชวน หลีกภัย' เข้าประชุมด้วย

ข่าวที่ 5 : ข่าวปลอม! ทอท.ยัน คนจีนล้มกลางสนามบินแค่เมา

หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีผู้ใช้เฟชบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์ภาพคนนอนล้มลงอยู่ที่พื้นสนามบิน พร้อมข้อความว่า “สนามบินตอนนี้ คนจีนอยู่ดีดีคือลมตึ้งลงไปเลยจ้า บริเวณชั้น 3 รัฐบาลเอาอยู่จริงๆ จ้า ห้ามถ่ายรูปไปอีก น่ากลัวมาก” จนทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่ามีผู้โดยสารชาวจีนป่วยด้วยโรคไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ภายในสนามบินสุวรรณภูมิ

ล่าสุด นาวาอากาศโท สุธีรวัฒน์ สุวรรณรัตน์ ผอ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชี้แจงว่า จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบทราบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 27 ม.ค. เวลา 01.22 ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่สนามบินได้เข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่าเป็นเหตุการณ์ที่มีผู้โดยสารชายขาวจีนคนหนึ่งมีอาการเมาสุราแล้วนั่งหลับจนตกเก้าอี้ลงไปนอนบนพื้นสนามบิน เจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งไปยังโรงพยาบาลเพื่อเช็คอาการก็พบว่ามีอาการเมาสุราจริง อีกทั้งการถ่ายภาพในสนามบินถือว่ามีความผิด เพราะเป็นเขตการบินซึ่งตามระเบียบห้ามที่ชัดเจนอยู่แล้ว ซึ่งจากนี้จะดำเนินการตามกฎหมายเพื่อเอาผิดผู้โพสต์ที่นำเข้าข้อความเท็จและสร้างความแตกตื่นให้กับสังคม

ครบองค์! กมธ.ป.ป.ช.ยังวุ่น! แม้ 'ชวน หลีกภัย' เข้าประชุมด้วย
ครบองค์! กมธ.ป.ป.ช.ยังวุ่น! แม้ 'ชวน หลีกภัย' เข้าประชุมด้วย
ครบองค์! กมธ.ป.ป.ช.ยังวุ่น! แม้ 'ชวน หลีกภัย' เข้าประชุมด้วย

ขอขอบคุณคลิปและรูปภาพจาก ข่าวช่อง 8, FB. Bootsaparat Chanphoung และข่าวช่องวัน


แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook